หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

เข้มประทัดโคมลอย ทั้งคุกทั้งปรับ รับยี่เป็ง ชม.

Author by 7/10/16No Comments »

3          รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานถกปรับปรุงประกาศจังหวัดเพื่อคุมเข้มพลุ ประทัด โคมลอย โคมไฟ โคมควัน รับเทศกาลยี่เป็ง ที่กำลังจะมาถึง เพิ่มโทษมีทั้งโทษจำคุก และ ปรับเงิน เพื่อให้เป็นไปตามประกาศคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามมาตรา 44

เมื่อเวลา 14.00น.วันที่ 6 ต.ค.59 ที่ผ่านมาที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานในการประชุมกรรมการจังหวัดและสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่   เพื่อหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้องในการออกประกาศตามมาตรการป้องกันและการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมควันหรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ครั้งที่ 1/2559 ทั้งนี้เพื่อพิจารณาออกประกาศจังหวัดให้สอดคล้องกับ ความในมาตรา 44 ของรัฐธรามนูญ(ฉบับชั่วคราว) 2557 และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 27/2559 ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2559 โดยมีการเตรียมออกประกาศ 4 ฉบับ โดยเฉพาะเขตควบคุมความปลอดภัยทางการบิน คือ ประกาศจังหวัดเกี่ยวกับการห้ามจุดบั้งไฟ พลุ ตะไลและประกาศเกี่ยวกับโคมลอย โคมควันหรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นสู่อากาศ โดยกำหนดเงื่อนไขควบคุมการห้าม การอนุญาตโดยมีนายอำเภอเป็นผู้ให้อนุญาต พร้อมเพิ่มโทษหากฝ่าฝืนมีโทษ จำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามความในข้อ 5 ของ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 27/2559 ทั้งนี้เพื่อเตรียมรับมือในช่วงเทศกาลลอยกระทงหรือยี่เป็งที่จะมาถึงนี้ ระหว่าง 13-15 พ.ย.นี้ เนื่องจากมีความนิยมจุดบั้งไฟ พลุ ตะไล กันมากขึ้น เป็นความเสี่ยงภัยต่อชีวิตและ ทรัพย์สิน โดยเฉพาะโคมลอย โคมไฟ โคมควัน จะมีการอนุญาตตามเวลาในวันลอยกระทง 2 วันและวันส่งท้ายปีเก่า 31 ธ.ค.เท่านั้น ซึ่งจะได้เสนอประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

นายพุฒิพงศ์กล่าวว่า สำหรับประกาศทั้งสี่ฉบับนี้จังหวัดต้องเร่งพิจารณาเพื่อให้ทันช่วงลอยกระทงและต้องสอดคล้องกับ ประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 27/2559 เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและเพื่อป้องกันอันตราย รวมทั้งความเสียหายที่จะเกิดแก่ชุมชนและประชาชนจากการจุดและปล่อยหรือกระทำการอย่างใดเพื่อให้บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ สมควรกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไข ปัญหาดังกล่าวเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 หัวหน้า คสช. จึงมีคำสั่ง ดังนี้

1.ห้ามมิให้ผู้ใดจุดและปล่อย หรือกระทำการอย่างใด เพื่อให้บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการเขต สำหรับกรุงเทพมหานคร หรือนายอำเภอแห่งท้องที่ สำหรับจังหวัด ซึ่งรับผิดชอบในเขตพื้นที่ที่จะจุด และปล่อยหรือกระทำการอย่างใดนั้น หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตของผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอแห่งท้องที่ ให้เป็นไป ตามประกาศจังหวัดตามข้อ 2 หรือข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครตามข้อ 4 แล้วแต่กรณี

2.ให้จังหวัดได้จัดทำประกาศจังหวัดโดยความเห็นชอบร่วมกันของคณะกรมการจังหวัดและสภาวัฒนธรรมจังหวัด เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยและการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ในการจุดและปล่อยหรือก ระทำการอย่างใดเพื่อให้บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ 3.ประกาศจังหวัดตามข้อ อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. กำหนดระยะเวลาในการจุดและปล่อย หรือการกระทำอย่างใด ซึ่งต้องสอดคล้องกับ ระยะเวลาในการจัดงานประเพณีและ วัฒนธรรมท้องถิ่น 2.ชนิด ขนาด และจำนวน ของบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใด ที่คล้ายคลึงกัน ที่จะทำการจุดและปล่อยหรือกระทำการอย่างใด

3. สถานที่จุดและปล่อยหรือกระทำการอย่างใดเพื่อให้บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ  4.มาตรการในการป้องกันมิให้มีการเล่นพนัน 5.มาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยและการอื่นใด เพื่อความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของชุมชนและประชาชน ทั้งนี้ผู้ใดฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ

ทั้งนี้เชียงใหม่จะเกี่ยวข้องมากกับประกาศฉบับที่  4 เรื่องโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ที่ประชุมจึงใช้เวลาพิจารณากันนานเพราะเกี่ยวข้องกับประเพณีวัฒนธรรมล้านนา โดยเฉพาะโคมลอยที่มีขนาดใหญ่ที่ทุกหัววัดปล่อยตามกัณฑ์เทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์เช้าวันยี่เป็งที่ตรงกับวันกระทงเล็ก หลายแห่งมีประกวดเช่นเทศบาลนครเชียงใหม่ซึ่งมีขนาดใหญ่และจำนวนมาก เป็นความเสี่ยงภัยกับอากาศยานจึงมีมติให้กำหนดปล่อยได้เวลา 10.00-12.00 น.ของวันดังกล่าวซึ่งเหมือนกับจังหวัดต่างๆในภาคเหนือที่ศูนย์ควบคุมการบินประสานไว้เพื่อจัดระเบียบจราจรอากาศ ส่วนกลางคืนที่นิยมปล่อยโคมไฟนั้นให้ปล่อยได้หลัง 21.00น.คืนวันกระทงเล็กและคืนกระทงใหญ่ รวมทั้งวันสิ้นปี เป็น 3 วันเพิ่มจากปีก่อน แต่ต้องขออนุญาตล่วงหน้าจากนายอำเภอ โดยห้ามเด็ดขาดในแนวเขตปลอดภัยการบินพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ ระดับ 1 แนวขึ้นลงเครื่องบินข้างละ 4.6 กม.ยาว 18.5 กม.พื้นที่อำเภอเมือง 16 ตำบล อำเภอหางดง 11 ตำบล อำเภอสารภี ต.ขัวมุง ดอนแก้ว สันทราย ท่าวังตาลและหนองผึ้ง อำเภอแม่ริม ต.ดอนแก้ว เหมืองแก้ว ริมใต้ แม่สา ริมเหนือ อ.สันทราย ต.หนองหาร อำเภอสันป่าตอง ต.ทุ่งต้อม

ส่วนพื้นที่เส้นทางบินที่ต้องขออนุญาตล่วงหน้าก่อนคืออำเภอ ดอยสะเก็ด 11 ตำบล อำเภอสันทราย 10 ตำบล  อำเภอสันกำแพง 8 ตำบล อำเภอสันป่าตองพื้นที่ตำบล สันกลาง ยุหว่า ทุ่งต้อม ทุ่งสะโตก บ้านกลาง บ้ายแม อำเภอสารภี ต.ท่ากว้าง หนองแฝก ยางเนิ้ง สารภี ชมภู  ไชยสถาน ป่าบง อำเภอแม่ริม ต.สันโป่ง อำเภอแม่ออน ต.บ้านสหกรณ์ ส่วนที่เหลือปล่อยได้แต่ก็ต้องขออนุญาตนายอำเภอในท้องที่ โดยประกาศจังหวัดทั้งสี่ฉบับจะสรุปเพื่อเสนอให้ประกาศในราชกิจจา นุเบกษาต่อไป โดยวันที่ 11 ต.ค.นี้จะมีการประชุมทำความเข้าใจกับฝ่ายปกครอง นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หลังจากมีประกาศก็จะทำความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องอื่นๆต่อไป.