หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ฤทธิ์พายุฤดูร้อนถล่มวินาศ อาคาร – บ้านเรือน

Author by 18/05/16No Comments »

3       พายุฤดูร้อนเริ่มกระหน่ำต่อเนื่อง ล่าสุดต้นยางนาอายุกว่า 140 ปี และเสาไฟฟ้าถนนสาย ชม.-ลพ. ล้มระเนนระนาดครั้งใหญ่ อาคารบ้านเรือน รถยนต์เสียหายจำนวนมากพ่อเมืองเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจอำนวยการช่วยเหลือชาวบ้านพื้นที่สายเหนือเชียงดาว ฝาง ไชยปราการ สั่งทุกหน่วยช่วยเหลือชาวบ้านเต็มที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 18 พ.ค.59 นายมงคล สุกใส รอง ผวจ.จังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยจากพายุฤดูร้อนเมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 พ.ค. โดยเฉพาะพื้นที่ อ.สารภี บริเวณถนนสายต้นยางนาอายุกว่า 140 ปี เส้นทาง ถ.เชียงใหม่ – ลำพูน สายเก่า ตั้งแต่พื้นที่ ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ ถึง ต.หนองผึ้ง ต.ยางเนิ้ง อ.สารภี ที่พายุฤดูร้อน รวมทั้งฝนตกและลมกรรโชกพัดกระหน่ำตัวเมืองเชียงใหม่พร้อมกันหลายแห่งเป็นระยะเวลานานหลายชั่วโมงก่อนที่จะทำให้ในหลายพื้นที่ มีความเสียหายเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องต้องเร่งแก้ไขตลอดคืน และเหตุที่รุนแรงคือบริเวณถนนสายต้นยาง เชียงใหม่ – ลำพูน สายเก่า บ้านป่าแคโยง ต.หนองผึ้ง อ.สารภี ช่วงเวลา 20.45 น.พายุกระหน่ำพัดต้นยางนาขนาด 4-5 คนโอบ 7 ต้นและเสาไฟฟ้าอีก 17 ต้น ล้มทับหลายจุด ทำให้รถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 คันและอาคารพาณิชย์ 8 คูหา บ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหายหลายหลัง ไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน

ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 18 พ.ค.59  ทางเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เพื่อเร่งแก้ไข ให้สามารถใช้เส้นทางสัญจรไปมาได้เป็นปกติแล้ว พร้อมสำรวจความเสียหายและเร่งเยียวยาต่อไป โชคดีที่เหตุครั้งนี้ไม่มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิต เช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆ ที่เกิดเหตุพายุฤดูร้อนถล่ม ขณะนี้ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงใหม่ พร้อมทั้งองค์กรท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ กำลังเร่งสำรวจและให้การช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ตามขั้นตอน โดยยอมรับว่าปีนี้มีเหตุบ่อยครั้ง จึงกำชับย้ำทุกพื้นที่ให้เพิ่มการแจ้งเตือนชาวบ้าน และติดตามสถานการณ์ด้านสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดด้วย

ขณะที่นายวีระศักดิ์ มโนวรรณ์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.เชียงใหม่ ได้มอบหมายให้ส่วนที่เกี่ยวข้องจัดทีมเจ้าหน้าที่ เข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบและแก้ไข ในเบื้องต้นความเสียหายด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้า จากเหตุการณ์พายุ วันที่ 17 พ.ค.59 มีรายละเอียด ดังนี้ 1. แยกกองทราย – เศกสุรินทร์ เสาไฟฟ้าแรงสูง หัก 17 ต้น เสาไฟฟ้าแรงต่ำหัก 9 ต้น 2. บ้านสันคือ วัดสันคือ -ดอนจืน เสาไฟฟ้าแรงสูงหัก 3 ต้น เสาไฟฟ้าแรงต่ำ หัก 4 ต้น สายแรงต่ำขาด หลายจุด 3.บ้านสันคือ ซ.1 – ธาตุกุด สาย แรงสูงขาด ต้นไม้ล้ม เสาไฟฟ้าแรงต่ำ หัก 1 ต้น 4. หมู่บ้านลานนาธานี เสาไฟฟ้าแรงต่ำหัก ทับรถยนต์ เสาสื่อสาร ล้มทับ 5.ไลน์ CMA f.7 (สถานีควบคุมไฟฟ้าเชียงใหม่1 เสาไฟฟ้าแรงสูงหัก 1 ต้น สรุป เสาไฟฟ้าแรงสูงหัก 21 ต้น เสาไฟฟ้าแรงต่ำหัก 5 ต้น ทั้งนี้ PEA เขต 1 เชียงใหม่ ได้ระดมทีมเข้าดำเนินการแก้ไข ประกอบด้วย ทีมฝ่ายวิศวกรรมและบริการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.เชียงใหม่ เชียงใหม่ 2 และ ลำพูน

ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือแจ้งว่า ระระนี้อากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณ จ.เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก ตาก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. โดยสัปดาห์นี้อากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ ในช่วงวันที่ 18 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม. /ชม ส่วนในช่วงวันที่ 19-23 พ.ค.59 มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นอีกเป็น ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม. /ชม  ระยะนี้บางพื้นที่จะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง ต้นไม้ใหญ่และป้ายโฆษณาสูงๆ ขณะลมแรง

สำหรับเกษตรกรที่ต้องการปลูกพืชในช่วงฤดูฝนนี้ควรเตรียมดินเอาไว้ให้พร้อม เมื่อมีฝนตกสม่ำเสมอและดินมีความชื้นเพียงพอจึงค่อยลงมือปลูก แต่ควรเตรียมพื้นที่เพาะปลูกให้มีการระบายน้ำที่ดี เพื่อป้องกันโรคพืชในช่วงฤดูฝน ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยงไม่ควรปล่อยให้น้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงบ่อ เพราะจะทำให้สภาพน้ำเปลี่ยน สัตว์น้ำปรับตัว ไม่ทัน อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย

อย่างไรก็ตามในด้านการช่วยเหลือฟื้นฟูทาง จ.เชียงใหม่ได้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 17 พ.ค.59 ที่ อ.เชียงดาว นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ พร้อมคณะได้เดินทางไปตรวจติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ต่างๆ ของ อ.เชียงดาว โดยมีนายสราวุฒิ วรพงษ์ นายอำเภอเชียงดาว พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี ยะปาละ ผกก. สภ.เชียงดาว และนายเรืองฤทธิ์ ผลดี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงใหม่ สาขาเชียงดาว และคณะข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของ อ.เชียงดาว ให้การต้อนรับและชี้แจงรายละเอียด การดำเนินด้านการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ อ.เชียงดาว ได้ดำเนินการโดยใช้หลักของประชารัฐ เป็นความร่วมมือจากหน่วยงานของรัฐ องค์กรภาคเอกชนและชาวบ้านในพื้นที่ ในการสร้างฝายชะลอน้ำในคูคลองต่างๆ โดยมีขนาดของฝายตามความเหมาะสมของพื้นที่ พร้อมตั้งเป้าหมายในสร้างฝายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ การสร้างฝายชะลอน้ำ ออกแบบโดยหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 32 สำนักพัฒนาภาค 3 โดยใช้ไม้ไผ่เป็นโครงสร้าง และใช้ดินแกลบใส่ถุงปุ๋ยขนาดเล็กเป็นทับกันตัวฝาย และได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในพื้นที่ในการสร้างฝาย

หลังจากรับฟังการชี้แจงแล้ว ผวจ. เชียงใหม่ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการสร้างฝายชะลอน้ำที่บ้านแม่ข้อน อ.เมืองงาย เป็นฝายชะลอน้ำขนาดเล็ก ที่ชาวบ้านในพื้นที่กำลังดำเนิน การสร้างฝาย เพื่อเก็บกักน้ำในช่วงฤดูน้ำ จากนั้น ได้เดินทางไปดูฝายชุมชนเพื่อการเกษตร ณ บ้านป่าบง ต.แม่นะ เป็นการสร้างฝายในลำน้ำปิง เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการเกษตรของชาวบ้าน ต.แม่นะ และ ต.เชียงดาว และได้สร้างสะพานไม้ชั่วคราวเพื่อใช้สัญจรระหว่างทั้งสองฝั่งด้วย จากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมฝายชะลอน้ำ ณ บ้านถ้ำ หมู่ 5 ต.เชียงดาว มีการสร้างฝายชะลอน้ำเป็นระยะ และมีการติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ เพื่อส่งให้กับโรงเรียนและวัดถ้าเชียงดาวอีกด้วย ผวจ. เชียงใหม่ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ชาว อ.เชียงดาวได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งร่วมกับภาครัฐ เป็นแนวทางตามหลักการประชารัฐ    อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนา จ.เชียงใหม่และประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต

ต่อมาเวลา 15.00 น. ผวจ.เชียงใหม่ ได้ไปเยี่ยมบ้านเรือนชาวบ้าน ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุวาตภัย ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 20.00-21.30 น. ของวันที่ 16 พ.ค. 2559  ในพื้นที่ ต.แม่ข่า อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 11 หมู่บ้าน จากการสำรวจเบื้องต้นพบบ้านเรือนชาวบ้าน เสียหาย กว่า 300 หลังคาเรือน ทั้งนี้ ผวจ.เชียงใหม่ เยี่ยมให้กำลังใจและมอบหลังคากระเบื้องให้แก่นายอำพล ทาผัด บ้านเลขที่ 44 หมู่ที่ 3 บ้านสันม่วง ต.แม่ข่า และเยี่ยมให้กำลังใจ นายปั๋นแก้ว แก้วทา บ้านเลขที่ 533 หมู่ที่ 3 บ้านเดียวกัน บ้านเรือนทั้งสองหลังได้รับความเสียหายอย่างมากจากวาตภัย โดย ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า มีบ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหายจำนวนมาก จะต้องดำเนินการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ผู้ประสบวาตภัยสามารถเข้าพักอาศัยได้เร็วที่สุด

จากนั้นเวลา 17.00 น. ผวจ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ ต.ปงตำ อ.ไชยปราการ เพื่อให้กำลังใจชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัย ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 พ.ค.59 ที่มีบ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหายในพื้นที่ อ.ฝาง และ อ.ไชยปราการ โดยเฉพาะที่ อ.ไชยปราการ มีบ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 505 หลังคาเรือน ได้แก่ เทศบาลตำบลไชยปราการ เสียหาย 320 หลังคาเรือน, เทศบาลตำบลหนองบัว เสียหาย 25 หลังคาเรือน อบต.แม่ทะลบ เสียหาย 150 หลังคาเรือน และ อบต.ศรีดงเย็น เสียหาย 10 หลังคาเรือน

ผวจ.เชียงใหม่ ได้ให้กำลังใจและมอบหลังคากระเบื้องให้แก่ชาวบ้าน ต.ปงตำ ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากวาตภัย พร้อมได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยและจะประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินวาตภัย เพื่อนำงบประมาณมาช่วยเหลือชาวบ้าน สำหรับการช่วยเหลือเบื้องต้นทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง นำเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการซ่อมแซมบ้านเรือนให้ชาวบ้านเบื้องต้นแล้ว.