หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ยึด 120 ล้าน ขบวนการค้ายาเสพติด ก๊วนเจ้แอ

Author by 23/02/17No Comments »

1       ตำรวจ .5  แถลงผลการปฏิบัติงานการจับกุมกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญ จับกุมผู้ต้องหา 1 คน ของกลาง ยาบ้า 2 แสนเม็ด เฮโรอีน 4 ถุง (2.8 ..) โดยใช้รถบรรทุกขนส่งขยายผลตรวจยึดอายัดทรัพย์สิน รวมมูลค่า 120 ล้านบาท อีกราย ทหาร นำรวบเอเย่นต์ฝิ่นและยาคาบ้าน และที่อำเภอเชียงดาว จับฝิ่น

เมื่อวันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 14.00 น. ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท. พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5, พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์, พล.ต.ต. พงษ์เดช พรหมมิจิตร, พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร, พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า, พล.ต.ต. สมสง่า ชรินทร์, พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5, พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง ปฏิบัติราชการ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5, ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 ฝ่ายทหาร โดย พล.ท.ธนาจารุวัฒน์ แม่ทัพน้อยที่ 3/ผอ. ศป.ปส.ชน., พ.อ.อนุรักษ์ ทับคล้าย หน.ศขย. ทภ.3, พล.ต.จิรเดช กมลเพ็ชร ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง, พล.ต.เกษมสุข ตาคำ ผู้บัญชา การมณฑลทหารบกที่ 33 ฝ่ายปกครอง โดย นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงาน ปปส.ภาค 5 โดย นายวิชัย ไชยมงคลร่วมแถลงผลการปฏิบัติงานการจับกุมกลุ่มลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 1 คน ยาบ้า 2 แสนเม็ด เฮโรอีน 4 ถุง (2.8 ก.ก.) ผู้ต้องหา นายวีรพงษ์ ใจคำ อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 366 หมู่ 9 ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ของกลาง ยาบ้า 2 แสนเม็ด เฮโรอีน 4 ถุง (2.8 ก.ก.) และของกลางรายการอื่น ๆ ตรวจยึดอายัดทรัพย์สิน รวมมูลค่าประมาณ 120 ล้านบาท

ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนทราบ นางพรรณี หรือ เจ้แอ จอมคำ เจ้าของบริษัท กาญทวีทรัพย์ จำกัด ร่วมกับ บุคคลในครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนด้าน อ.ฝาง และ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เข้าสู่พื้นที่ตอนใน โดยอำพรางมากับรถบรรทุกขนส่ง ได้ทำการสืบสวนเรื่อยมา

ต่อมาในวันที่ 17 ก.พ.2560 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.5 โดย พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รอง ผบก.สส.ภ.5 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ากลุ่มของ นางพรรณี จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปกับรถบรรทุกหัวลาก 2 คัน โดยมี รถนำสำรวจเส้นทางมา จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบและได้สะกดรอยติดตาม พบว่ารถบรรทุก ยี่ห้อวอลโว สีน้ำตาล เลขทะเบียน 81-6045 เชียงราย มีนายเดชพงค์ หรือ เอก จอมคำ เป็นคนขับ และมี นางพรรณี หรือ แอ จอมคำ นั่งโดยสารมาด้วย ส่วนรถบรรทุก คันสีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน 70-5840 เชียงใหม่ มี นายวิรัตน์ แสนออน เป็นคนขับ และมี น.ส.ชิดชนก ใจทะนัน โดยสารมา ต่อมารถบรรทุกทั้งสองคัน ได้ขับเข้าไปจอดในโกดังร้านวัสดุก่อสร้างในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ. ลำพูน นานผิดปกติ ติดต่อขอซื้อปูนซีเมนต์ ก่อนที่จะไปบรรทุกปูนซีเมนต์ ได้ยกกระสอบ จำนวน 2 ใบ ลงจากรถ นำไปวางไว้บริเวณข้างกองเหล็กในโกดังดังกล่าว จากนั้นได้บรรทุกปูนซีเมนต์ ออกจากโกดังสินค้าไป

