หน้าหลัก » ข่าวจังหวัดลำพูน, ข่าวต่างจังหวัด, ข่าวศิลปวัฒนธรรม

ประวัติพระสีวลีเทพเจ้าแห่งโชคลาภ

Author by 23/06/14No Comments »

????????????????????????....????????1            ลาภ  ยศ สุข สรรเสริญ ย่อม เป็นที่ปรารถนาของมนุษย์ ทุกผู้ทุกนาม ไม่จำกัดเพศ วัย  ผู้มีกิเลส หรือจะเรียกว่าปุถุชนคนธรรมที่เป็นมนุษย์ เดินดินกินข้าว ทุกรูปนาม อย่างเราๆ ท่านๆ  ก็คงไม่ผิดนัก จะมียกเว้นก็เฉพาะ  แต่ผู้ที่หลุดพ้นแล้วซึ่งกิเลส ด้วยเหตุนี้  วันนี้เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการเล่าสู่กันฟัง ผู้เล่าในฐานะที่เป็นปุถุชนคนธรรมดาผู้หนึ่ง ดังที่เกริ่นไว้ จึงขออนุญาตนำเอาประวัติของพระสีวลี เทพเจ้าแห่งโชคลาภมาเล่าสู่กันฟัง  ให้สอดคล้องกับยุคเศรษฐกิจถดถอยดังที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้   ในลักษณะเข้าทำนองรู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม

ประวัติที่มาของพระสิวลี   ท่านเป็นโอรสของพระนางสุปปวาสา ราชธิดาแห่งโกลิยะนคร เมื่อมารดาของท่านตั้งครรภ์ นั้น  มารดาของพระสิวลีมักจะเกิดปาฏิหาริย์ได้ลาภสักการะ อยู่เนืองๆมากมาย ถ้าเป็นปัจจุบันก็จะว่าพอมีท้องหรือตั้งครรภ์ลูกคนนี้ก็จะมีการถูกหวยอยู่บ่อยๆอะไรทำนองนั้นฯลฯ

การตั้งครภ์มารดาของพระสีวลี โดยพระสิวลีอยู่ในท้องมารดา นานถึง 7 ปี 7 เดือน 7วัน กว่าจะคลอดได้ก็สุดแสนที่จะลำบาก  พระมารดาของท่านคือพระนางสุปปวาสา ได้ให้พระสวามีไปขอพรจากพระพุทธเจ้า

พระพุทธองค์ก็ทรงให้พรว่า “ให้พระนางสุปปวาสาคลอดโดยปลอดภัย”  เมื่อถึงเวลาคลอดจริงพระสีวลีก็คลอดออกมาอย่างง่ายดาย    พระบิดาพระมารดาเห็นว่าควรได้มีการทำบุญใหญ่ เพื่อต้อนรับลูกชาย เลย  โดยได้ไปอาราธนานิมนต์พุทธ องค์กับพระสาวกมารับอาหารบิณฑบาตตลอด 7 วันพระสีวลี ทั้งๆที่เพิ่งเกิดได้ไม่นาน แต่ก็มีร่างกายเท่ากับเด็กอายุ 7 ปี ได้ช่วยงานบุญในครั้งนี้ ด้วยการเสิร์ฟน้ำ เครื่องดื่ม ฯลฯได้อย่างคล่องแคล่วเมื่อพระสารีบุตร ได้เห็น สีวลีกุมาร ก็มีความชอบใจจึงชักชวนให้บวช เมื่อพระบิดามารดาอนุญาตสีวลีกุมารก็ออกบวช

โดยมีพระสารีบุตร เป็นพระอุปัชฌาย์ และสอนวิชากัมมัฎฐานเบื้องต้น ขณะที่ปลงผม พระสารีบุตรก็จะจรดมีดโกนครั้งแรก สีวลีกุมารก็ บรรลุโสดาบัน เมื่อจรดมีดโกนครั้งที่2 ทรงบรรลุเป็นพระสกทาคามี จรดมีดโกนครั้งที่3 ท่านได้บรรลุพระอนาคามี และเมื่อโกนผมเสร็จ ท่านก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์

ครั้งวันหนึ่งพุทธองค์ทรงนำพระสาวก ออกเดินทางไปยังเมืองแห่งหนึ่ง ถ้าเดินตามตรงจะต้องใช้เวลาในการเดินทางเป็นเวลาหลายวัน แต่ถ้าไปทางลัดก็จะใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งหนึ่งแต่ต้องเดินผ่านป่า ขณะนั้น เอง  พระอานนท์ได้ทูลถามพระพุทธองค์ว่าการเดินทางในครั้งนี้เกรงว่าการเข้าป่าเข้าดงจะหาคนมาใส่บาตรไม่มีพระพุทธองค์จึงได้ตรัสกับพระอานนท์ และย้อนถามว่า การเดินทางในครั้งนี้พระสีวลีมากับพวกเราด้วยหรือไม่ ?  พระอานนท์ก็ทูลว่า “พระสีวลีมาด้วยพระเจ้าค่ะ” พุทธองค์ก็ได้ตอบว่า “ถ้าเช่นนั้นพวกเราเดินทางไปทางลัดเถอะอานนท์ถ้าพระสีวลีมาด้วยพวกเราไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกินหรอก”

พระพุทธเจ้าได้ยกย่องพระสีวลีเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในลาภสักการะ ด้วยอำนาจบุญที่ท่านได้ทำสั่งสมมาตั้งแต่อดีตชาติ ทำให้ทั้ง เทพ เทวดา นาค ครุฑ และมนุษย์นำอาหาร เครื่องใช้ มาถวายท่านมิได้ขาด ไม่ว่าท่านจะอยู่ในที่แห่งหนใดแม้แต่พระพุทธองค์ก็ยังได้อาศัย บุญแห่งลาภสักการะของพระสีวลีเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ทำให้ชาวพุทธนิยมสักการบูชา พระสีวลี เพื่อจะได้ให้เกิดโชคลาภอยู่เสมอขอขอบคุณข้อมูลประกอบจากหนังสือพุทธประวัติ และGoogle.com มา ณ ที่นี้ด้วย

วัชรพงษ์ อินต๊ะนนท์ / รายงาน