หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

อาจารย์ มช.พ้อทำวัฒนธรรมวิบัติ คนทำขาดกำลังใจ

Author by 17/06/16No Comments »

   การแต่งกาย       อาจารย์วิจิตรศิลป์ มช.ออกโรงป้อง คณาจารย์ และนักศึกษารับจัดขบวนแห่อัญเชิญพระธาตุเจ้าเข้าเวียง ได้ศึกษาความเป็นมาก่อนจึงจัดรูปขบวน เน้นแฟชั่นย้อนยุคพ้อถูกหาทำวัฒนธรรมวิบัติ ทำให้คนทำงานสร้างสรรค์ขาดกำลังใจ ด้านพระมหาจากจอมทองยืนยันเป็นการศึกษาก่อนจัดขบวน ถือทำได้เหมาะสมทุกอย่าง ขณะที่สังคมโซเชียลมีเดียยังกระหน่ำแชร์เรียกร้องชำระสะสาง

ตามที่ “ไทยนิวส์” นำเสนอข่าวไปวานนี้ ถึงกรณีที่สังคมโซเชียลมีเดีย กำลังโพสต์แสดงความคิดเห็น และแชร์กันมากมายว่า การจัดงานประเพณี เทศกาล และกิจกรรมต่าง ๆ ในเมืองเชียงใหม่ ถูกออกแบบโดยออแก ไนซ์เซอร์ไม่เป็นที่พอใจของชาวเชียงใหม่ เกรงจะทำลายวัฒนธรรมหรือทำให้วัฒนธรรมเชียงใหม่วิบัติ เรียกร้องให้สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ปราชญ์และผู้เกี่ยวข้องรีบชำระสะสางกำหนดรูปแบบให้ถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องการแต่งกายที่อาจผิดเพี้ยนกลายเป็นต้นแบบคนรุ่นใหม่ไป โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ทั้งเห็นด้วยและต่อต้านในเฟสบุ้กส่วนตัวนายบุญญฤทธิ์ ตุลาพันธ์พงศ์ คอลัมนิสต์ “ไทยนิวส์” นั้น

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2559 มีการแชร์เรื่องนี้ขยายวงกว้างออกไป อาทิ เว็บไซต์ข่าวสารแห่งหนึ่งระบุว่า มีประเด็นดราม่า กันในวงจังหวัดเชียงใหม่ เกี่ยวกับการแต่งกาย ในขบวนแห่ พิธีใหญ่ ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2559   โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ความเห็น โดยกลุ่มแรก เป็นกลุ่มที่ชื่นชมในการจัดขบวนครั้งนี้ บอกว่าการแต่งตัวแบบนี้มีมานานตั้งแต่สมัยเก่าก่อนแล้วและการแต่งกายย่อมเปลี่ยนไปตามยุคสมัย  ส่วนอีกกลุ่มคือ ที่แย้งออกมาว่า การแต่งกาย ในขบวน ผิดจารีตประเพณีที่สืบกันมา ทีมงาน จึงนำข้อมูลหลักๆ ของทั้ง 2 ฝ่ายมาให้ สมาชิกเพจได้ลองอ่านกันแล้ว ใช้วิจารณญาณว่า มันเป็นเช่นไร

ขณะ ที่ ศ.เกียรติคุณ สุรพล ดำริห์กุล อาจารย์คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้โพสต์ในเฟสบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ข้อความว่า…พระเจ้านโปเลียนทรงตรัสว่า “จงให้เกียรติแก่ผู้ทำงานหนักเสมอ” ตอนผมยังเด็ก ได้อ่านเกร็ดนิทานเกี่ยวกับพระเจ้านโปเลียนในหนังสือเล่มหนึ่ง ยังจำได้และประทับใจมาจนทุกวันนี้ มีเนื้อความว่า ครั้ง หนึ่งพระเจ้านโปเลียนมหาราชผู้ยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส เดินชมตลาดพร้อมทหารคู่ใจ ขณะนั้นคนงานกุลีแบกของหนักมาทางที่พระเจ้านโปเลียนยืนประทับอยู่ ทหารได้ตวาดไล่คนงานกุลีว่า  ”ไปไหนพ้น พวกเอ็งไม่รู้หรือว่า ใครยืนอยู่ตรงนี้” พระเจ้านโปเลียนทรงโบกมือห้ามทหาร แล้วทรงตรัสว่า “เจ้านั่นแหละต้องหลบทางให้เขา จงให้เกียรติแก่ผู้ทำงานหนักเสมอ”

ศ.เกียรติคุณ สุรพล ดำริห์กุล กล่าวว่า ทำให้นึกถึงงานบุญอัญเชิญพระธาตุเจ้าศรีจอมทองเข้าเวียงเชียงใหม่ในโอกาส เมืองเชียงใหม่ 720 ปี ที่สำเร็จเสร็จสิ้นอย่างเรียบร้อยงดงามและอลังการท่ามกลางความชื่นชม แต่ขณะเดียวก็มีเสียงติฉินต่อว่า เป็นงานที่ใช้เงินงบประมาณมหาศาล จ้างออร์แกไนเซอร์จัดงาน และสร้างความวิบัติทางวัฒนธรรม ทำให้คณะผู้ทำงานผู้เหน็ดเหนื่อยและเสียสละ เปี่ยมไปด้วยศรัทธา หมดกำลังใจ ในฐานะที่มีส่วนเกี่ยวข้องเล็กน้อยและรับรู้ความเคลื่อนไหวมาตลอด ขออธิบายชี้แจงถึงการดำเนินงานบุญหลวงครั้งนี้ว่า งานนี้ริเริ่มและทำงานโดยภาคประชาชน ได้รับการสนับสนุนหลักจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่(นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์)และเทศบาลนครเชียงใหม่(นายทัศนัย บูรณุปกรณ์)โดยเฉพาะในด้านสถานที่ ยานพาหนะ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ และการประสานงาน

