หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

สกัดจับแก๊งยาบ้า เจอด่านส่อพิรุธ ขนยาบ้า 5 แสนเม็ด

Author by 20/01/17No Comments »

   3     ตำรวจแพร่ ตั้งด่านสกัดจับขบวนการค้ายาเสพติด ขนยาบ้าร่วม 5 แสนเม็ด ผ่านด่านตรวจออกอาการมีพิรุธ ไปไม่รอดพร้อมผู้ต้องหา5 คน รายต่อมา ตำรวจตาก รวบ 2 ผู้ต้องหาหนีหมายศาลคดียาเสพติด และ ที่จังหวัดน่าน ตำรวจ ร่วมกับ ฝ่ายปกครองอำเภอ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรว ตชด. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ใช้เฮลิคอปเตอร์ บินสำรวจพบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกทำไร่ฝิ่นจำนวน 2 แปลง ร่วมกันตัดทำลายต้นฝิ่น และตรวจยึดต้นฝิ่นสด ทำบันทึกส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินการตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดแพร่ เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2560 จากการที่ พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผบก.ภ.จ.แพร่ สั่งการให้ พ.ต.ท.สวโรจน์ อินธนะวงษ์ชัย สวญ.สภ.นาพูน อ.วังชิ้น จ.แพร่ พ.ต.ท.ธนันทธ์เศรษฐ์ อาจโพธิ์ สวป.สภ.นาพูน หน.ด่านตรวจดงยาง พร้อมชุด ชป. 1 ด่านตรวจดงยางทำการ ตั้งด่านตรวจอย่างเข้มข้น เพื่อสกัดแก๊งค้ายาเสพติดผ่านเข้ามาในพื้นที่ เพราะ ได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบลำเลียงมาจากชายแดน จังหวัดเชียงใหม่

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาประกอบด้วย    นายเอ อายุ 15 ปี (นามสมมติ) อยู่ ต.บ้านสหกรณ์ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ นายบี อายุ 19 ปี (นามสมมติ) อยู่ ต.บ้านสหกรณ์ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ นาย อนุสรณ์ จันทร์นิ่ม อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 170 ม.6 ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายพิศิษฐ์ ลีลาพัฒนรัฐ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 ม.5 ต.เวียง อ.เชียงคำ จ.พะเยา และ นายนรินทร์ วงค์ราษฎร์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 ม.4 ต.ฝายกวาง อ.เชียงคำ จ.พะเยา

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจค้นพบยาบ้า หรือ เมทแอมแฟตามีน จำนวน 499,973 เม็ด โดยกลุ่มผู้ต้องหาขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคอร์ด สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กข 7372 ลำพูน จะผ่านด่านตรวจ เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 16 มกราคม 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ให้สัญญาณหยุดรถ เพื่อทำการตรวจสอบ และ ทำการตรวจค้น ทราบชื่อคนขับว่า นายบี และผู้โดยสารคือ นายเอ ทันทีที่เจอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ต้องหาทั้ง 2 ออกอาการท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการตรวจค้นตัวบุคคลทั้งสอง และตรวจค้นรถยนต์อย่างละเอียด พบยาบ้าซุกซ่อนไว้ในที่เก็บของหลังรถจำนวน 5 กระสอบ รวมประมาณ 498,000 เม็ด สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ถึงผู้ร่วมขบวนการ ได้ความว่ามีรถนำเป็นรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว  รุ่นปาเจโร่ หมายเลขทะเบียน กบ 4243 เชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับถุม จึงแจ้งให้ สภ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย สกัดรถ จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ติดตามไปในพื้นที่ สภ.ศรีสัชนาลัย ซึ่งทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสัชนาลัย ได้สกัดรถยนต์ปาเจโร่ไว้ได้ที่ด่านตรวจพบยาเสพติด จากการตรวจค้น พบยาบ้า จำนวน 1 มัด ประมาณ 1,973 เม็ด มี นายอนุสรณ์ เป็นคนขับ นายพิศิษฐ์ และ นายนรินทร์ นั่งโดยสารมาด้วยในเบื้องต้นจากการสอบสวน ทั้งหมดให้การว่าจะนำยาเสพติดไปส่งที่ จ.สุโขทัย

โดยแบ่งหน้าที่เป็นรถนำ และ รถขนยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สอบสวนขยายผลต่อถึงผู้ร่วมขบวนการ แต่ ผู้ต้องหา ไม่ซัดทอดถึงผู้จำหน่าย ผู้อยู่เบื้องหลัง หรือ บุคคลอื่น จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้นำตัวผู้ต้องทั้งหมดพร้อมของกลางส่งให้ พนักงานสอบสวน สภ.นาพูน ดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

รายต่อมา เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2560  พล.ต.ต.ปริญญา วิศิษฐฎากุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ ขอนพุดซา ผกก.สส.ภ.จ.ตาก สั่งการให้ พ.ต.ท.เสถียร แก้วเรียง สารวัตรสืบสวน กก.สส. ภ.จ.ตาก พร้อมชุดเฉพาะกิจ และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฉก.กก.สส. ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.พบพระ จ.ตาก และ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.จระเข้น้อย กรุงเทพ

ได้จับกุมตัว นายแสงรุ้ง ยิ้มแย้ม อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่  69 หมู่ 3 ต.เขาน้อย อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น ตามหมายจับของศาลจังหวัดมีนบุรี และ นางสาวนิภานุช โอ้บำเพ็ญ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/1 หมู่ 7 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตามหมายจับของศาลจังหวัดมีนบุรี ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 ยาไอซ์หรือแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย-ร่วมกันพยายามจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 ยาไอซ์หรือแอมเฟตามีน โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ที่บริเวณบ้านเลขที่ 209 หมู่ 6 ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยอมรับว่าเป็นบุคคลในหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และนำตัวมอบให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.จระเข้น้อย นำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

ที่จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2560เวลาประมาณ 10.00 น.   พ.ต.ท.มารุต สุภสิริ รอง ผกก.ปป.สภ.เรือง รรท.ผกก.สภ.แม่จริม จ.น่าน ได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่จริม เจ้าหน้าที่ทหาร รส.ที่ 3 ม.พัน 15 เจ้าหน้าที่ตำรวจหมวด ตชด. 3241 และ 3244 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่จริม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จริม ใช้เฮลิคอปเตอร์ของกรมอุทยาน บินสำรวจในพื้นที่อำเภอแม่จริม พบพื้นที่ถูกบุกรุกทำไร่ฝิ่นจำนวน 2 แปลง เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ 2 งาน คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐ 86,555 บาท และ เนื้อที่ประมาณ 1 งาน คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐ 8,655 บาท

จากนั้นได้ร่วมกันตัดทำลายต้นฝิ่นดิบในพื้นที่ดังกล่าว และตรวจยึดต้นฝิ่นสด จัดทำบันทึกส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยกล่าวหาว่า 1.ผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ฝิ่น) โดยผิดกฎหมายและมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ฝิ่น)ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย 2.ผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 ฐานห้ามมิให้ผู้ใด ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 55 ฐานผู้ใดครอบครองป่าที่ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถาง 3.ผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2509 มาตรา 14 ฐานก่อนสร้าง แผ้วถางหรือกระทำด้วยการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียสภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16(1) และมาตรา 24 ฐานก่อนสร้าง แผ้วถาง ยึดถือครอบครองที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 16 (4) ทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมสภาพแก่ ดิน หิน กรวดหรือทราย 5.ผิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 มาตรา 97 ฐานการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นของรัฐหรือสาธารณะสมบัติของแผ่นดินมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐ ตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย.