หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

สรุป! 7 วันอันตราย ชม.ยอดตายลด แพร่ไม่มีผู้เสียชีวิต

Author by 5/01/16No Comments »

   12494508_1053626184681625_795081636_o             พ่อเมืองเชียงใหม่ “ปวิณ” ปิดศูนย์อุบัติเหตุปีใหม่ 2559 ชื่นชมทุกฝ่ายทำงานเตรียมนำข้อแก้ไขปรับรับมือ   เทศกาลสงกรานต์ต่อ ด้านรองพ่อเมือง “มงคล”ปลื้มยอดเสียชีวิตลดกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับปีใหม่ 2558 เชียงใหม่หลุดไปอันดับ 20 กว่าของประเทศในยอดเสียชีวิต ส่วนสถิติการเกิดอุบัติเหตุและยอดผู้ได้รับบาดเจ็บยังครองแชมป์ของประเทศอีกสมัย เตรียมเสริมเขี้ยวเล็บให้ด่านชุมชน/หมู่บ้าน ดึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านดูแลห้ามคนเมาออกนอกพื้นที่ต่อเนื่อง มาตรการที่เพิ่มเจ๋งสุดคือ ยึดรถคนเมาตามคำสั่ง คสช. ขณะที่ .แพร่ ยอดเยี่ยมไม่มีผู้เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 5 ม.ค.59 เวลา 10.30 น. ที่ห้องศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดเชียงใหม่ หรือ ห้อง POC ชั้น 3 ศาลากลาง จ.เชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยนายมงคล สุกใส รอง ผวจ.เชียงใหม่ ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินและสรุปผลการดำเนิน พร้อมกับการปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 “สุขกาย สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย รับปีใหม่ 2559” โดยมี นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงใหม่ ในฐานะเลขานุการศูนย์ฯ รายงานสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 จ.เชียงใหม่ โดยมีสถิติการเสียชีวิตหยุดนิ่งอยู่ที่ 7 ราย วันสุดท้ายของการเฝ้าระวัง 4 มกราคม มีอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นอีก 14 ครั้ง บาดเจ็บ 15 รายไม่มีตายเพิ่ม

นายมงคล สุกใส   รอง ผวจ. เชียงใหม่ กล่าวว่า ภาพรวมจังหวัดเชียงใหม่ 7 วันมีการเกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 139 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 137 คน ยังถือว่าไม่ดีนัก ยังคงเป็นอันดับ 1 ของประเทศทั้ง 2 รายการ แต่สถิติผู้เสียชีวิตลดลงเหลือเพียง 7 ราย จากปีที่แล้วที่มีมากถึง 18 ราย น่าจะอยู่ในอันดับที่ยี่สิบกว่าของประเทศ สำหรับในช่วงที่บุรณการร่วมกับทุกฝ่ายถือว่าประสบความสำเร็จโดยเฉพาะการลดผู้เสียชีวิตลงเป็นจำนวนมาก สิ่งที่เป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้ลดลงคือทุกฝ่ายให้ความร่วมมือตั้งแต่เรื่องถนน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนที่รับผิดชอบ ของแขวงทางหลวง แขวงทางหลวงชนบท ได้ช่วยกันปรับปรุงผิวจราจร มีการปิดกั้นจุดกลับรถในบางจุด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่

“ที่สำคัญที่สุดคือมาตรการลดการศูนย์เสีย พบว่า ปัญหาในเขตหมู่บ้านชุมชนลดลงอย่างมาก เนื่องจากมีด่านชุมชมทั้ง 2,066 หมู่บ้าน โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากนายอำเภอทุกอำเภอ มีการจัดตั้งด่านให้ประชาคมหมู่บ้านดูแลนักดื่มประจำหมู่บ้านไม่ออกจากพื้นที่หมู่บ้าน ตำบล” รอง ผวจ. เชียงใหม่ แจงและว่า ทาง ผวจ.เชียงใหม่กล่าวแสดงความพอใจ จะต้องดำเนินการพัฒนาศักยภาพของศูนย์ชุมชน จะสามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้อย่างดี

นายมงคล กล่าวอีกว่า สำหรับผู้เสียชีวิตบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ เกิดจากรถจักรยานยนต์ และมีพฤติกรรมเมา ไม่สวมหมวกกันน็อค และขี่รถเร็ว ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องวินัยของผู้คนทั้งสิ้นที่สร้างความสูญเสีย และจากสถิติที่ปรากฏพบว่า หลายสิบครั้งที่เกิดจากรถจักรยานยนต์ที่ผู้ขับขี่เมาแล้วแฉลบลงข้างทางเองโดยไม่มีคู่กรณี เป็นถนนในหมู่บ้านและเขตทางหลวง สิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันนี้หลังจากการปิดศูนย์ฯ คือการวิเคราะห์วิจัยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ทางจังหวัดจะต้องปรับปรุงในเรื่องใดบ้าง ต้องมาการหารือแนวทางปฏิบัติ ร่วมกันในทุกภาคส่วน

ปีนี้มาตรการที่สามารถป้องกันการเสียชีวิตได้อีกส่วนหนึ่งคือ มาตรการการยึดรถตามคำสั่ง คสช.ที่ 46/2558  จ.เชียงใหม่ยึดรถไว้ทั้งสิ้น 179 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ อีกราว 2-3 วันถัดจากนี้ไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะประกาศคืนรถให้แก่เจ้าของ โดยต้องนำเอกสารหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของรถมาขอรับคืน ส่วนที่ทำผิดกฎหมายต้องว่าไปตามกฎหมาย

รอง ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวอีกว่า มาตรการยึดรถไว้ 7 วันจะมีการดำเนินการต่อหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล และ คสช. แต่คิดว่า มาตรการนี้น่าจะดำเนินการต่อ เพราะเป็นเรื่องที่ดี ลดการสูญเสียให้แก่ตัวผู้ขับขี่ที่เมาเอง ลดการสูญเสียทั้งตัวเองและชีวิตผู้อื่นด้วย สิ่งที่ต้องแก้ไขเป็นอย่างยิ่งคือเรื่องของวินัยของผู้คน คนไทยของเรา เพราะที่สูญเสียอันดับหนึ่งของประเทศคืออุบัติเหตุและเสียชีวิต กว่า 500 รายที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั่วประเทศในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 หลังปิดศูนย์วันนี้

ก่อนปิดศูนย์ฯ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ ได้เน้นย้ำทุกมาตรการ โดยเฉพาะการเน้นย้ำที่การทำให้ชุมชน กำนันผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่น อสม. ชุดกรรมการหมู่บ้าน ชรบ. ได้มีมาตรการทางสังคมที่จะดูแลราษฎรในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญในการที่ชุมชนดูแลชุมชนคนเชียงใหม่ด้วยกันเอง รวมถึงผู้คนที่มาจากต่างจังหวัด เพราะมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ที่เกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บและเสียชีวิต เป็นคนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ทั้งนั้น นักท่องเที่ยวมีน้อยมาก ดังนั้นมาตรการอันเป็นการเฉพาะของ จ.เชียงใหม่ จะมีการพัฒนาจุดตรวจชุมชมให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ผู้ใหญ่บ้านกำนัน ผู้บริหารท้องถิ่น ต้องมามีบทบาทในเรื่องนี้มากขึ้น ทั้งการเตรียมคน เตรียมเครื่องมือเครื่องใช้ หรือการเอ็กซเรย์คนในพื้นที่ว่าคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ไม่ปลอดภัยมีใครบ้าง โดยใช้ข้อมูลจาก อสม.ส่วนใหญ่มีข้อมูลอยู่แล้ว และดำเนินการควบคุมการดื่มเมาให้อยู่ในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบลไม่ออกมานอกถนนหรือทางหลวงกระทั่งเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บและเสียชีวิตได้ ถือว่าเป็นการศูนย์เสียทรัพยากรมนุษย์ในคราวเดียวที่เยอะมาก หากปรับเปลี่ยนเรื่องวินัยจราจรจะลดเรื่อง

ก่อนทำการปิดศูนย์ฯ นายปวิณ ได้เน้นย้ำทุกมาตรการ โดยเฉพาะการเน้นย้ำที่การทำให้ชุมชน กำนันผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่น อสม. ชุดกรรมการหมู่บ้าน ชรบ. ได้มีมาตรการทางสังคมที่จะดูแลประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญในการที่ชุมชนดูแลชุมชนคนเชียงใหม่ด้วยกันเอง รวมถึงผู้คนที่มาจากต่างจังหวัด เพราะมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ที่เกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บและเสียชีวิต เป็นคนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ทั้งนั้น นักท่องเที่ยวมีน้อยมาก ดังนั้นมาตรการอันเป็นการเฉพาะของ จ.เชียงใหม่ จะมีการพัฒนาจุดตรวจชุมชมให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ผู้ใหญ่บ้านกำนัน ผู้บริหารท้องถิ่น ต้องมามีบทบาทในเรื่องนี้มากขึ้น ทั้งการเตรียมคน เตรียมเครื่องมือเครื่องใช้ หรือการเอ็กซเรย์คนในพื้นที่ว่าคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ไม่ปลอดภัยมีใครบ้าง โดยใช้ข้อมูลจาก อสม.ส่วนใหญ่มีข้อมูลอยู่แล้ว และดำเนินการควบคุมการดื่มเมาให้อยู่ในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบล ไม่ออกมานอกถนนหรือทางหลวงกระทั่งเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บและเสียชีวิตได้

ผู้สื่อข่าว จ.แพร่ รายงานเพิ่มเติมว่า จากการที่ จ.แพร่ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ในการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อ “สุขกาย สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย รับปีใหม่ 2559” ระหว่างวันที่29 ธ.ค.2558 ถึงวันที่ 4 ม.ค. 2559 นอกจากนี้ ยังมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง ที่ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.แพร่ ศาลากลาง จ.แพร่ เพื่อป้องการเกิดอุบัติเหตุ ให้จำนวนผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ลดลง

เมื่อเช้าวันเดียวกัน ที่ห้องประชุมเวียงโกศัย ศาลากลาง จ.แพร่ นายพิเชษฐ ไพบูลย์ศิริ ผวจ.แพร่เป็นประธานการประชุมคณะ กรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 โดย จ.แพร่ได้ดำเนินการตั้งจุดตรวจ รวม 17 จุด มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่รวม 493 คน มีการเรียกตรวจผู้กระทำผิดเกี่ยวกับจราจร 10 ฐานความผิด จำนวน 8,541 คัน พบการกระทำผิดและดำเนินคดีจำนวน 1,484 คดี

สรุปในภาพรวมทั้ง 7 วันในการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 ของ จ.แพร่ ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 2558 – วันที่ 4 ม.ค. 2559 มีอุบัติเหตุสะสม 51 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 53 ราย เป็นชาย 37 ราย เป็นหญิง 16 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ถือว่า จ.แพร่ประสบผลสำเร็จ ในการดูแลประชาชนในตามมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 (ซึ่งมี จ.แพร่ จ.ระนอง และจ.ตรัง ที่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนช่วงปีใหม่ 2559 ทั้งนี้รวม 7 วัน จ.แพร่ มีการจับกุมดำเนินคดีเมาแล้วขับรวมจำนวน 69 ราย ยึดรถ 85 คัน เป็นรถจักรยานยนต์ 51 คัน รถยนต์ส่วนบุคคล 10 คัน รถปิคอัพ 8 คัน (จำนวนรถถูกยึดมากกว่าจำนวนผู้ถูกดำเนินคดี  เพราะบางรายปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกินกฎหมายกำหนด แต่เจ้าหน้าที่เกรงว่าเมื่อผู้ขับขี่รถต่อไป จะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น จึงขอยึดรถไว้ก่อนตามคำสั่งของ คสช. เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ที่ห้องประชุมเวียงละกอน ศาลากลาง จ.ลำปาง เช้าวันเดียวกัน นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ รอง ผวจ.ลำปาง เป็นประธานปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 จ.ลำปาง โดยสรุปข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 2558 – 4 ม.ค. 2559 รวม 7 วัน จ.ลำปางมีสถิติอุบัติเหตุเกิดขึ้น จำนวน 69 ครั้ง เพิ่มขึ้น 2 ครั้ง เทียบกับปี 2558 ผู้บาดเจ็บ จำนวน 71 คน ลดลง 5 คน เทียบกับปี 2558 ผู้เสียชีวิต จำนวน 4 คน ลดลง 1 คน เทียบกับปี 2558

