หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

ลุยค้น 10 จุด เป้าหมายป่วนเมืองจับผู้ต้องหาสกัด รธน.

Author by 25/07/16No Comments »

 1   เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สนธิกำลังบุกค้น บ้านเป้าหมาย กระทำผิดว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 10 เป้าหมาย ในเขตพื้นที่ 3 จังหวัด จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน ยึดของกลางไว้ตรวจสอบจำนวนมากผบช.ภาค 5 สั่งกำชับผู้ใต้บังคับบัญชา อย่าเกรงกลัวอิทธิพล    หากพบผิดให้ดำเนินคดีโดยเด็ดขาด  

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 23 ก.ค 59 ที่ตำรวจภูธร ภาค 5 พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภาค 5 ร่วมกับ พล.ต.โกศล ประทุมชาติ ผบ.มทบ.33, นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่  เปิดแถลงข่าว ผลการบูรณาการตรวจค้นจับกุมผู้กระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559  ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน และ จ.ลำปาง โดยได้นำของกลาง และผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ มาร่วมแถลงข่าวครั้งนี้ด้วยรวมทั้งสิ้น 3 คน

พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภาค 5 เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏความเคลื่อนไหว กรณีพบจดหมายปิดผนึก มีเนื้อหาบิดเบือนร่างรัฐ ธรรมนูญ ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน และ จ.ลำปาง  รวมทั้งสิ้น 11,181  ฉบับ ในห้วงระหว่าง วันที่  12-15 ก.ค 59  ถือเป็นการกระทำผิดฐาน กระทำการก่อความวุ่นวาย เพื่อให้การออกเสียง ไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตาม.พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 61 (1 ) วรรค 2 และกรณีพบใบปลิวโหวตโน บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดิน ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า เชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่  20 ก.ค. 59  โดยพนักงานสอบสวนได้รับคำ ร้องทุกข์ไว้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี ปรากฏพบผู้กระทำผิด และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี ได้ขออนุมัติ ออกหมายจับผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 59 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร และฝ่ายปกครอง ร่วมกันอาศัยอำนาจตาม มาตรา 44  แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราวพุทธศักราช 2557  บูรณาการกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมผู้กระทำผิด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยร่วมกันตรวจค้นเป้าหาย ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ลำพูน, ลำปาง รวม 10 เป้าหมาย เพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ และตรวจค้นหาวัตถุพยาน ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด โดยผลการตรวจค้นจับกุม

จุดที่ 1 ได้ตรวจค้นบ้านเลขที่ 11 หมู่ 1 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่  เป็นบ้านพักของ นายวิศรุต คุณะนิติสาร บุคคลตามหมายจับศาล จ.เชียงใหม่  ที่ 473/2559 ลงวันที่ 22 กค 59  ต้องหาว่า กระทำผิดฐาน “เผยแพร่ข้อความในสื่อสิ่งพิมพ์ หรือช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้ สิทธิ์ออกเสียงหรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง” ผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจยึดสิ่งของ จำนวน 9 รายการ ไว้เพื่อตรวจสอบ ต่อมาได้ติดตามจับกุม นายวิศรุตฯ ได้ที่บ้านเลขที่ 793/97  ลาดพร้าว  101  แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตบางทองหลาง กทม. นำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

จุดที่ 2 กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ, เจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง ร่วมกันเข้าตรวจค้นอาคาร เลขที่ 123  หมู่ 3 ถนนเชียงใหม่-ส้นกำแพง ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่  โดยได้ร่วมกันตรวจยึดสิ่งของ จำนวน 23 รายการ ไว้เพื่อตรวจสอบ

จุดที่ 3 ตรวจค้นบ้านเลขที่  129  หมู่ 5 ต.บ้านธิ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน  และได้จับกุม นายพงศ์พันธ์ จีระวัง     เจ้าของบ้าน เป็นบุคคลตามหมายจับศาล จ.ลำปาง ที่ 116/2559  ลง 22 ก.ค. 59    ในคดีพยายามก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

จุดที่ 4 ตรวจค้นบ้านเลขที่ 234/20  หมู่ 6 หมู่บ้านศิริวัฒนา ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่  พร้อมจับกุม นายสามารถ ขวัญชัย  เจ้าของบ้าน เป็นบุคคลตามหมายจับของศาล จ.เชียงใหม่  ที่ 474/2559 ลงวันที่ 23 ก.ค. 59 ในคดีเผยแพร่ข้อความในสื่อสิ่งพิมพ์ หรือช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผุ้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงหรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 2 รายการ นำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ยังตรวจค้นพบ สิ่งของที่น่าเชื่อว่าได้มี ไว้หรือได้ใช้ ในการกระทำผิดอีกหลายรายการ ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ได้มีการตรวจค้น ทางเจ้าพนักงานผู้ร่วมกันตรวจค้น จับกุม ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ผบช.ภาค 5 กล่าวอีกว่า คดีนี้ได้กำชับ ตำรวจทุกนาย ไม่ให้หวั่นเกรงอิทธิพลใดๆ หากพัวพันไปถึงใคร ให้ดำเนินตามกฎหมายโดยเด็ดขาด  หากสาวถึงใครดำเนินคดีถึงคนนั้น ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวน ในเบื้องต้นก่อน ส่วนจะมีการออกหมายเรียก นักการเมือง หรือบุคคลที่มีส่วนพัวพันมาสอบปากคำหรือไม่อย่างไร ขอให้เวลาพนักงานสอบสวนดำเนินการ คงเร็ว ๆ นี้จะรู้ และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมครั้งนี้ ทางตำรวจมีหลักฐานแน่นหนา และยังมีผู้ต้องหาที่ร่วมกันกระทำผิดกฎหมายอีกหลายคน จะตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ทางด้าน ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา แต่ไม่ซัดทอดว่าใครอยู่เบื้องหลัง จะขอให้การในชั้นศาล ยอมรับว่า เป็นบุคคลที่อยู่ในคลิปกล้องวงจรปิด ในการกระทำผิดจริง ส่วนใครว่าจ้าง  หรือมีใครอยู่เบื้องหลังขอให้การกับทางเจ้าหน้าที่และศาลเท่านั้น.