ต่อมาวันที่ 18 ก.พ.2560 พนักงานโกดัง พบว่ากระสอบทั้งสองใบที่นำลงจากรถบรรทุกยังอยู่ที่เดิม จึงเข้าไปตรวจสอบเบื้องต้นและแจ้งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ พบว่ามียาบ้าประมาณ 2 แสนเม็ด และเฮโรอีน 4 ถุง (น้ำหนัก ประมาณ 2.8 กิโลกรัม) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจยึดเป็นของกลาง เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนรถยนต์ ยี่ห้อมาสด้า สีขาว คันหมายเลขทะเบียน ผล 8746 เชียงใหม่ ซึ่งมี นายวีรพงษ์ ใจคำ เป็นผู้ขับขี่ ได้ขับไปจอดบริเวณข้างถนน ก่อนถึง สภ.ห้างฉัตร 1 กม. ตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย ตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือของ นายวีรพงษ์ พบ ข้อความที่ นายวีรพงษ์ สนทนากับ นางพรรณี หรือแอ แจ้งว่าเห็นรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ติดตาม นางพรรณี กับพวก จึงได้นำยาเสพติดของกลาง ทิ้งไว้ที่โกดังสินค้าดังกล่าว

ต่อมาวันที่ 19 ก.พ.2559 พนักงานสอบสวนได้ทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และ ศาลจังหวัดลำพูน ได้ออกหมายจับ ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน คือ นางพรรณี หรือ แอ จอมคำ, นายเดชพงษ์ จอมคำ, นายวิรัตน์ แสนออน, น.ส.ชิดชนก ใจทะนัน และ นายวีรพงษ์ หรือ ตั้ม ใจคำ ในความผิดฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าและเฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

กระทั่งในวันที่ 20-21 ก.พ.2560 ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการปิดล้อมตรวจค้นจับกุมกลุ่มเครือข่ายของ นางพรรณี สามารถจับกุมตัว นายวีรพงษ์ หรือ ตั้ม ใจคำ ผู้ต้องหาตามหมายจับได้ ส่วนอีก 4 คน หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการตรวจยึด อายัดทรัพย์สิน ประกอบด้วย 1.ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หจก.กาญทวีทรัพย์ เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ 3 ราคาประมาณ 20 ล้านบาท 2.รถบรรทุกพ่วง จำนวน 10 คัน ราคาประมาณ 30 ล้านบาท 3.รถยนต์ตู้ 2 คัน รถยนต์เก๋ง 3 คัน ราคาประมาณ 10 ล้านบาท 4.รถยนต์กะบะ 2 คัน รถไถ 3 คัน ราคาประมาณ 3 ล้านบาท 5.บ้านพักรีสอร์ท,สวนลิ้นจี่ 100 ไร่ อาคารที่พัก 5 หลัง โรงเรือน 1 หลัง ราคาประมาณ 20 ล้านบาท 6.ท่าทรายพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เนื้อที่ 19 ไร่ ราคาประมาณ 20 ล้านบาท 7.ที่ดินมี (ภทบ.5) จำนวน 23 ไร่ ปลูกสวนมะนาว เขต อ.แม่อาย ราคาประมาณ 5 แสนบาท 8.บ้านพร้อมที่ดิน หมู่บ้านศิริพรการ์เด้นโฮม อ.ดอยสะเก็ด 1 หลัง ราคาประมาณ 5 ล้านบาท 9.บ้านพร้อมที่ดิน หมู่บ้าน พรอพเพอร์ตี้เพอเฟคร์ ที่ กทม. ราคาประมาณ 5 ล้านบาท 10.ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ของนายวิรัตน์  ผู้ต้องหา) ราคาประมาณ 2 ล้านบาท

สรุปผลการตรวจยึดทรัพย์เบื้องต้นจำนวน 10 รายการ รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 120 ล้านบาทตำรวจภูธรภาค 5, ทหาร, ฝ่ายปกครอง, สำนักงาน ป.ป.ส. จะได้ร่วมกันบูรณาการ สืบสวน ปราบปราม จับกุม ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลตรวจยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อตัดวงจร การค้ายาเสพติด ลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น เพื่อให้สังคมต้องมีความปลอดภัยจากปัญหา ยาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป

อีกราย ทหาร นำรวบเอเย่นต์ฝิ่นและยาคาบ้าน จับพร้อม 2 ลูกค้า ทหารพราน 36 นำกำลังทะลาย หวังตัดตอนเครือข่ายขายยาเสพติด  พันเอกภาส วงศ์สารภี ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 เปิดเผยถึงการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายย่อย หลังได้มีการสั่งการให้ชุดปฎิบัติการ ฉก.ทพ.36 นำโดย ร.ท.ศรนรินทร์ สุมาลี หัวหน้าชุด สนธิกำลังร่วม ร.ต.อ.ธวัชชัย สุรินทร์ตะ รอง ผบ. ร้อย ต.ช.ด.337 อ.แม่สะเรียง ฝ่ายปกครอง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ปปส.ภาค 5 เข้าทำการปิดล้อม ตรวจค้น บ้านเป้าหมายยาเสพติด เอเย่นต์รายย่อย ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายเชื่อมโยงกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ณ บ้านเลขที่ 115 ม.7 บ้านแม่แอบ ต.บ้านทับ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เป็นเขตรอยต่อระหว่าง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ สามารถจับกุมตัว ผู้ต้องหา ได้ 1 คน คือ นายติ เสริมสิริรัตนกุล อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 ม.7 บ.แม่แอบ ต.บ้านทับ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) อักษร WY สีส้ม จำนวน 454 เม็ด ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (ฝิ่นดิบ) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 360 กรัม

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ซื้อยาบ้ามาจากหมู่บ้านกองลอย อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ในราคาเม็ดละ 50 บาท และนำไปขายให้กับผู้ใช้แรงงานทั่วไปในหมู่บ้าน ราคาเม็ดละ 100 บาท ส่วนฝิ่นดิบได้แบ่งขาย โดยแยกแบ่งเป็นถุงเล็กๆ ขายในราคาถุงละ 100 บาท เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ด้าน พ.อ.ภาส วงศ์สารภี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 เปิดเผย ว่า กลุ่มเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ปัจจุบันคงเหลือแต่รายเล็กเท่านั้น ที่ตอนนี้จะเชื่อมโยงอยู่ระหว่างรอยต่อ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และ อ.แม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และ อ.อมก๋อย อ.ฮอด จ.เชียงใหม่

ทางเจ้าหน้าที่ ได้เพิ่มมาตราการกดดัน และ เพิ่มจุดสกัดและการตรวจมากยิ่งขึ้น ส่งผลทำให้ขบวนการผู้ค้านิ่งชะงักไประยะหนึ่ง ภายหลังที่ถูกเจ้าหน้าที่กดดันในทุกๆ ด้าน แต่มีบางคนบางรายที่รอจังหวะช่วงของเทศกาล หรือ ช่วงการสับเปลี่ยนกำลัง จะพากันออกมาเคลื่อนไหว ทางเจ้าหน้าที่ ไม่ได้นิ่งนอนใจ สืบแสวงหาข่าวและกดดัน ทุกรูปแบบ ส่งผลทำให้เครือข่ายยาบ้าบางส่วนถูกจับกุม และ ลดน้อยลง