สำหรับสาเหตุส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุและเสียชีวิตสูงสุด เกิดจากขับขี่รถขณะเมาสุรา 34 ครั้ง ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์ 59 คัน

ที่ห้องศูนย์บัญชาการ ชั้น 3 ศาลากลาง จ.พะเยา นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ. พะเยา เป็นประธานประชุมกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 จ.พะเยา พร้อมทั้งสรุปผลการปฏิบัติงานช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 58 – 4 ม.ค. 59 ว่า จากการร่วมกันปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อ ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจำนวน 60 ครั้ง บาดเจ็บ 59 คน และมีผู้เสียชีวิต 4 คน

สำหรับการเปรียบเทียบผลการดำเนินการเทศกาลปีใหม่ 2558 กับปี 2559 จ.พะเยา มีอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น 4 ครั้ง คิดเป็น 7.14% , ผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น 6 คน คิดเป็น 11.32% และจำนวนผู้เสียชีวิตลดลง 2 คน คิดเป็น 33.33% ส่วนการเรียกตรวจและดำเนินคดีตามมาตรการ 1ร.2ส.3ข.4ม. ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 58 – 4 มกราคม 59 นั้น เรียกตรวจยานพาหนะจำนวนทั้งสิ้น 22,889 คัน ถูกดำเนินคดี 4,966 ราย เป็นชาย 3,502 ราย หญิง 1,464 ราย โดยไม่สวมหมวกนิรภัยมากที่สุด 1,707 ราย รองลงมาคือ ไม่มีใบขับขี่ 1,572ราย และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 776 ราย

ผวจ.พะเยา กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จ.พะเยา จะนำข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ไปดำเนินการแก้ไขและเตรียมความพร้อมไว้รองรับให้ทุกคนที่ใช้เส้นทางใน จ.พะเยาปลอดอุบัติเหตุ เช่น สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ 38.71% มาจากพฤติกรรมเสี่ยงคือ ขับรถเร็วเกินกำหนด เมาสุรา ตัดหน้ากระชั้นชิด นอกจากนั้นผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นคนในพื้นที่ พร้อมทั้งการตรวจจับอย่างเข้มงวดในเทศกาลสงกรานต์ ปี2559 โดยขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เน้นหนักในเรื่องการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่งดดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์แล้วขับขี่ยานพาหนะ

ที่ห้องประชุม สวท.น่าน นายวุฒิชัย เสาวโกมุท รอง ผวจ.น่าน เป็นประธานพิธีปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 ในระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.2558 – 4 ม.ค.2559 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผบก.ภ.จว.น่าน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.น่าน สาธารณสุข จ.น่าน คปภ.น่าน ผู้อำนวยการ สวท.น่าน เข้าร่วม

