หน้าหลัก » ข่าวพาดหัว-หน้าหนึ่ง

แม้เลิก “เคอร์ฟิว” ชม.เดินหน้าล้างอาชญากรรม กำชับเจ้าหน้าที่นอกแถว เอี่ยวพนันเจอดี

Author by 15/06/14No Comments »

OLYMPUS DIGITAL CAMERA                มทบ.33 -เชียงใหม่ยังเดินหน้าเข้มกวาดล้างอาชญากรรมต่อ ทั้งคดี อาวุธ ยาเสพติด การพนัน และสิ่งผิดกฎหมายวางกำลังดูแลความสงบเรียบร้อยเหมือนเดิม แม้เลิกเคอร์ฟิวแต่ยังอยู่ในกฏอัยการศึก เผยช่วงเคอร์ฟิวจับผู้ต้องหาได้กว่า 1,500 คน ยึดของกลางตามคดีได้จำนวนมาก ส่วนเมืองสองแควแถลง ผลการปฏิบัติการ กวาดล้างจับกุม สิ่งของผิดกฎหมายในพื้นที่ จากการสนธิกำลังร่วมกัน ระหว่างทหาร -ตำรวจ- ฝ่ายปกครอง ยึดอาวุธปืนสงคราม และระเบิด พร้อมยาเสพติด แถมไม้เถื่อน นำตัวดำเนินคดี  ด้านน่าน ทหาร -ตำรวจ นำกำลังบุกบ้านเป้าหมาย จับกุมสองสามีภรรยา พร้อมของกลางยาบ้า และอุปกรณ์การเสพ นำตัวดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.57     ที่สโมสรกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 เชียงใหม่ พล.ต.ศรายุธ รังษี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 พร้อมด้วยนายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผวจ.เชียงใหม่   พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบช.ภาค 5 รักษาการ ผบก.ภ. เชียงใหม่ น.อ.คิดควร สดับ ผบ.กองบิน 41 และผู้แทนกองกำลังผาเมืองร่วมกันแถลงผลการสนธิกำลังบูรณาการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ในการระดมกวาดล้างอาชญากรรม และการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ภายใต้กฎอัยการศึกและประกาศเคอร์ฟิวที่ผ่านมาตั้งแต่ 22 พ.ค.เพื่อความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดตามข้อหาและมาตรการเข้มงวดต่างๆตามประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)จำนวน 1,502 คน และของกลางอีกจำนวนมาก

ผลการปฏิบัติการในพื้นที่ทั้ง 25 อำเภอ 210 เป้าหมาย และการตั้งจุดตรวจจุดสกัด 37 แห่ง ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ สามารถจับกุมคดีอาวุธปืนได้ 72 ราย ผู้ต้องหา 67 คน ของกลางอาวุธปืน 106 กระบอก กระสุนปืน 304 นัด ขณะที่การส่งมอบคืนอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้ในการสงครามมี 3 ราย ได้ของกลางเป็นอาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก วัตถุระเบิด 13 ลูก กระสุนปืน 118 นัด และดินระเบิดทีเอ็นที 4 แท่ง คดียาเสพติด จับกุมผู้กระทำความผิดข้อหาผลิตได้ 1 ราย ผู้ต้องหา 1 คน ข้อหาจำหน่าย 22 ราย ผู้ต้องหา 74 คน ข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่าย 67 ราย ผู้ต้องหา 87 คน ข้อหาครอบครองโดยผิดกฎหมาย 167 ราย ผู้ต้องหา 175 คน และข้อหาเสพ 346 ราย ผู้ต้องหา 346 คน ยึดของกลางเป็นยาบ้า 176,098 เม็ด กัญชา 40 กิโลกรัม ฝิ่นดิบ 5,028 กรัม เฮโรอีน 717.66 กรัม และยึดทรัพย์สินต่างๆ ได้มูลค่ารวม 11.2 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ดำเนินการจับกุมผู้ฝ่าฝืนการออกนอกเคหสถานในช่วงเวลาห้ามหรือเคอร์ฟิวได้ 628 คน แบ่งเป็นชาย 468 คน และหญิง 160 คน นอกจากนี้ จับกุมการพนัน 35 ราย จับกุมสถานบริการ 10 ราย จับการจำหน่ายสุราและดื่มสุราในเวลาห้าม 60 ราย จับกุมคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ 34 ราย ได้ของกลางเป็นไม้แปรรูป 381 แผ่น 24 ท่อน พร้อมเลื่อยยนต์ 6 เครื่อง และจับกุมการตั้งสถานีวิทยุโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 2 ราย ผู้ต้องหา 1 คน

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 กล่าวว่า การสนธิกำลังระหว่างทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองในการออกระดมกวาดล้างอาชญากรรม และการทำผิดกฎหมายต่างๆ เป็นการทำให้เกิดความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ เพื่อความเป็นอยู่ที่สงบสุขของประชาชน ได้ผลเป็นที่น่าพอใจอีกทั้งได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดีด้วย อย่างไรก็ตามยืนยันว่า ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่จะยังคงมีการปฏิบัติการดูแลอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อเป็นการจัดระเบียบสังคม มุ่งกวาดล้างการทำผิดกฎหมายทุกประเภท ทั้งยาเสพติด การพนัน อาวุธ และแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เพราะยังอยู่ในห้วงของกฎอัยการศึก แต่จะลดภาพความน่ากลัวลงไม่ให้ดูเหมือนศึกสงครามหรือภาพใช้อาวุธ ส่วนการเคลื่อนไหวทางการเมืองและการต่อต้าน มั่นใจว่า ถึงเวลานี้ไม่พบการเคลื่อนไหวในพื้นที่ จ.เชียงใหม่แล้ว เนื่องจากที่ผ่านมา ได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับทุกฝ่าย และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งนี้ หากผู้ใดมีเบาะแสใดๆ ที่เป็นประโยชน์สามารถแจ้งกับเจ้าหน้าที่ได้ทันที

ด้าน ทหาร ตำรวจ ปกครอง ยืนยันร่วมกันว่าจะมีการเข้มงวดคดีอาชญากรรมที่หลายฝ่ายเป็นห่วงเช่น พนันบอลช่วงฟุตบอลโลก โดย ผวจ.เชียงใหม่ย้ำว่า นอกจากเข้มงวดก็ห้ามมีเจ้าหน้าที่รัฐไปเกี่ยวข้องรวมถึงเรื่องทำผิดกฎหมายอื่นๆ ด้วย เช่นเดียวกับ รักษาการผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ยืนยันว่าในพื้นที่ไม่พบความผิดปกติ ต้องเข้มงวดในทุกพื้นที่รวมเรื่องออนไลน์และอื่นๆ ขอความร่วมมือประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ด้วย ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่รัฐไปเกี่ยวหากเป็นตำรวจก็ไม่มีข้อยกเว้นแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าเมื่อเวลา 10.30 น.วันเดียวกัน ที่ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก พล.ต.ทรงพล ทองจีน ผบ.กองพลพัฒนาที่ 3 พร้อมด้วย นายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.พิษณุโลก และตำรวจภูธรพิษณุโลก ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติงานของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ที่ร่วมกันนำกำลัง กวาดล้างจับกุมการเล่นการพนันที่ผิดกฎหมาย ปราบปรามอาวุธปืน ยาเสพติด ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน มิ.ย. 57

พล.ต.ทรงพล กล่าวว่า จากการระดมการกวาดล้าง ในห้วงที่ผ่านมา กำลัง 3 ฝ่าย ทั้งพลเรือน ตำรวจ  ทหาร ได้จัดกำลังร่วมกัน ในการกวาดล้างจับกุม ผู้กระทำผิดกฎหมายต่างๆ และผู้ครอบครองอาวุธสงครามกระสุน วัตถุระเบิด ตลอดจนผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และผู้ที่ลักลอบเปิดบ่อนการพนันต่างๆ  ใน จ.พิษณุโลก โดยสามารถสรุปผล การปฏิบัติงานได้ดังนี้ จับกุมอาวุธปืนได้ 2 กระบอก  กระสุนปืนเล็กยาว  จำนวน 317 นัด  ลูกระเบิด จำนวน 6 ลูก พลุสะดุด 1 นัด ระเบิดทีเอ็นที 5 แท่ง พบผู้มีสารเสพติดในปัสสาวะ 12 ราย มียาเสพติดไว้ในครอบครอง 16 ราย พร้อมของกลางยาบ้ารวม 5,409 เม็ด ผู้ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า 1 ราย ของกลางไม้ชิงชัน 27 ท่อน ไม้แปรรูป 76 แผ่น

นอกจากนี้ ยังกวาดล้างบ่อนการพนัน ตามที่ได้รับการแจ้งเบาะแส จากพลเมืองดี สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 12 ราย และของกลางเป็นอุปกรณ์การเล่นการพนันอีกจำนวนมาก ในช่วงนี้ ทางเจ้าหน้าที่ จะดำเนินการเข้มงวดในส่วนของการปราบปรามการเล่น พนันฟุตบอล เพราะอยู่ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 โดยได้มีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่ท้องที่ต่างๆให้เร่งติดตาม ตรวจสอบ เเละ จับกุมกรณีมีการตั้งโต๊ะรับแทงพนันบอล โดยเน้นการป้องกันไม่ให้มีการเล่นพนันบอลในพื้นที่อย่างเด็ดขาดต่อไป

ในวันเดียวกันที่ จ.น่าน พล.ต.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกน่าน พร้อมด้วย พ.อ.ชัชวาล กุลกุศล รองผู้อำนวยการรักษาความเรียบร้อยจังหวัดน่าน พ.อ.เศรษฐพล เกตุเต็ม เสนาการจังหวัดทหารบกน่าน พ.ต.อ.สมพงษ์ สวนคร้ามดี รอง ผบก.ภ.จว.น่าน ได้สนธิกำลัง เข้าตรวจค้นยาเสพติด กลุ่มเป้าหมาย หลังติดตามพบมีพฤติการณ์ มั่วสุมเสพยาเสพติดและจำหน่ายให้กับกลุ่มวัยรุ่นทั่วไป สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับบ้านใกล้เคียง และคาดว่าภายในบ้านน่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่

โดยเจ้าหน้าที่กระจายกำลัง เข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 9 ชุมชนบ้านน้ำล้อม ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน พบนาย พีระพล นิรันดร์ อายุ 41 ปี  อยู่ในสภาพมึนเมา ตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 103  เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส โดยใช้ยางรัดปิดปากถุงซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน   และเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 33/7 ชุมชนบ้านดอนแก้ว ตำบลเดียวกันพบ นายนิติพงษ์ จิตวงศ์ อายุ 34 ปี และ น.ส.วราภรณ์ ฟ้าสาร อายุ 31 ปี  สามีภรรยา อยู่ในห้องพัก ตรวจค้นพบอุปกรณ์เสพยาบ้าเกลื่อนบ้าน และพบยาบ้าบรรจุอยู่ในหลอดกาแฟ  7 เม็ด เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองน่าน ดำเนินคดี พร้อมขยายผลไปสู่การจับกุมเครือข่ายยาเสพติดต่อไป.