หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

สาวติดคุกโอมาน กลับบ้านสองแคว เตรียมบวชชีทำใจสงบ

Author by 28/01/17No Comments »

4                หลายหน่วยงาน ยื่นมือช่วยเหลือสาวเมืองสองแคว หลังจากถูกจับติดคุกโอมานนานกว่า 4 เดือน เหมือนตกนรกทั้งเป็นล่าสุดเดินทางกลับถึงแผ่นดินเกิดแล้ว จากสาเหตุนำยารักษาโรคมีส่วนผสมสารเสพติดเข้าประเทศ โผเข้าสวมกอดพ่อแม่ด้วยความดีใจ ร้องไห้ตลอดเวลาท่ามกลางความยินดีเจ้าหน้าที่ ทุกฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือ นำพวงมาลัยดอกมะลิเกราบเท้าของพ่อกับแม่ ประกาศจะขอใช้ชีวิตอยู่กับพ่อและแม่ที่บ้านเกิด และไปบวชชีพราหมณ์ที่วัดใกล้บ้าน เพื่อให้จิตใจสงบ

จากกรณี เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 59 ปีที่ผ่านมา นางสุนทรี  เนียมกลาง อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 47 หมู่ 14  ต.บ้านดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เดินทางไปที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.พิษณุโลก ขอให้ช่วยเหลือลูกสาว คือ น.ส.รสสุคนธ์  เนียมกลาง หรือ น้องจ๋า อายุ 32 ปี ซึ่งเดินทางไปหาเพื่อนและทำงานที่ประเทศโอมาน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจโอมาน ควบคุมตัวที่สนามบิน นำตัวไปคุมขังในคุก เนื่องจากเครื่องสแกนตรวจพบยารักษาโรคประจำตัวจำนวนมาก คือ ยากันชัก ยาแก้ปวดไมเกรน ยาแก้คลื่นไส้ ยาคลายเครียด ยานอนหลับ ยาปรับความดันเลือด ซึ่งยาบางตัวมีส่วนผสมของสารตั้งต้นยาเสพติด ที่ผ่านมาได้พยายามช่วยเหลือลูกแต่ติดปัญหาขั้นตอนในเรื่องประวัติการรักษา และใบรับรองเกี่ยวกับยาบางตัว ขอให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานการช่วยเหลือ นำ น้องจ๋า กลับประเทศไทยโดยด่วน เนื่องจากมีโรคประจำตัว หากขาดการรักษาหรือไม่ได้กินยาต่อเนื่อง อาจถึงขั้นร้ายแรงเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ น้องจ๋า ได้โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วย

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 ม.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.พิษณุโลก นายธานินทร์  สมบูรณ์สาร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ตั้งแต่ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจาก นางสุนทรี  เนียมกลาง ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เช่นกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ สถานทูตไทยในโอมาน กระทั่งสามารถติดต่อให้ความช่วยเหลือ น.ส.รสสุคนธ์  เนียมกลาง หรือ น้องจ๋า ออกจากคุกโอมานได้เป็นผลสำเร็จ ก่อนจะนั่งเครื่องบินของสายการบินไทยกลับถึงประเทศไทย เมื่อเช้าวันนี้ และเดินทางกลับ จ.พิษณุโลก โดยทันที ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.พิษณุโลก มี นางสุนทรี และ นายเครือ  เนียมกลาง ผู้เป็นพ่อแม่เฝ้าคอยอยู่ เมื่อ น.ส.รสสุคนธ์ เห็นหน้าพ่อกับแม่ถึงกับโผเข้าสวมกอดด้วยความดีใจ และร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางความยินดีของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย พร้อมทั้งนำพวงมาลัยดอกมะลิเข้าไปไหว้กราบที่เท้าของพ่อกับแม่

ด้าน น.ส.รสสุคนธ์  เนียมกลาง หรือน้องจ๋า กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะอื้นว่า ต้องขอขอบคุณทุกกำลังใจ และขอบคุณทุกคนที่คอยให้ความช่วยเหลือจนสามารถรอดพ้นคุกในประเทศโอมาน ที่ตนเองถูกจองจำเป็นเวลานานกว่า 4 เดือน ทำให้ได้กลับประเทศไทยในวันนี้ ไม่มีที่ไหนดีไปกว่าบ้านเราอีกแล้ว ตั้งแต่ติดคุกที่ประเทศโอมานเหมือนกับตกนรกทั้งเป็น รู้สึกทุกข์ใจคุยอะไรกับใครก็ไม่รู้เรื่องเพราะคุยกันคนละภาษา ขอฝากถึงทุกคนที่คิดจะเดินทางไปต่างประเทศ ควรศึกษาหาข้อมูลของประเทศที่จะเดินทางไปให้ดีเสียก่อน เพราะถ้าหากเกิดปัญหาขึ้นมาจะยากเกินกว่าแก้ไขได้ หลังจากนี้ไปจะขอใช้ชีวิตอยู่กับพ่อและแม่ที่บ้านเกิด และไปบวชชีพราหมณ์ที่วัดใกล้บ้านเพื่อให้จิตใจสงบลง