สถิติปีนี้ จังหวัดน่าน มีจำนวนครั้งอุบัติเหตุสะสม เกิดอุบัติเหตุ รวม 39 ครั้ง เปรียบเทียบกับปีที่แล้ว (2558) (50 ครั้ง) ลดลง 11 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 18 มีอำเภอที่เกิดอุบัติเหตุสะสมจากมากไปน้อย ได้แก่ อ.เวียงสา 12 ครั้ง เมืองน่าน 7 ครั้ง ปัว 7 ครั้ง ท่าวังผา 5 ครั้ง เชียงกลาง 3 ครั้ง นาหมื่น นาน้อย และแม่จริม อำเภอละ 1 ครั้ง อำเภอที่ไม่มีอุบัติเหตุ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.บ้านหลวง สันติสุข ทุ่งช้าง บ่อเกลือ สองแคว และเฉลิมพระเกียรติ มีผู้เสียชีวิต 1 รายที่ อ.ท่าวังผา อุบัติเหตุส่วนใหญ่พบว่า เป็นการขับขี่ด้วยรถมอเตอร์ไซค์ ทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายที่ไม่สวมหมวกนิรภัย ผู้ขับขี่ดื่มสุรา ขับรถผิดกฏจราจร หลับใน ตัดหน้ากระชั้นชิด ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ขับรถเร็วเกินกำหนด และทัศนวิสัยไม่ดี

ด้าน จ.เชียงราย นายสว่าง  ม่อนดี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงราย ในฐานะเลขาธิการศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน จ.เชียงราย ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559ได้รายงานการรณรงค์ สุขกาย สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย รับปีใหม่ 2559 ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.2558-วันที่ 4 ม.ค.2559 รวม 7 วัน จ.เชียงรายสรุปการเกิดอุบัติเหตุรวม 95 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 96 คน เป็นชาย 71 คนเป็นหญิง 25คน ยอดผู้เสียชีวิต 12 ราย เป็นชาย 9 คนเป็นหญิง 3 คน

โดยสาเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิต เกิดจากขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่สวมหมวกนิรภัย ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และเมาสุรา ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ จักรยานยนต์ และพื้นที่อำเภอที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ อ.เมืองเชียงราย 24 ครั้ง อ.เชียงแสน 10 ครั้งและ อ.เชียงของ 9 ครั้ง เมื่อเปรียบเทียบกับสถิติในช่วงเดียวกันของปี 2558 ช่วงเทศกาลปีใหม่ พบว่า ปี 2559 จ.เชียงรายทั้ง 7 วันมีสถิติเพิ่มขึ้นการเกิดอุบัติเหตุจาก 62 ครั้งเป็น 95 ครั้งจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 53.23 ส่วนผู้บาดเจ็บจาก 52 คนเป็น 96 คนเพิ่มขึ้นร้อยละ 84.62 ส่วนผู้เสียชีวิตยอดลดลงจำนวน 15 รายเป็น 12 รายคิดเป็นร้อยละ 20

จ.แม่ฮ่องสอน วันเดียวกัน นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จ.แม่ฮ่องสอน เป็นประธานแถลงข่าว ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนเทศกาลปีใหม่ 2559 ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.แม่ฮ่องสอน

โดยสรุป จ.แม่ฮ่องสอน เกิดอุบัติเหตุ 18 ครั้ง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเมาสุรา รองลงมาคือไม่สวมหมวกนิรภัย มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 18 ราย ส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 83.33 มีผู้เสียชีวิต 1 ราย อำเภอที่เกิดอุบัติเหตุสูงได้แก่ อ.ปาย จำนวน 7 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 8 ราย และอำเภอที่ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ได้แก่ อ.สบเมย

สรุปพาหนะที่เรียกตรวจจำนวน 15,809 คัน ดำเนินคดีผู้ไม่สวมหมวกนิรภัย 737 ราย มอเตอร์ไซด์ไม่ปลอดภัย 52 ราย/เมาแล้วขับ 18 ราย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 295 ราย ไม่มีใบขับขี่ 592 ราย ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร 7 ราย  ขับย้อนศร 6 ราย  แซงในที่คับขัน 2 ราย และใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถจำนวน 22 ราย.