หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

เริ่มแล้ว ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ นำร่องอนุบาลเชียงใหม่

Author by 3/11/15No Comments »

    12202297_1022945921082985_1144267255_n            เริ่มแล้ว สัปดาห์แรกในการ ดำเนินการตามนโยบาย ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ที่อนุบาลเชียงใหม่ โรงเรียนนำร่องของเชียงใหม่ ผลเบื้องต้นเด็กๆสนุก ผู้ปกครองก็ชอบ ครูไม่เครียด

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 2 พ.ย.2558 ที่โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ บรรยากาศของการเปิดภาคเรียนที่ 2 และเป็นสัปดาห์แรกของการดำเนินการตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เป็นโรงเรียนนำร่อง 1 ใน 9 โรง ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หลังเวลา 14.00 น. ของทุกวัน ทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมเสริมให้แก่เด็กนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความสุขกับการได้ทำกิจกรรมและการเรียนรู้ เช่น การทําอาหาร งานประดิษฐ์ ศิลปะ ดนตรี และกีฬา

โดยนายไพบูลย์ พุทธวงค์ ผอ.โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ กล่าวว่า ทางโรงเรียนได้กำหนดโรดแม็ปเรื่องนี้เพื่อลดเวลาเรียนในกลุ่มสาระ 5 หมวดลง จากที่เรียนคาบละ 1 ชั่วโมง เหลือ 50 นาที เพื่อนำมาเพิ่มเวลาการเรียนรู้ ในการดำรงชีวิตและเพิ่มทักษะด้านต่าง ๆ ให้กับนักเรียนตามความเหมาะสมของเด็กแต่ละชั้น ภาพรวมของกิจกรรมจะช่วยเสริมทักษะ หลักสำหรับเด็กทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านสติปัญญา ที่ฝึกให้เด็กได้คิดเป็น วิเคราะห์เป็น มากกว่าแค่ท่องจำ 2) ด้านทัศนคติ ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม เคารพกฎกติกา และมีระเบียบวินัย  3) ด้านเรียนรู้และปฏิบัติจริง ได้ฝึกปฏิบัติและเรียนรู้ด้วยตนเอง และ 4) ด้านสุขภาพ เด็กได้ฝึกซ้อมการเล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรง

นายไพบูลย์ กล่าวว่า โครงการนี้ทางโรงเรียนจะประเมินเป็นระยะๆ เพื่อชี้วัดเรื่องทักษะของเด็ก กิจกรรมที่กำหนดขึ้นให้เด็กได้ทำนั้นจะวัดผลเด็กว่าผ่านหรือไม่ ไม่มีเป็นเกรด ส่วนครูจะมีการปรับตารางการสอนให้เข้ากับกิจกรรม ไม่ได้เป็นการเพิ่มภาระใดๆ เพราะปกติมีอยู่แล้ว อีกอย่างกิจกรรมเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินการทำงานของครูไปด้วย อนาคตจะมีการวางแผนว่าจะประสานปราชญ์ด้านต่างๆ มาร่วมในกิจกรรมเพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้จากของจริงด้วย จะเห็นได้ชัดเจนว่า แม้จะลดเวลาเรียนลง แต่ไม่ได้เพิ่มความเข้มข้นในการเรียน 5 กลุ่มสาระจนหนัก และไม่มีการเพิ่มการบ้านผลักภาระแก่เด็กด้วย ทุกฝ่ายจึงมีความสุขกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โดยจะมีการจัดกิจกรรมตามความเหมาะสมเช่น กลุ่มที่เรียน EP จะออกมาในลักษณะ Club ต่างๆ เช่น ครอสเวิร์ด บิงโก งานประดิษฐ์ ดนตรี วิทยาศาสตร์ เป็นต้น ส่วนกลุ่มวิทย์-คณิต จะสอดรับกับกลุ่มสาระและหลักสูตร แต่จะคล้ายๆ กันในเนื้อหาคือ อยู่ในค่านิยม 12 ประการ ความพอเพียง สร้างระเบียบวินัย การมีจิตใจจิตอาสา ทักษะอาชีพ