ขณะที่ นายธานินทร์  สมบูรณ์สาร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า นายศุภชัย  เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้มอบหมายให้ติดตามดูแลช่วยเหลือกรณีนี้เป็นพิเศษ ได้ดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ในส่วนของเรื่องการพกพายารักษาโรคเข้าประเทศโอมานนั้น ต้องมีเอกสารรับรองจากแพทย์อย่างถูกต้อง แต่ปรากฏว่า น.ส.รสสุคนธ์  เนียมกลาง ไม่ได้นำเอกสารติดตัวไปด้วย ทำให้ถูกควบคุมและไม่สามารถสื่อสารกันรู้เรื่อง ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.พิษณุโลก ได้ไปขอใบรับรองยาอย่างถูกต้องจากแพทย์โรงพยาบาลพุทธชินราช พร้อมทั้งแปลเอกสารส่งไปยังสถานทูตไทยในโอมาน เพื่อนำเรื่องพิสูจน์ต่อศาล จนสามารถช่วยเหลือกกลับประเทศไทยได้ในที่สุด

ทางด้าน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ชี้แจง เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2560 ว่าจากกรณี น.ส. รสสุคนธ์ ถูกทางการโอมานจับกุม เนื่องจากมีการนำยาต้องห้ามเข้ามาในโอมาน นั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ขอเรียน ดังนี้

1. สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ร่วม กับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดพิษณุโลก และโรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก ให้ความช่วยเหลือ น.ส. รสสุคนธ์ฯ ในกรณีดังกล่าวมาตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2559 และได้พยายามดำเนินการช่วยเหลือในส่วนที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งการเดินทางไปเยี่ยม การประสาน/ ติดตามการดำเนินคดีฯ โดยเฉพาะการติดต่อ/ ประสานเพื่อขอใบรับรองแพทย์และใบสั่งยาของ น.ส. รสสุคนธ์ เพื่อนำมาดำเนินการแปลและรับรองเอกสาร ตามขั้นตอน แล้วนำไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจโอมาน เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาของศาลโอมาน กรณีคดีของ น.ส. รสสุคนธ์ ต่อไป

ขณะนี้ศาลโอมาน ได้พิจารณาตัดสินปล่อยตัว น.ส. รสสุคนธ์ เพื่อให้เดินทางกลับประเทศไทยแล้ว ทั้งนี้ น.ส. รสสุคนธ์ มีกำหนดจะเดินทางออกจากกรุงมัสกัต ในวันที่ 26 มกราคม 2560 โดยสายการบินไทย เวลา 20.40 น. และเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ในวันที่ 27 มกราคม 2560 เวลา 06.50 น.

2. สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอแจ้งให้ทราบว่า ปัจจุบันทางการโอมานมีความเข้มงวดอย่างมากในการตรวจสอบการนำเข้ายาดังกล่าวเข้ามาในโอมาน ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ ขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่จะเดินทางไปโอมานในช่วงนี้หลีกเลี่ยงการนำยาเข้ามายังโอมาน หรือหากเป็นยาที่จำเป็นต้องใช้จริง ก็ขอให้นำใบรับรองและใบสั่งยาจากแพทย์ติดตัวมาด้วย

3. สุดท้ายนี้ สถานเอกอัครราช ทูตฯ ขอแจ้งด้วยว่า หากคนไทยท่านใดเดินทางมาโอมานและประสบปัญหาหรือมีข้อขัดข้อง ต้องการคำปรึกษาหรือขอรับความช่วยเหลือประการใด สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ +968 9927 3440 (hotline ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือหากประสงค์ได้รับความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน ก็ขอให้ติดต่อ/ ประ สานทางสถานเอกอัครราชทูตฯ ในโอกาสแรก เพื่อที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จะได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างทันการณ์และเหมาะสม.