หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

อธิปดีกรมป่าไม้ นำทีมพยัคฆ์ไพร ทำลายทางรุกป่า

Author by 17/12/16No Comments »

   2             อธิบดีกรมป่าไม้ นำชุดพยัคฆ์ไพร ทำลายเส้นทางขบวนการบุกรุกป่าและลักลอบทำไม้ข้ามชาติ ในป่าต้นน้ำ แม่ยมเขตรอยต่อ.แพร่ และ .น่าน เพื่อป้องกันพื้นที่ป่าสมบูรณ์ต้นน้ำแม่ยมนับแสนไร่ จุดดังกล่าวถือว่าเป็นป่าไม้ชิงชันที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ พบชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วมขบวนการ สามารถตรวจยึดดำเนินคดีผู้กระทำผิดได้จำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถหยุดยังขบวนการดังกล่าว            

เมื่อวันนี้ 15 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้า ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ว่า นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ ได้ลงพื้นที่ติดตามแผนปฏิบัติการทำลายเส้นทางขบวนการบุกรุกป่าและลักลอบทำไม้ข้ามชาติ ในป่าต้นน้ำแม่ยมเขตรอยต่อ จ.แพร่ และ จ.น่าน เพื่อป้องกันพื้นที่ป่าสมบูรณ์ต้นน้ำแม่ยมนับแสนไร่ จุดดังกล่าวถือว่าเป็นป่าไม้ชิงชันที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

หลังจากที่ นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้ นายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและควบคุมไฟป่า นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ประสานสนธิกำลัง นำกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มทุนและผู้มีอิทธิพลที่เข้ายึดถือครอบครองที่ดินและลักลอบทำไม้มีค่าหายากโดยเฉพาะไม้ชิงชัน อย่างต่อเนื่องในเขตป่าต้นน้ำแม่น้ำยม ท้องที่ อ.สอง จ.แพร่ และ อ.เวียงสา จ.น่าน ที่ถือว่าเป็นป่าไม้ชิงชันที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ และขบวนการจะใช้เส้นทางขนย้ายไม้ผ่านทางหมู่บ้านบ่อหอย ต.ยาบหัวนา อ.เวียงสา จ.น่าน และมีชาวบ้านในพื้นที่ร่วมขบวนการ สามารถตรวจยึดดำเนินคดีผู้กระทำผิดได้จำนวนมากทั้งผู้ต้องหาและของกลาง   แต่ยังไม่สามารถหยุดยังขบวนการดังกล่าวได้

นายอรรถพล เจริญชันษา ได้เสนอแนวทางเชิงรุกโดยใช้วิธีตัดทำลายเส้นทางที่ขบวนการใช้ขนย้ายไม้ และเป็นการสกัดกันกลุ่มขบวนการที่จะเข้าไปบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดิน โดยใช้รถแมคโครขุดทำลายเส้นทางที่ขบวนการดังกล่าวลักลอบตัดเข้าไปในเขตป่า โดยเลือกจุดที่ยากต่อการที่ขบวนการจะใช้เส้นทางได้อีกและเป็นจุดที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ของป่าน้อยสุด ไม่ให้มีผลกระทบต่อเส้นทางสัญจรตามปกติของชาวบ้าน และจากการเข้าตรวจสอบของชุดพยัคฆ์ไพร พบว่าป่าสงวนแห่งชาติรอยต่อสองจังหวัดจุดนี้มีความเป็นป่าต้นน้ำลำธารที่สมบูรณ์มากพื้นที่นับแสนไร่ พบจุดการลักลอบแปรรูปไม้ไม่ต่ำกว่า 20 จุด ตรวจพบแคมป์ที่พักของขบวนการในป่าลึกพร้อมของกลางจำนวนมาก บางจุดตรวจพบเพิ่งมีการลักลอบตัดเส้นทางเข้าไปในป่าสมบูรณ์ไม่กี่วัน และด้วยลักษณะของภูมิประเทศและเส้นทาง ทำให้การเข้าดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดไม่สามารถได้ตัวผู้ต้องหา จะตรวจยึดได้เฉพาะไม้ของกลางเนื่องจากขบวนการ มีการวางกำลังคอยเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตรงจุดทางเข้าตลอดเวลา ถึงจะใช้อากาศยานก็ไม่สามารถตรวจพบแคมป์ที่พักของขบวนการได้ โดยในวันที่ 14 ธันวาคม 2559 ได้ดำเนินการตามแผนงานจำนวน 3 จุด และจะดำเนินการให้ครบโดยรอบป่าต้นน้ำแห่งนี้

นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นไปตาม นโยบายของรัฐบาล และภายหลังที่ลงตรวจติดตามการปฏิบัติการของชุดปฏิบัติการๆครั้งนี้ทำให้ทราบถึงสภาพปัญหาข้อจำกัด ของการปฏิบัติการดูแลพื้นที่ป่าไม้ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กรมป่าไม้ หลายประเด็นเช่นข้อจำกัดของการเดินทางด้วยยานพาหนะของเจ้าหน้าที่ ที่ไม่ทัดเทียมของกลุ่มขบวนการ และ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้ นายอรรถพล เจริญชันษา ดำเนินการทำแผนงานเชิงรุกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันรักษาป่า ในพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ ที่เป็นลักษณะดังกล่าวโดยเร่งด่วน โดยได้สั่งการให้ดำเนินการใช้ ม.25 ตาม พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 รื้อทำลายถนนที่กลุ่มทุนตัดเข้าไปในเขตป่าไม้ที่ยังสมบูรณ์ และมีแนวโน้มการขยายตัวออกเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการสกัดกันไม่ให้เกิดการขยายตัวของการบุกรุกทำลายป่าในวงกว้างต่อไป

เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีนโยบายในการบังคับใช้กฎหมาย ภายใต้แผนพลิกฟื้นผืนป่าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน กำหนดให้มีการดำเนินคดีกับขบวนการลักลอบทำไม้มีค่าหายากที่เป็นขบวนการใหญ่โดยใช้แนวทางการปฏิบัติตามคำสั่ง คสช.ที่ 64, 66/2557 และคำสั่ง คสช.ที่ 13/2559 โดยเฉพาะในเขตจังหวัดต่างๆในท้องที่จังหวัดทางภาคเหนือที่ยังมีขบวนการดังกล่าวเคลื่อนไหวอยู่ โดยขบวนการมุ่งเน้นไปที่ไม้ชิงชันและประดู่ซึ่งปัจจุบันเป็นไม้ที่มีความต้องการจากตลาดต่างประเทศสูงรองจากไม้พะยูง และมีราคาแพง

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร รายงานสรุปข้อมูลการปฏิบัติการเชิงรุกการตัดเส้นทางขบวนการลักลอบการทำไม้หวงห้าม ในพื้นที่จังหวัดน่าน และจังหวัดแพร่ 1.อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สอง ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำสาฝั่งขวาตอนขุน และป่าสวนแห่งชาติป่าแม่สาและป่าแม่สาครฝั่งซ้าย 2.เป้าหมายพิกัดการดำเนินการ 3 จุด เพื่อทำลายเส้นทางขบวนการเข้าทำไม้หวงห้าม (ระบบ WGS84 47P) คือ 2.1.จุดทางเลือกตัดเส้นทาง (1) พิกัด 646486 2048611 2.2.จุดทางเลือกตัดเส้นทาง (2) พิกัด 646339 2048347 2.3.จุดทางเลือกตัดเส้นทาง (3) พิกัด  645296 2048095 พบการลักลอบการทำไม้หวงห้ามประมาณ 20 จุด 3.เมื่อวันที่ 12 – 13 ธันวาคม 2559 มีการตรวจยึดไม้ของกลาง ในพื้นที่บ้านแม่แรม หมู่ที่ 12 ตำบลเตาปูน อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ดังนี้ 3.1.ตรวจยึดไม้แปรรูป (ชิงชัน) จำนวน 51 แผ่น/เหลี่ยม 3.2.ตรวจยึดไม้แปรรูป (พยอม) จำนวน 82 แผ่น/เหลี่ยม.