หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ร้องศูนย์ดำรงธรรม อ้างตำรวจทำให้ติดคุก

Author by 28/09/14No Comments »

2             เจ้าของรถรับจ้าง ยื่นร้องศูนย์ดำรงธรรม  กล่าวหาไม่ได้รับความ       เป็นธรรมจากพนักงานสอบสวน หลังถูกจับกุม ขณะรับจ้างขนหน่อไม้ เข้าใจถูกตำรวจหลอกให้รับสารภาพ จนถูกพิพากษาจำคุก  ขณะที่พนักงานสอบสวนยันมีการกระทำผิดจริง พร้อมชี้แจงทุกประเด็น ที่ผู้ต้องหากล่าวหา

จากกรณีเมื่อ เวลา 09.00 น.วันที่ 26 ก.ย.57 นายบุญปั๋น แสงมณี อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 26 หมู่ 13 ต.สันทราย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ มีอาชีพขับรถบรรทุก รับจ้างขนพืชผลทางการเกษตร ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายมนัส ขันใส นายอำเภอฝาง จ.เชียงใหม่ ในฐานะผอ.ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอฝาง   เพื่อขอความเป็นธรรม

โดย นายบุญปั๋น ให้รายละเอียดว่า เมื่อ วันที่ 6 ส.ค.56 ได้รับมอบหมายจาก นายยุทธาศักดิ์ เสถียรติยางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัทฝางอินเตอร์ฟูดส์ จำกัด ตั้งอยู่บ้านสันทรายคลองน้อย ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ให้ไปบรรทุกหน่อไม้ต้ม จากโรงงานต้มหน่อไม้ ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย มาที่บริษัท จึงไปรับหน่อไม้ต้มมาจำนวน 210 ถุง หนักถุงละ 15 กก.รวมน้ำหนัก 3,150 กก.ปรากฏว่าเมื่อ มาถึงจุดตรวจตู้ยามแสนสุข ถนนสายแม่จัน -ท่าตอน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ถูกตำรวจจับกุมข้อหา นำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ โดยไม่มีใบเบิกทางกำกับไปด้วย จึงโทรศัพท์ติดต่อ นายยุทธาศักดิ์ คนว่าจ้างให้มาชี้แจงตำรวจ และเมื่อ นายยุทธาศักดิ์ มาถึงได้เข้าพบ พนักงานสอบสวนเวร สภ.แม่อาย  ก่อนจะปล่อยตนออกมา พร้อมให้นำหน่อไม้ไปส่งโรงงาน และระหว่างถูกคุมตัวบน สภ.แม่อาย ไม่ได้มีการสอบสวน แต่ให้ลงเพียงรายมือชื่อในบันทึกจับกุมเท่านั้น

นายบุญปั๋น   เปิดเผยอีกว่า ต่อมา วันที่ 4 ก.ย. 57    ร.ต.อ.ชินกร ศรีวิลาศ พนักงานสอบสวนเวร สภ.แม่อาย ได้เรียกตนมาพบแจ้งให้ทราบว่า จะส่งตนฟ้องศาล และบอกให้รับสารภาพ ตามข้อกล่าวหา จะมีโทษเพียงค่าปรับ 2 -3 พันบาท ให้ตนเตรียมเงินค่าปรับมาด้วย ตนได้ทักท้วงว่าระยะเวลากระชั้นชิด ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนได้ทัน ในตัวมีเงินเพียง 1,000 บาท พนักงานสอบสวนรับจะจ่ายเงินให้ จากนั้นก็พาตนไปพบพนักงานอัยการ และถูกส่งตัวส่งฟ้องศาลในตอนบ่ายวันเดียวกัน โดยศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี ตนรับสารภาพศาลปราณีลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือโทษจำคุก 6 เดือน และถูกคุมตัวไปเรือนจำ อ.ฝาง ได้ 3 วัน จึงประกันตัวออกมา  นายบุญปั๋น กล่าวอีกว่า ก่อนจะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำกลางเชียงใหม่ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ให้ยื่นอุทธรณ์คดีต่อ พร้อมมอบเงินจำนวน 5,000 บาท ให้มา

