หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

เจ้าของเต้นท์รถ แห่ประมูลรถถูกยึดจากขบวนการค้ายาเสพติด

Author by 20/11/15No Comments »

       4         เจ้าของเต้นท์รถ และประชาชน พากันเบียดเสียด แย่งประมูลรถยนต์ -จักรยานยนต์ ของกลางที่ยึดได้ จากขบวนการค้ายาเสพติด จนห้องประชุม ตำรวจภูธรแพร่คับแคบลงถนัดตา ผบก.แพร่ เผยมีรายได้ จากการประมูลครั้งนี้รวม 2.4 ล้านบาท ส่งเข้ากองทุนป้องกัน และปราบปรามยาเสพติดแล้ว

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 18 พ.ย.58 ที่ตำรวจภูธรจังหวัดแพร่    พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ ได้จัดให้มีการประมูลรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ จำนวน 46 คัน ได้ถูกนำมาจอดโชว์ ให้ผู้สนใจที่จะเข้าร่วมประมูล และได้เข้าตรวจดูคุณสมบัติของรถ ที่ลานกิจกรรม ตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ ก่อนที่จะมีการมูลด้วยวาจา ในห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ โดยมี พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ เป็นประธาน ซึ่งปรากฏว่ามีประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมลงทะเบียนร่วมประมูล จำนวน 241 คน รวมทั้งผู้สังเกตุการณ์ จนเต็มห้องประชุม โดยส่วนใหญ่พบว่า ผู้ที่จะเข้าร่วมประมูล เป็นเจ้าของเต้นท์รถ เจ้าหน้าที่ของบริษัทรถต่าง ๆ และเจ้าของรถ ต่างเข้าร่วมการประมูลกันอย่างสนุก และเสนอราคาประมูลค่อนข้างสูง

พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ กล่าวว่า รถที่นำมาประมูลขายทอดตลาด ในวันนี้  เป็นรถที่ได้มาจากคดียาเสพติดทั้งหมด ของตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ และตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ในปี 2557 และ 2558 และอีก 6 รายการ เป็นรถที่ตรวจยึด จากคดียาเสพติดตั้งแต่ปี 2551 -2552 ซึ่งรถได้ตกเป็นของกองทุนป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด และมีการนำมาขายทอดตลาดในครั้งนี้ รวม 40 รายการ โดยมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และดำเนินการประกาศขายทอดตลาด พร้อมเปิดลงทะเบียน ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูลขายทอดตลาด โดยนำรถมาจอดให้ผู้สนใจดู ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ เผยอีกว่า  เนื่องมีการคัดค้าน และทรัพย์มีการยกเลิกการอายัด 13 รายการ วันนี้จึงมีการดำเนินการประมูลขายทอดตลาดเพียง 35 รายการ โดยมีการการประมูลด้วยวาจาอย่างโปร่งใส และสามารถขายทรัพย์ไปได้ 25 รายการ รวมเป็นเงิน 2,447,100 บาท นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินที่ขายไม่ได้ 2 รายการ เนื่องจากไม่มีมีผู้เสนอราคา ซึ่งรายได้ทั้งหมด จะนำเข้ากองทุนป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด ส่วนทรัพย์สินที่เหลือจะดำเนินการขายทอดตลาดในครั้งต่อไป.