หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

สัตวแพทย์ยันหลินฮุ่ยตั้งท้อง พบคล้ายตัวอ่อนในมดลูก มีโอกาสเป็นแฝด

Author by 12/09/15No Comments »

 หลินอุ้ย   ทีมสัตวแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญ ยืนยัน แพนด้าหลินฮุ่ย ตั้งท้องแล้ว ผลอัลตร้าซาวด์ชัดพบคล้ายตัวอ่อนในมดลูก รอลุ้นตกลูกตลอด 24 ชม.และมีโอกาสเป็นข่าวดีอาจเป็นแฝดได้ ประสานข้อมูลผู้เชี่ยวชาญจีนแล้ว

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.58  ที่ห้องประชุมสโมสรแพนด้า สวนสัตว์เชียงใหม่ นายเบญจพล นาคประเสริฐ ผอ.องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ รักษาการ ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้ช่วย ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ นายสัตวแพทย์ ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ หัวหน้าคณะทำงานโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย และรศ.นสพ.ดร.สุดสรร ศิริไวทยพงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์ ธนุเวชวิทยา และวิทยาการสืบพันธุ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการติดตามพัฒนาการของการตั้งท้องของแม่แพนด้า “หลินฮุ่ย” หลังจากที่ได้รับการผสมเทียมไปเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.58  เข้าสู่วันที่ 82

โดยนายเบญจพลกล่าวว่า เดิมที่คณะ วิจัยจะทำอัลตร้าซาวด์ 60 วัน แต่เมื่อไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือพฤติกรรมที่ชัดเจนเป็นสัญญาณจึงขยายเวลาว่าน่าจะ 80 วัน จนมาเหมาะสมในช่วงนี้พอดี แพนด้าหลินฮุ่ยได้แสดงพฤติกรรมความเป็นแม่ชัดเจนทั้งการทำ รัง ระดับฮอร์โมนที่สูงขึ้นมาก ดังนั้นทีมผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสุขภาพครั้งใหญ่พร้อมอัลตร้าซาวด์ ผลภาพรวมเป็นที่พอใจ สุขภาพแข็งแรงเป็นปกติทุกด้าน และให้ความร่วมมือในการทำงานของคณะผู้เชี่ยวชาญอย่างดีมากด้วย ถือว่าเป็นข่าวดีอีกระดับหนึ่งของโครงการวิจัยฯ และน่าจะเป็นข่าวดีที่จะได้ร่วมกันลุ้นเรื่องทายาทตัวใหม่กันต่อไปว่ามีโอกาสเป็นอย่างไรบ้าง ต้องขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้องที่ช่วยกันอย่างมาก

รศ.นสพ.ดร.สุดสรร เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสืบพันธุ์สัตว์ และเป็นหัวหน้าทีมตรวจสุขภาพและอัลตร้าซาวด์ครั้งนี้กล่าวว่า จากการที่ทีมงานสัตวแพทย์โครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมกันตรวจอัลตร้าซาวด์ “หลินฮุ่ย” เมื่อค่ำวันที่ 10 ก.ย. ด้วยเครื่องคุณภาพสูงมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท เป็นวันที่ 81 นับจากการผสมเทียม พบว่า ที่มดลูก “หลินฮุ่ย” มีโครงสร้างที่บ่งบอกว่า เป็นถุงหุ้มตัวอ่อนอย่างชัดเจน ขนาดกว้างยาวประมาณ 2.3 x 2.7 เซนติเมตร ส่วนการตรวจอัลตราซาวด์ในวันที่ 11 ก.ย. ครบ 82 วันการผสมเทียมพบว่า ในตำแหน่งที่พบถุงหุ้มตัวอ่อนมีการพัฒนาไปเป็นลักษณะคล้ายโครงสร้างของตัวอ่อนแพนด้าขนาดกว้างยาวประมาณ 6.92x 1.97 เซนติเมตร เพียงแต่ยังไม่พบ สัญญาณชีพชัดเจน แต่ทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่า “หลินฮุ่ย” กำลังตั้งท้องอย่างแน่นอน เป็นผลสำเร็จของการผสมพันธุ์ที่ทำให้มีการตั้งท้อง

อย่างไรก็ตามปกติหมีแพนด้ามีระยะการตั้งท้องที่ผันแปรอยู่มาก ทำให้เบื้องต้นยังไม่สามารถบอกได้ว่า การพัฒนาจะไปในทิศทางใด อาจจะคลอดในเร็ววันนี้หรือในหลายกรณีของแพนด้าทั่วโลกที่อาจมีการดูดกลับของตัวอ่อนได้เช่นกัน เหมือนครั้งก่อนที่เคยเกิดขึ้น แต่ครั้งนี้ความชัดเจนที่พบจะมีมากกว่า เป็นอีกระดับหนึ่งที่ต้องติดตามที่คาดว่า 1-2 เดือนนี้อาจจะตกลูกหรือเร็วขึ้นหรือนานไปอีกก็เป็นได้ แต่ภาพรวมจากการเปรียบเทียบข้อมูลในทุกๆด้านคือข่าวดี

ขณะที่ นสพ. ดร.บริพัตร กล่าวว่า ผลจากการอัลตร้าซาวด์ค่อนข้างจะเป็นที่ชัดเจนว่า “หลินฮุ่ย” ตั้งท้องแล้ว ตามแผนจากนี้จะมีการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่เป็นการรบกวน จะปล่อยเป็นธรรมชาติเป็นปกติของการใช้ชีวิตของหลินฮุ่ย ไม่ให้ “หลินฮุ่ย” เกิดความเครียดขึ้น พร้อมทั้งเฝ้าสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ทั้งการสร้างรัง รวมทั้งการเลียและเบ่งอวัยวะเพศ ที่จะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการใกล้คลอด เมื่อส่งสัญญาณเมื่อใดทีมเจ้าหน้าที่ก็พร้อมรับมือทันที ผลตรวจสุขภาพและผลสำเร็จการตั้งท้องครั้งนี้ได้แจ้งไปทาง ดร.ถัง ชุนเฉียง ผู้เชี่ยวชาญของจีนที่ศูนย์อนุรักษ์แพนด้าหยาอันแล้ว เพื่อจะได้เตรียมพร้อมหากมีการตกลูกแฝดก็มีโอกาส จะได้เตรียมการส่งทีมผู้ดูแลแพนด้าอ่อนมาช่วยเพราะลำพังเรามีประสบการณ์แค่หลินปิง แต่หากไม่ได้มาก็พร้อมรับมือเพราะทีมงานได้เรียนรู้และไปศึกษาที่จีนมาอยู่แล้ว ตอนนี้สวนสัตว์เชียงใหม่เตรียมห้องอนุบาลตัวอ่อนไว้รองรับอย่างเต็มที่แล้วเช่นกัน

“ยังต้องลุ้นต่อไปว่า จะมีการตกลูกได้เมื่อใด เพราะไม่สามารถที่จะระบุได้เลยว่า เวลาไหนหรือนานหรือไม่ จะไม่มีความแน่นอนและเป็นธรรมชาติปกติของหมีแพนด้าที่จะมีระยะเวลาที่ไม่แน่นอน และยังไม่พบสัญญาณชีพที่ปรากฏแท้จะพบลักษณะเหมือนตัวอ่อนชัดเจน แต่ทำให้มีโอกาสเป็นไปได้ทุกด้าน แต่ระหว่างนี้ ทีมเจ้าหน้าที่ พี่เลี้ยง ต้องเฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดต่อไปตลอด 24 ชม. แต่ถือว่า เป็นสัญญาณบอกเหตุที่ดีในหลายๆด้านที่ทำให้มีโอกาสลุ้นได้ทายาทตัวใหม่ ล่าสุดกรณีระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนไต่ระดับสูงต่อเนื่อง โดยพบวันนี้อยู่ที่ระดับ 220 นาโนกรัมต่อมิลลิกรัมเครตินิน”หัวหน้าคณะทำงานโครงการวิจัยฯกล่าว.