หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

สั่งรื้อคดีใหม่ ฆ่าน้องแอน หลังผู้ต้องสงสัยสู้คดีจนหลุด หลักฐานไม่เีพียงพอ

Author by 24/07/14No Comments »

 4 copy          ผช.ผบ.ตร.สั่งรื้อคดีฆ่าน้องแอนขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้ง หลังผู้ต้องสงสัยสู้คดีจนหลุด เรียกประชุมชุดสืบสวนมอบหมายงานใหม่ทั้งหมดให้ รอง ผบช.ภาค 5 และ ผบก.สส.ภาค 5 คุมคดี ย้ำไม่หนักใจ ถึงแม้คดีเกิดมานาน 9 ปีแล้ว มั่นใจจะได้ตัวคนร้ายแน่นอน

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงค์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งมีคนพบศพ น.ส.เบญจภรณ์ ผ่องผิว หรือแอน อายุ 27 ปี ถูกฆ่าอย่างทารุณ โดยคนร้ายได้นำศพ มัดติดไว้กับต้นกระถิน บริเวณถนนด้านหลังปั๊มน้ำมัน ปตท. ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เหตุเกิด เมื่อ วันที่ 13 ธ.ค. 2548 ซึ่งต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยคดีนี้ได้ 1 คน นำตัวดำเนินคดีข้อหา ฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ต่อมาเมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หลักฐานไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ต้องสงสัยหลุดพ้นข้อกล่าวหา  ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ข่าวคืบหน้าคดีนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ก.ค.57 พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบช.ภาค.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประจวบ วงค์สุข ผบก.สส.ภาค 5 และ พ.ต.อ.วีระวุฒิ เนียมน้อย รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนภาค 5 ชุดสืบสวน ภ.จว. เชียงใหม่ และชุดสืบสวนท้องที่ สภ.ภูพิงค์ รวมกว่า 30 นาย มาร่วมประชุมหารือในคดีนี้อีกครั้ง ที่ห้องประชุมชั้น 3 กองบังคับการศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธร ภาค 5 โดยในที่ประชุม ได้มีการแบ่งสายการทำงานของชุดสืบสวนต่างๆ ตั้งแต่การสอบปากคำพยานแวดล้อมเพิ่มเติม ทั้งเพื่อนผู้ตาย ผู้เห็นเหตุการณ์ ก่อนและหลังที่เกิดเหตุ รวมถึงการตามล่าตัวบุคคล ที่นำโทรศัพท์มือถือ ของผู้ตายไปขาย และการหาพยานเพิ่มเติมต่างๆ

หลังการประชุม  พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ รอง ผบช.ภาค.5 กล่าวว่า คดีนี้ทาง พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการ ผบช.ภาค.5 ได้มีคำสั่งให้ชุดสืบสวนภาค 5 จัดชุดทำงาน เข้ามาสืบสวนสอบสวนคดีนี้ใหม่อีกครั้ง หลังจากศาลฎีกามีคำสั่งยกฟ้อง โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.ประจวบ วงศ์สุข ผบก.สส. ภาค.5 เป็นหัวหน้าคณะทีมสืบสวนสอบสวน โดยหลังจากนี้ทีมงานที่ตั้งขึ้นมาใหม่ จะเร่งสืบสวนสอบสวน หาประจักษ์พยาน ใหม่ๆนอกเหนือจากเดิมมาดำเนินการ หากบ่งชี้ไปที่ใครก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที โดยประเด็นการสังหาร ยังมุ่งไปที่ปมชู้สาว ชิงทรัพย์ และแค้นส่วนตัว

รอง ผบช.ภาค.5 กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีทีมทำงานชุดหนึ่ง ที่นำกำลังออกล่าบุคคลตามภาพสเก็ตช์ ซึ่งเป็นตัวสำคัญในคดีที่นำโทรศัพท์มือถือ ของผู้ตายไปขายที่ร้านรับจำนำมือ ถือ โดยมีกล้องวงจรปิดจับภาพได้ รวมถึงการรวมรวมพยานบุคคลใหม่ทั้งก่อน และหลังจากที่เกิดเหตุ ส่วนบุคคลสำคัญอีกคน ในคดีที่หลังเกิดเหตุ ได้ไปทำงานที่ต่างประเทศ และไม่กลับมาประเทศไทยอีก หากเรามีหลักฐาน หรือพยานที่สาวไปถึงตัว  ก็จะประสานกับสถานทูต ให้ส่งตัวกลับมา เพราะเชื่อว่าจะเป็นกุญแจสำคัญในคดีนี้ และจากนี้จะมีการประชุมชุดใหญ่ ทั้งหน่วยนิติวิทยาศาสตร์ นิติเวช และหมอ รวมถึงทีมสืบสวนทั้งหมดในเดือนหน้า เพื่อหารือแนวทางการทำงานร่วมกัน   โดยเชื่อว่าจะ สามารถได้ตัวคนร้ายที่แท้จริงในไม่ช้า ส่วนที่ว่าคดีนี้เหตุเกิดมาเนิ่นนานถึง 9 ปีแล้ว ก็เชื่อว่า จะไม่มีผลต่อรูปคดี เพราะเรามีการเก็บหลักฐานทุกอย่างไว้อย่างดี รอง ผบช.ภาค 5 กล่าว.