หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

รวมพลังอัญเชิญเครื่องราชสักการะชั้นสูง ย้อนยุคพื้นเมืองโบราณล้านนา

Author by 6/12/16No Comments »

   2       พ่อเมืองเชียงใหม่นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่ารวมพลังแสดงออกถึงความจงรักภักดี จัดขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะชั้นสูง ย้อนยุคพื้นเมืองโบราณล้านนา น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมระดมช่างฟ้อนจิตอาสาทั่วจังหวัดเชียงใหม่ร่วมครึ่งหมื่น ร่วมฟ้อนเทียน แสดงความอาลัยเป็นครั้งประวัติศาสตร์ เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2559

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2559  เวลา 17.00  น. ที่สนามกีฬาสมโภชน์เชียงใหม่ 700 ปี อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด นำเจ้านายฝ่ายเหนือ กงสุลต่างประเทศ ส่วนราชการต่างๆ พร้อมประชาชนชาวเชียงใหม่ ทุกหมู่เหล่า ไม่น้อยกว่า  2 หมื่นคน ทำพิธีเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปริมนทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม 2559 ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ชาวเชียงใหม่ได้รวมพลัง แสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยและชาวเชียงใหม่ ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ยาวนาน 70 ปี โดยที่หน่วยงานในสังกัด 20 กระทรวง องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดตกแต่งขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะ ชั้นสูงย้อนยุคพื้นเมืองโบราณล้านนาที่หาชมได้ยาก เข้าสู่บริเวณสนามกีฬาสมโภชน์เชียงใหม่ 700 ปี ประกอบด้วย ขบวน “พระบารมีปกเกล้าชาวเชียงใหม่” และขบวน “ธารพระทัยแผ่ผ่านทุกแห่งหน” มีกว่า  50 ขบวน และมีช่างฟ้อนเล็บ จากวิทยาลัยนาฏศิลปะเชียงใหม่ จำนวน 100 คน ฟ้อนนำขบวน ถือเป็นการย้อนรำลึกประวัติศาสตร์ เมื่อครั้ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเยือนจังหวัดเชียงใหม่เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2501 ชาวเชียงใหม่ได้จัดฟ้อนเล็บและฟ้อนเทียน   เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติอันสูงสุด และเป็นกิจกรรมครั้งประวัติศาสตร์

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความอาลัย ร่วมกันยืนสงบนิ่ง 89 วินาที ก่อนเข้าสู่พิธีจุดเทียนถวายอาลัย ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงพระราชาในนิทาน พร้อมทั้งได้มีการฉายภาพยนตร์ภาพพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระปรมิน ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้ผู้ร่วมงานได้ชมพร้อมกันในพิธี ปิดท้ายด้วยการแสดงฟ้อนเทียนถวาย โดยมี นางมลสุดา ชำนิประศาสน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ฟ้อนนำช่างฟ้อนจิตอาสาทั่วเมืองเชียงใหม่ ไม่น้อยกว่า 5 พันคนจากเดิมตั้งเป้าไว้ 1,999 คน โดยแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองไว้ทุกข์สีขาวดำ ร่วมฟ้อนเทียนเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และแปรขบวนเป็นรูปหัวใจขนาดใหญ่เต็มท้องสนาม เพื่อถวายพระ องค์ท่านและเพื่อน้อมใจส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย สร้างความตื้นตันประทับใจแก่ผู้ร่วมพิธีเป็นอย่างมาก และระหว่างพิธีนักเรียนจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 300 คน ร่วมกันแปรอักษรและภาพแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตลอดกิจกรรม และได้มีชาวเชียงใหม่มาร่วมบริจาคทำโรงทาน นำอาหารและเครื่องดื่มมาบริการแก่ประชาชนตลอดการจัดงาน เพื่อมีส่วนร่วมในการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานให้กับชาวเชียงใหม่อย่างไม่ลืมเลือน

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 พสกนิกรชาวเชียงใหม่ได้ร่วมกันในพิธีถวายพระพรชัยมลคลและถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่านเป็นประจำ แต่ในปีนี้พระองค์ท่านได้เสด็จสวรรคตสู่สวรรคาลัย การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมาได้มีมติให้วันที่ 5 ธันวาคม ทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรมิน ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดังนั้น เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย และชาวเชียงใหม่ ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ยาวนาน 70 ปี จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้จัดพิธีวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพฯ ขึ้นในวันดังกล่าวนี้ โดยพิธีเริ่มตั้งแต่เวลา 06.45 น. ที่บริเวณหน้าหอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ พี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ ทุกภาคส่วน ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 199 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ จากนั้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ไปเป็นประธานพิธีเฉลิมพระเกียรติ “ปลูกต้นไม้ ถวายแด่พ่อ : กล้วยแตกหน่อความรู้สู่ประชาชน” พร้อมด้วย นายกฤษณ์ ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นางมลสุดา ชำนิประศาสน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.เกษมสุข ตาคำ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 นางเฉลียว ตาคำ ประธานชมรมแม่บ้านทหารบก มณฑลทหารบกที่ 33 นายสมเจตต์ วิทยาผาสุก รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 พร้อมข้าราชการและประชาชนร่วมกันปลูกต้นกล้วย เพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์กล้วยไปยังชุมชนต่างๆ โดยมีต้นกล้วย 139 สายพันธุ์ จำนวนทั้งสิ้น 389 ต้น กิจกรรม “ปลูกต้นไม้ ถวายแด่พ่อ : กล้วยแตกหน่อความรู้สู่ประชาชน” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนให้เห็นว่า แนวปรัชญาเรื่องความพอเพียงที่พระราชทานไว้นานกว่า 40 ปี ยังคงมีความสมัยและเป็นประโยชน์ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตและการทำงานได้จริง การปลูกไม้ผลไว้ในครัวเรือนหรือองค์กรเพื่อใช้ประโยชน์จากส่วนต่างๆของพืชนั้น สามารถทำให้ลดภาระค่าใช้จ่าย ให้เกิดความพออยู่ พอกิน พอใช้ และเป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์อีกด้วย ส่วนในช่วงเย็นที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ก็จัดพิธีขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะย้อนยุคพื้นเมืองโบราณล้านนาดังกล่าว

ในค่ำวันเดียวกัน ที่ลานหน้าหอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานจัดกิจกรรมบำเพ็ญพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรมิน ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี พระเทพปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางพสกนิกรเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก จัดโดย น.ส.รุจิรา ริมผดี ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง องค์การมหาชน ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ คณะ เกษตรศาสตร์ มช. และชมรมคนรักในหลวงเชียงใหม่ ในงานประกอบด้วยพิธีทางศาสนา โดยพระสงฆ์ทรงสมณะศักดิ์ 10 รูปสวดพระพุทธมนต์ ประธานและผู้มีเกียรติทอดผ้าบังสุกุล ประธานสงฆ์แสดงสัมโมทนียกถา ต่อด้วยการเจริญจิตภาวนาเป็นเวลา 89 วินาที แผ่กุศลอุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมิน ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการบำเพ็ญกุศลถวายด้วยกาย วาจา และจิตใจ ต่อด้วย นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณา ธิคุณและแสดงความอาลัยถวาย จากนั้น รศ. ธีระ วิสิทธิ์พานิช ประธานชมรมคนรักในหลวง นำกล่าวปฏิญาณตน  นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ นำจุดเทียนและต่อเทียนแก่ผู้มาร่วมพิธีจุดเทียนถวายความอาลัย ต่อจากนั้นได้ร่วมกันขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ต่อด้วยเพลงความฝันอันสูงสุด และเพลงในหลวงของแผ่นดินโดยวงดนตรี CMU Chamber Orchestra ร้องนำโดย สุนทรี เวชานนท์ และ นายวราวุธ จันทรโมลี    แห่งศิลปินล้านนา เป็นเสร็จสิ้นพิธี