ที่อำเภอเชียงดาว จับฝิ่น เมื่อวันที่ 21ก.พ. 60  เวลาประมาณ 19.00 น.โดยการอำนวยการ ของ พล.ต.ท.พูลทรัพย์  ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ภาณุเดช  บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.สรายุทธ  สงวนโภคัย ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่, พ.ต.อ.มงคล  สัมภวะผล รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ให้ พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี ยะปาละ ผกก.สภ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่, พ.ต.ท. ภาสกร ปกปิงเมือง รอง ผกก.ป. ผู้ควบคุมด่านตรวจ พ.ต.ท.ดวงเด็ด กันทะคำ หัวหน้าด่านตรวจแก่งปันเต๊า  ร.ต.ท.บรรจบ อุตรศรี หัวหน้า.ชป., ด.ต.อนุชัย  ใจฟอง, ด.ต.ชุมพล ใจฟอง พร้อม สุนัขตำรวจ, ส.ต.ท.ดิศักดิ์ กาวิเนตร, ส.ต.ต.ฉัตรชัย  คำปา พร้อมเจ้าหน้าที่ด่านตรวจแก่งปันเต๊า สภ.เชียงดาวจับกุมผู้ต้องหา พ.ร.บ.ยาเสพติด 1 ราย คือ นางหนุ่ม ไม่มีนามสกุล อายุ 34 ปี ที่อยู่ 396 หมู่ที่ 10 ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โดยกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (ฝิ่นดิบ) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2(ฝิ่นดิบ)โดยผิดกฎหมาย โดยจับกุมได้ที่บริเวณด่านตรวจแก่งปันเต๊า ม.10 ต.แม่นะ อ.เชียงดาว

ทั้งนี้ตามข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาให้มีความเข้มในการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู้พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่ประจำด่านแก่งปันเต๊า ได้ตรวจรถโดยสารประจำทาง (สี่ล้อเล็กสีส้ม) พบ นางหนุ่ม ไม่มีนามสกุล มาจากทางอำเภอเชียงดาว มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ แสดงอาการพิรุธ เจ้าหน้าที่ ได้เชิญตัว นางหนุ่ม ลงจากรถ เพื่อขอทำการตรวจค้น โดยให้ อส.ตร.หญิง เป็นผู้ทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบฝิ่นดิบ(น้ำหนักประมาณ200กรัม) ซุกซ่อนอยู่ที่บริเวณน่องข้างขวาของผู้ต้องหา ใช้แทปกาวสีดำพันติดไว้

จากการสอบสวนเพื่อขยายผล นางหนุ่ม ให้การรับว่า ได้รู้จักกับชายชาวเขาเผ่ามูเซอ ไม่ทราบชื่อ ผิวดำแดง รูปร่างสันทัด ผมสั้น ที่สถานที่ก่อสร้างแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองเชียงใหม่  ได้ติดต่อขายฝิ่นดิบให้ แล้วนัดแนะ ส่งมอบฝิ่นดิบของกลางที่ตลาด ในอำเภอฝาง ในราคา 2,000 บาท เพื่อนำไปเสพเอง เมื่อได้รับฝิ่นดิบแล้วได้ซุกซ่อนฝิ่นดิบไว้บริเวณที่พบของกลางด้วยตนเอง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงดาว ดำเนินคดีตามกฎหมาย

และ เมื่อวันที่ 22 ก.พ.60 เวลา 06.00 น. บก.ควบคุม กกล.รส.จ.ลำพูน โดย มว.รส.ที่ 2 ร้อย.รส.ที่ 3 (ร.7 พัน.2) สนธิกำลังร่วมกับ ฝ่ายปกครอง อ.ลี้ และ สภ.ก้อ อ.ลี้ จ.ลำพูน เข้าทำการจับกุมตัว นายวิโรจน์ แสนใจ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 137 ม.4 ต.ก้อ อ.ลี้ จ.ลำพูน พร้อมด้วยของกลาง ดังนี้ 1.ยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) จำนวน 4 เม็ด พร้อมอุปกรณ์เสพยาบ้าจำนวน ๑1ชุด 2.อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ ชนิดยาว จำนวน 1  กระบอก 3.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ พกสั้น ขนาด .22 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน จำนวน 5 นัด

จากนั้นได้ควบคุมตัวไปตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดในร่างกาย ผลการตรวจ พบสารเสพติด  จึงได้แจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือ ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือ ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย.