หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

เรียกนายอำเภอถกเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามนโยบายรัฐ

Author by 27/02/15No Comments »

1424764534        พ่อเมืองเชียงใหม่ เรียกถกนายอำเภอ ผู้บริหาร อปท. เร่งรัดให้เบิกจ่ายงบประมาณของท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามนโยบายของรัฐบาล ขีดเส้น 31 มีนาคม ต้องดำเนินการทำงบผูกพันเกิน 90%

เมื่อวันที่  26  มีนาคม กุมภาพันธ์ 58 นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า เมื่อวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ ได้เรียกประชุม นายอําเภอ พร้อมผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกอำเภอ และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อกำชับย้ำมาตรการ และข้อสั่งการของรัฐบาล เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพ การใช้จ่ายงบประมาณท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชาติ ทั้งนี้ ตามข้อสั่งการรัฐบาลล่าสุด ให้ดำเนินการ บริหารจัดการงบประมาณอุดหนุน ทั่วไป ภายในวันที่ 31 มีนาคม จะต้องดำเนินการ ผูกพันงบประมาณ ให้ได้ร้อยละ 90  หอมแดงเปิดใจ พร้อมให้เร่งเบิกจ่ายตามภารกิจโครงการต่างๆ อย่างถูกต้องโปร่งใส  5 มีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้น ทั้งนี้ได้กำชับให้นายอำเภอทุกพื้นที่ทั้ง 25 แห่ง ประสานงานตรวจสอบ ในเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยครั้ง ที่ผ่านมาระหว่างที่นายกรัฐมนตรีมาปฏิบัติ ราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้กำชับดำเนินเรื่องดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังให้เร่งดำเนินการ ในกรณีการของบประมาณปี 2559  ถึงจะต้องมีการกำหนดโครงการแผนงาน      ให้มีความชัดเจน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด เศรษฐกิจพอเพียง   เรื่องของการบรรเทาสาธารณภัย สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว รายการส่งเสริมอาชีพของประชาชน   รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาต่างๆ    ให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ด้วย

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า การประชุมกำชับย้ำนโยบายการเบิกจ่ายงบประมาณของท้องถิ่นดังกล่าว เป็นงบประมาณทั้งเงินอุดหนุนทั่วไป เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ของปีงบประมาณ 2557 การเร่งรัดเบิกจ่ายเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ สำหรับการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกรณีเร่งด่วน ของปีงบประมาณ 2557 และการเร่งรัดเบิกจ่ายเงินอุดหนุนเฉพาะกิจประจำปีงบประมาณ 2558

ขณะที่นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ การเบิกจ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า 200 แห่ง ได้มีการ ทำสัญญาและเบิกจ่ายเพียง  2-3 % เท่านั้น จากสัญญาที่ทำไว้ประมาณ 40% ทั้งนี้จากปัญหาที่พบ ที่ทำให้เกิดความล่าช้า ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการเปลี่ยนพื้นที่โครงการและราคากลาง ที่ส่งผลไปถึงเรื่องของการประกวดราคาและสอบราคา ทั้งนี้ตามงบประมาณอุดหนุนทั่วไป ปีงบประมาณ 2557 ของท้องถิ่นในเชียงใหม่มีทั้งหมด 554 โครงการ งบประมาณกว่า 224 ล้านบาท เบิกจ่ายไปเพียง 15 โครงการ ทำสัญญา 106 โครงการ ยังไม่ดำเนินการใดๆ 33 โครงการ ที่เหลืออยู่ระหว่างกำลังดำเนินการ ส่วนเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ กรณีเร่งด่วนปีงบ 2557 เชียงใหม่มี 153 โครงการ มูลค่ากว่า 277.8 ล้านบาท ยังไม่ได้ดำเนินโครงการ 16 โครงการ อยู่ระหว่างดำเนินการ  88 โครงการ เบิกจ่ายไปเพียง 4 โครงการ ทำสัญญาไปแล้ว 45 โครงการ ส่วนเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ปีงบประมาณ 2558 มี 240 โครงการ มูลค่ากว่า  469.638 ล้านบาท ยังไม่ได้ดำเนินการ 11 โครงการ อยู่ระหว่างดำเนินการ 82 โครงการ ทำสัญญาไปแล้ว 126 โครงการ เบิกจ่ายไปเพียง 21 ของการ นอกเหนือจากนี้ยังได้รับงบประมาณอุดหนุนเพิ่มเติมใน ปีงบประมาณ 2548 เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมามีจำนวน 131 โครงการ มูลค่ากว่า 222 ล้านบาท ดังนั้นในเป้าหมาย จะต้องดำเนินการทำสัญญาโครงการต่างๆ ให้ได้ไม่น้อยกว่า 90 % ภายใน 31 มีนาคมนี้

หลังจากนี้จังหวัดเชียงใหม่ จะมีการตั้งชุดติดตามเร่งรัดการเยิกจ่ายงบประมาณของท้องถิ่น 6 ชุด เพื่อเฝ้าติดตามดูแล แบ่งตามกลุ่มอำเภอทั้ง 25 อำเภอ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส ไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องของการทุจริต โดยคาดว่า ภายใน 2 สัปดาห์นี้ น่าจะมีความชัดเจนในทางปฏิบัติ ซึ่งหากท้องถิ่นใดไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบาย    จะต้องทำเรื่องชี้แจงเป็นทางการ ซึ่งอาจจะมีการพิจารณาเรื่องของการไม่ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล เป็นกรณีๆไป ทั้งนี้ได้ให้คำแนะนำกับท้องถิ่น ที่มีปัญหาของการจัดซื้อจัดจ้างโดยไม่มีผู้มายื่นซองเสนอราคาตามที่กำหนดไว้ ให้กลับไปทบทวนเรื่องของราคากลาง ถ้าหากมีการใช้เงินเกินกว่าที่กำหนดไว้ ให้ท้องถิ่นใช้เงินสมทบของท้องถิ่นเอง เข้ามาเพิ่มในส่วนต่างจากงบประมาณที่สูงขึ้น แต่ถ้าหากประสบปัญหาไม่มีทางออก ให้เร่งแจ้งชุดติดตามและทางจังหวัด จะได้มีการเร่งรัดแก้ไข   ให้เป็นไปตามเป้าหมาย

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ยังได้ฝากย้ำในการปฏิบัติราชการและภารกิจภายในพื้นที่ของทุกท้องถิ่น ตามที่ได้รับมอบหมายและสั่งการเร่งด่วนจากรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยล่าสุด โดยขอให้ท้องถิ่นทุกพื้นที่ ดูแลปัญหาเรื่องของภัยแล้งในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปัญหาเรื่องของหมอกควันและไฟป่า ที่อยู่ระหว่างดำเนินการในช่วง 60 วัน ในการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ระหว่าง 15 กุมภาพันธ์ถึง 15 เมษายน การดำเนินการ ตรวจเข้มข้นเรื่องของความปลอดภัยในการจราจร เพื่อป้องปรามก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยจะมีการจับปรับอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมนี้ โดยเฉพาะเรื่องของการสวมหมวกนิรภัยของรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นต้นตอสาเหตุใหญ่ของความสูญเสียจากอุบัติเหตุ จะได้มีการดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้หลายจุด โดยเฉพาะสถานศึกษาก็ต้องดำเนินการอย่างจริงจังด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการดูแล บริการเรื่องของส้วมสาธารณะ ตามปั๊มน้ำมัน สถานที่ราชการต่างๆ และเรื่องของการกำจัดขยะมูลฝอย ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบาย ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ก็ถือว่า มีปริมาณขยะอยู่ในจำนวนมาก ขณะนี้กำลังให้ความสนใจกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจากภาคเอกชน ตำบลศิลา อำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่น ที่ลงทุนสัมปทานดำเนินการมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ที่สามารถเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการเรื่องของขยะได้เป็นอย่างดี และอาจจะนำมาขยายผลที่จังหวัดเชียงใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยระหว่างนี้ได้ ให้เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูล ศึกษาโครงการดังกล่าวนี้อยู่.