ขณะที่ นายสมชาย ตากันทะ ประธานชมรมครู ผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ ตัวแทนของผู้ปกครองที่มาสังเกตกิจกรรมด้วย กล่าวว่า เห็นด้วยกับนโยบายนี้ จากเดิมผู้ปกครองอาจวิตกกังวลว่า เลิกเร็วไปหรือไม่จะเป็นปัญหาเรื่องการรับ-ส่ง แต่ความจริงคือ การเลิกเรียนปกติ แต่เด็กจะได้ฝึกการใช้ทักษะชีวิตต่างๆ น่าจะทำให้เด็กมีความสุข ไม่ต้องเคร่งเครียดกับการเรียนเกินไป ได้เรียนรู้จากของจริง ได้ทำกิจกรรมให้สนุกมีความสุขเหมาะสมกับวัย

ทางด้าน ด.ช.สิทธิชัย ณ ลำพูน นักเรียนชั้น ป. 6 โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ บอกว่า ส่วนตัวชอบนโยบายนี้มากเพราะมีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง ทำให้มีความสุข สนุกและไม่เครียดด้วย ส่วนเรื่องการเรียนไม่ได้หนักขึ้นและการบ้านน้อยลงด้วย ขณะที่เพื่อนๆมีความเห็นคล้ายกัน ที่จะชอบในการเรียนรู้กับสิ่งต่างๆ ประกอบกับการฝึกทักษะจริงๆ ส่วนการเรียนครูไม่ได้เพิ่มอะไรจนเกินไปและมีการบ้านน้อยกว่าเดิมด้วย

อย่างไรก็ตามเรื่องของการประเมินผลโครงการนี้ตามกรอบที่กำหนดไว้ ในช่วง 21-25 ธ.ค.นี้จะมีการติดตามผลเพื่อประเมินผลระหว่างการดำเนินการครั้งแรก จากนั้น ช่วง 1-5 มี.ค. จะเป็นการติดตามเพื่อประเมินผล สรุปผลการดำเนินการของโครงการว่าได้ผลเป็นอย่างไรทั้งตัวนักเรียน การบริหารจัดการเรื่องการเรียนการสอนกลุ่มสาระและบุคลากรครู

ด้าน ดร.ศิริพงษ์ นวลแก้ว ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เชียงใหม่ เขต 1 เปิดเผยว่า สพป. เชียงใหม่ เขต 1 ได้ดำเนินการคัดเลือกโรงเรียนนำร่อง ในพื้นที่เขต 1 จำนวน 9 โรงเรียน โดยพิจารณา จากขนาดโรงเรียน พื้นที่การดำเนินการ ระดับการจัดการศึกษา จำนวนร้อยละ 10 ของโรงเรียนในสังกัด กำหนดจัดอบรม โรงเรียนนำร่องทั้ง 9 โรงเรียน เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทาง “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” จัดตั้งทีมงาน จัดทำโรดแม็ปการดำเนินงาน เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางของนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” โดย สพป. เชียงใหม่ เขต 1 ดำเนินการปรับกิจกรรมตามแนวทาง ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ออกเป็น 3 หมวด ได้แก่ หมวดที่ 1 การสร้างเสริมสมรรถนะและการเรียนรู้ ประกอบด้วยกลุ่มกิจกรรมพัฒนาด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี

หมวดที่ 2 การสร้างเสริมคุณลักษณะและค่านิยม ประกอบด้วยกลุ่มกิจกรรมปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกการทำประโยชน์ต่อสังคม ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ปลูกฝังและสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และ หมวดที่ 3 การสร้างเสริมทักษะการทำงาน การดำรงชีพ และทักษะชีวิต ประกอบด้วยกลุ่มกิจกรรมตอบสนองความสนใจ ความถนัด และความต้องการของผู้เรียนตามความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกการทำงานทักษะทางอาชีพ และอยู่อย่างพอเพียง พัฒนาความสามารถด้านการใช้ทักษะชีวิต สร้างเสริมสมรรถนะทางกาย สำหรับหลักคิดในนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ” เพื่อให้เด็กมีความสุขกับการเรียนรู้ ไม่มีความเครียดและไม่มีการบ้านเพิ่ม ทุกคนมีความสุขจากการเรียนการสอน   เมื่อนำไปปฏิบัติจะสามารถตอบโจทย์การจัดการศึกษาได้ว่า นักเรียนเรียนอย่างมีความสุข ครูสอนอย่างมีความสุข และผู้ปกครองมีความสุขจากการเรียนการสอนของครูและนักเรียน.