การปฏิบัติงานเกือบทั้งหมดเป็นงานของคณาจารย์ นักศึกษา กลุ่มหน่อศิลป์ และศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้การประสานงานควบคุมของคณบดีคณะวิจิตรศิลป์(รศ. ดร. วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์) ซึ่งได้มีการออกแบบ วางแผน มอบหมายการทำหน้าที่ในแต่ละส่วนอย่างเป็นระบบ ไม่มีค่าจ้างหรือจ้างบริษัทออร์แกนไนเซอร์ใดๆทำงาน ทุกคนทำงานอย่างเสียสละ ทุ่มเท ส่วนหนึ่งใช้ปัจจัยตนเองและสรรพกำลังที่ตนมีอยู่ รวมทั้งเชิญชวนญาติมิตรเพื่อนฝูงให้เข้ามาช่วยงานด้วยใจบริสุทธิ์และจิต ศรัทธา ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ที่เป็นปัจจัยและวัตถุสิ่งของ ตลอดจนอาหารโรงทาน ได้รับการสนับสนุนบริจาคจากศรัทธาประชาชน ร้านค้า บริษัทเอกชนต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในพิธีการทางศาสนา

ทุกคน ทุกภาคส่วน ที่มีร่วมมือกันทำงาน ไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องใดๆ เสียสละ และทุ่มเททำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อยด้วยศรัทธาที่มีต่อองค์พระธาตุเจ้าศรีจอมทองและทำงานให้บ้านเมืองในวาระพิเศษนี้ ตนเองก็ไม่ได้ลงมือปฏิบัติงานช่วยเหลืออะไรได้มากนัก เป็นเพียงกำลังความคิดและให้กำลังใจ ทุกๆท่านที่เสียสละมาช่วยงานบุญหลวงครั้งนี้ ควรได้รับกำลังใจ ไม่ใช่ทำให้หมดกำลังใจ ทำให้ระลึกถึงพระราชดำรัสของพระเจ้านโปเลียนในนิทานที่เคยอ่าน ที่ทรงตรัสว่า “จงให้เกียรติแก่ผู้ทำงานหนักเสมอ”

ขณะ ที่ พระมหาประเสริฐ สิริปุญโญ ผู้ควบคุมขบวนอัญเชิญพระธาตุเจ้าเข้าเวียงจากวัดพระธาตุศรีจอมทองฯ ได้ชี้แจงกับ “ไทยนิวส์” ว่า ประเด็นที่พูดถึงกัน เป็นเรื่องอคติที่มีต่อคณะผู้จัดงาน ซึ่งน่าเสียใจมาก แทนที่จะให้กำลังใจกัน เพราะทางคณะวิจิตรศิลป์ มช.เข้ามาช่วยอย่างเต็มที่ โดยทางวัดไม่ได้สนับสนุนงบประมาณ แต่ส่วนหนึ่งได้จาก อบจ.เชีบงใหม่ อีกหลายส่วนได้จากการบริจาคของคณะ อาจารย์ และสังคม เท่าที่ทราบก่อนการจัดขบวนแห่ได้มีการกำหนดรูปแบบ การแต่งกาย แต่ละยุค เช่นน้ำหน้าสุดเป็นขบวนของเหล่าเทพเทวดา ซึ่งก็จำลองรูปแบบจากรูปปั้นเทวดา รูปขบวนการแต่งกายยุคต่างๆก็มี แม้กระทั่งยุคพม่าครองเมืองเชียงใหม่ สลับกับขบวนปีนักษัตร ซึ่งทั้งหมดถ้าใช้งบเป็นล้านบาทก็จัดไม่ได้ แต่ครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือจริง ๆ จึงไม่อยากให้เสียกำลังใจ นอกจากนั้นเมื่อขบวนอัญเชิญกลับถึงวัดพระธาตุศรีจอมทองฯแล้ว พระธรรมมังคลาจารย์ ก็ได้อนุโมทนาว่าเป็นความสำเร็จงดงาม แม้แต่เทวดาท่านก็ลงมาอำนวยพรให้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโซเชียลมีเดีย มีการตอบโต้กันทั้งที่เห็นควรชำระสะสางรูปแบบการแต่งกาย การจัดขบวนในงานสำคัญของเมืองเชียงใหม่ให้มีทิศทางที่ถูกต้องเป็นที่ยอมรับ ของสังคม และเป็นแบบอย่างต่อไปในอนาคต ส่วนผู้เข้าร่วมขบวนก็พ้อว่า อุตสาห์ทุ่มเทงานแต่ถูกตำหนิ บ้างก็กล่าวหากะเทยไปต่างๆ นานา จึงขอให้เข้าใจว่ากว่าจะมีผลงานออกมาดังกล่าวต้องทุ่มเทใช้เวลากันมาก อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าที่คณะ กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ จะนำเรื่องนี้ไปพิจารณา “ไทยนิวส์” จะนำมารายงานต่อไป.