หลังจากนั้น ตนนำสำนวนคดีที่อัยการสั่งฟ้องมาอ่าน เชื่อว่าถูกตำรวจหลอกตน และบิดเบือนข้อเท็จจริงทั้งหมด ที่เห็นชัดเจนคือ ระบุว่าตนเป็นผู้ซื้อหน่อไม้ ทั้งที่ตนเป็นคนรับจ้างบรรทุก และยังระบุหน่อไม้มีน้ำหนักถึง 4,000 กก.ทั้งที่ข้อเท็จจริงรถตนบรรทุกไม่เกิน 2,500 กก.และการที่ตำรวจระบุ ตนครอบครองของป่าจำนวนมาก เหตุใดไม่ควบคุมตัว และยึดของกลางไว้ ทั้งยังปล่อยตนออกมา โดยไม่ต้องมีการประกันตัว พอเวลาล่วงมาเกือบปี จึงเรียกตนมาพบเกลี้ยกล่อมให้สารภาพ อีกทั้งยังจูงใจกล่าวว่า โทษมีเพียงค่าปรับเท่านั้น และยังเสนอตัวจะช่วยค่าปรับให้ และยังนำเงิน 5,000 บาท ให้สู้คดีอีก หากตนผิดจริง ทำไมตำรวจไม่ส่งฟ้องในวันจับกุม ทั้งที่มีหลักฐาน และของกลางครบ เหตุใดจึงปล่อยเวลาล่วงเลยมาเกือบปี จึงส่งตนฟ้อง ตนข้องใจที่หลอกตนให้รับสารภาพ จึงมาร้องเรียน ศูนย์ดำรงธรรม เพื่อขอความช่วยเหลือ ทางนายอำเภอฝาง รับเรื่องไว้แล้ว    นำเสนอผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป

ทางด้าน ร.ต.อ.ชินกร ศรีวิลาศ พนักงานสอบสวน สภ.แม่อาย เจ้าของคดี เผยว่า สำหรับคดีนี้เกิดขึ้น เมื่อ วันที่ 6 ส.ค.56 ร.ต.ต.อรุณ เค็มมาก หน.จุดตรวจแสนสุข ได้จับกุม นายบุญปั๋น พร้อมรถบรรทุกหน่อไม้ของกลางมามอบให้แจ้งข้อหา นำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ โดยไม่มีใบเบิกทางกำกับไปด้วย เป็นคดีอำนาจพิจารณาของศาลแขวง ต่อมาได้สอบสวนพบว่า การกระทำของผู้ต้องหา เข้าองค์ประกอบในความผิดฐาน รับไว้ด้วยประการใดๆ ซ่อนเร้นหรือช่วยพาเอาไปเสียซึ่งไม้ หรือของป่า ซึ่งตนรู้อยู่แล้วว่า เป็นไม้หรือของป่า ที่มีผู้ได้มาด้วยการกระทำผิด จะเป็นอำนาจพิจารณาของศาลจังหวัด พนักงานสอบสวน จึงเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาใหม่ และทำการสอบสวน โดยไม่มีการจับกุม หรือควบคุมตัวแต่อย่างใด เนื่องจากผู้ต้องหา มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และไม่มีพฤติกรรมหลบหนีแต่อย่างใด และได้มีการสอบสวนมาโดยตลอด ส่วนหน่อไม้ของกลาง เจ้าของโรงงานได้นำไปเก็บรักษาไว้ เนื่องจากเป็นของเน่าเสียง่ายทาง สภ.ไม่มีที่เก็บรักษาของกลางหน่อไม้ และคดีอยู่ระหว่างรอคำพิพากษา และนายยุทธาศักดิ์ ได้บันทึกเป็นหลักฐานไว้ด้วย

ส่วนกรณีที่กล่าวหาตนมอบเงินให้ 5,000 บาท เนื่องจากเห็นว่า ผู้ต้องหาเป็นคนยากจน ขณะสอบสวนตนสงสาร จึงบอกผู้ต้องหาว่า จะให้เงินยืมก่อน แต่พอรู้ว่าผู้ต้องหา ถูกศาลตัดสินจำคุก ก็ไม่ได้ติดใจที่จะเอาเงินคืนแต่อย่างใด ร.ต.อ.ชินกร กล่าว.