หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

หลานสะใภ้แสบตุ๋นเครือญาติ นำโฉนดจำนองเชิดเงินหลายล้าน

Author by 9/01/15No Comments »

        3        ชาวบ้านรวมตัวร้องศูนย์ดำรงธรรม ถูกหลานสะใภ้ ใช้กลอุบาย หลอกนำโฉนดที่ดินไปจำนอง ก่อนเชิดเงินหนีหลายสิบล้านเหยื่อส่วนใหญ่ เป็นผู้สูงอายุไม่รู้หนังสือ ความแตกเมื่อนายทุน แจ้งให้ส่งดอกเบี้ย พากันแจ้งตำรวจ กลัวเรื่องเงียบ เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรม เพื่อขอตำรวจเร่งติดตามตัว

เมื่อเวลา  10.00 น. วันที่  8 ม.ค.58 ได้มีกลุ่มราษฎรบ้านนาลอง หมู่ 6 ต.แม่นาเติง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 5 ราย นำโดย นางกรรณิกา กาแก้ว  อายุ  44 ปี ผู้เสียหาย ได้เข้าร้องทุกข์กับ เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายในศาลากลางจังหวัดหลังเก่า  เพื่อขอความช่วยเหลือ กรณีถูก นางศรีสุดา ผามอญ หรือ ขวัญ  อายุ  36 ปี  ราษฎรบ้านโฮ่ง ต.เวียงเหนือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานสะใภ้หลอกเอาโฉนดที่ดิน จากเครือญาติจำนวนหลายราย   พร้อมให้เซ็นต์หนังสือสัญญาจำนองที่ดิน ก่อนนำไปนำจองไว้กับนายทุน แล้วเชิดเงินหนีจำนวนหลายสิบล้านบาท โดยต่อมา นายทัพย์เทพ  สุนทรพลเชฏฐ์  หัวหน้าสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะเลขานุการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอนเดินทางมารับเรื่องร้องทุกข์

โดย นางกรรณิกา ตัวแทนผู้เสียหายชี้แจงว่า  ก่อนหน้านั้นเมื่อช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา นางศรีสุดา หลานสะใภ้ ได้มาหลอกเอาโฉนดที่ดิน ของเครือญาติ พร้อมให้ไปเซ็นต์หนังสือที่ สำนักงานที่ดิน อ.ปาย โดยอ้างหากญาติคนใดดำเนินการ จะส่งเงินให้ใช้ทุกเดือนๆละ 10,000 บาท  ญาติทุกคนจึงหลงเชื่อ เนื่องจากเห็นว่า เป็นญาติคงหวังดีจะให้มีรายได้แต่ผ่านมาหลายวัน  ก็ไม่เคยได้รับเงินจาก  นางศรีสุดา   ตามที่ตกลงกันไว้จนล่าสุดญาติๆ เจ้าของโฉนดที่ดิน    ยังได้รับการติดต่อจาก นายสุรชัย คำปัน  เสี่ยเจ้าของอู่แห่งหนึ่งใน อ.ปาย  แจ้งให้นำเงินไปส่งดอกเงินที่ได้กู้ยืมไว้ ญาติจึงทราบว่าถูก นางศรีสุดา หลานสะใภ้หลอกเอาโฉนดที่ดินบ้านและที่นา ของญาติๆ พร้อมหลอกให้เซ็นต์หนังสือสัญญา ก่อนนำไปจำนองไว้กับนายสุรชัย  แล้วเชิดเอาเงินทั้งหมดหนีไป

โดยเครือญาติที่ถูกหลอก ประกอบด้วย นางกรรณิกา กาแก้ว อายุ 44 ปี เสียหายคิดเป็นเงินมูลค่า 5 แสนบาท, นางนวลตา มูลโน อายุ  62 ปี ค่าเสียหาย  3.5 แสนบาท, นายจันทร์ดี ต๋าป้อม อายุ 70 ปี ค่าเสียหาย  2 แสนบาท, นางแก้วมา  ซาวแส้ขัด  อายุ  60 ปี ค่าเสียหาย  1 แสนบาท,  และ 5. นางบุญศรี ใจมา อายุ  56 ปี ค่าเสียหาย 4.5 แสนบาท  และนอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านในตำบลแม่นาเติง และตำบลเวียงเหนือ อ.ปาย ต่างก็ถูก นางศรีสุดา หลอกในลักษณะเดียวกัน เข้าแจ้งความกับทาง สภ.ปาย จำนวนอีก 30 ราย เป็นวงเงินกว่า  24  ล้านบาท  โดยพฤคิกรรมจะใช้วิธีการเหมือนกันคือ หลอกนำโฉนดที่ดิน ของชาวบ้านไปจำนองกระจายไว้กับนายทุนหลายคน แล้วเชิดเงินหลบหนี    ทั้งนี้ชาวบ้านที่ตกเป็น เหยือส่วนใหญ่ ไม่รู้หนังสือบางรายก็ใช้การปyUมนิ้วมือในหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน

นางกรรณิกา ผู้เสียหาย กล่าวต่อไปอีกว่า มีชาวบ้านใน 3 หมู่บ้านของ ต.แม่นาเติง มากกว่า 40 รายถูก นางศรีสุดา หลอกแต่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความ เนื่องจาก เมื่อ วันที่ 22 ธ.ค 57  หลังผู้เสียหายกลุ่มหนึ่งเข้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่บ้านของ นางศรีสุดา ผู้ต้องหาพบว่า ได้ทิ้งบ้านหลบหนีไปกับสามีแล้ว ทำให้ชาวบ้านผู้เสียหายเกรงว่า ผู้ต้องหาจะนำเงินที่เชิดหนี นำไปใช้จ่ายจนหมดเสียก่อน จึงได้พากันมาร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้เร่งรัดในการติดตาจับกุมตัว นางศรีสุดา พร้อมยึดเงินทั้งหมดคืนมา เพื่อนำไปใช้หนี้นายทุนที่ตามทวงหนี้อยู่ขณะนี้ต่อไป

ทางด้าน นายทัพย์เทพ สุนทรพลเชฏฐ์  หัวหน้าสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน เลขานุการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า  คดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนหลายราย มูลค่าเสียหายหลายสิบล้านบาท ผู้ถูกหลอกส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ที่ไม่รู้เท่าทัน และส่วนหนึ่ง ไม่ระแวงสงสัย เพราะผู้ต้องหาเป็นญาติ เมื่อหลอกให้เซ็นต์สัญญาจำนองที่ดินก็เลยทำตามทั้งที่ไม่รู้ว่าเซ็นต์เพื่ออะไร ซึ่งเรืองนี้ตนจะได้ทำหนังสือรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้เร่งรัดเจ้าหน้าที่ในการทำคดี  โดยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาติดตามเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ  พร้อมทั้งจะได้หารือกับทางอัยการเพื่อหารือในการเสนอเรื่องไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอต่อไป.