หน้าหลัก » ข่าวศิลปวัฒนธรรม

มรดกล้านา

Author by 12/08/12No Comments »

วัฒนธรรมการนอนล้านนา

การนอน  หมายถึงการเอนกายลงนอนในแนวราบซึ่งจะหลับหรือไม่ก็ตาม เรื่องของการนอน ชาวล้านนามีวัฒนธรรมในการนอนหลายประการ ทั้งพฤติกรรมในการนอน บริเวณที่ควรนอน บริเวณหรือสถานที่ที่ไม่ควรนอน ตลอดจนความเชื่อต่าง ๆ  อีกมากมาย

 

พฤติกรรมในการนอน

ในการนอนนั้น โบราณสั่งสอนมาสืบกันมาแต่ปางบรรพ์ไว้ ดังคำกล่าวที่ว่า

-  อย่านอนเหล้นดาบ            อย่าคาบนมเมีย

-  อย่านอนกินข้าว

-  กินข้าวแล้วนอน                ผีปันพรวันเจ็ดเทื่อ

-  หื้อดักเมื่อกินข้าว               หื้อดังเมื่อเข้านอน

-  อย่านอนเอาตีนไปทางหัว

-  อย่านอนเบ่นหัวไปทางเหนือแลวันตก

-  ยิงนอนซ้าย  ชายนอนขวา

เป็นต้น

อย่านอนเหล้นดาบ  อย่าคาบนมเมีย”  คือเวลานอนไม่ควรนำของมีคมอย่างดาบมาเล่น เพราะอาจเกิดอันตรายได้เสมอ ความหมายแฝง คือ อย่าวางใจหรือเลินเล่อต่อท่าทีของศัตรู ส่วนอย่าคาบนมเมียนั้น ท่านหมายถึงว่าอย่ามัวแต่ลุ่มหลงมัวเมาอยู่กับกามคุมจนไม่มีเวลาปฏิบัติภารกิจอื่น

อย่านอนกินข้าว”  เหตุผลคงเป็นเพราะอาการนอนนั้น คงไม่เหมาะที่จะรับประทานอาหาร เพราะสรีระไม่พร้อมที่จะรับอาหารเข้าสู่ร่างกาย คำกล่าวนี้มักมีการขู่    เด็ก ๆ ว่า ถ้านอนกินข้าวจะกลายเป็นงู

กินข้าวแล้วนอน  ผีปันพรวันเจ็ดเทื่อ”  อ่านว่า กิ๋นเข้าแล้วนอน ผีปั๋นปอนวันเจ็ดเตื้อ คำกล่าวนี้ หลายท่านเข้าใจว่า เป็นคำสำนวนที่มีความหมายเชิงประชดประชันว่า กินอิ่มแล้วเอาแต่นอนสบาย ไม่ยอมทำงาน ผีจะสาปแช่งวันละเจ็ดครั้ง แต่อันที่จริงแล้ว คำว่า “ผี” โบราณหมายถึง “เทวดา” “ผีให้พร” คือเทวดาให้พร เพราะฉะนั้นจึงแปลความหมายว่า กินข้าวแล้วควรพักผ่อนก่อนลงมือทำงาน สุขภาพจะแข็งแรงเหมือนได้รับพรจากเทวดาวันละเจ็ดครั้ง เพราะถ้าลงมือทำงานทันที สุขภาพจะทรุดโทรมเร็วก่อนวันอันควร

หื้อดักเมื่อกินข้าว  หื้อดักเมื่อเข้านอน”  คำกล่าวนี้มีเหตุผล อย่างน้อยสองประการ กล่าวคือ ประการแรก ขณะทานข้าวเมื่อส่งเสียง ผีตามอยได้ยินจะรู้ตำแหน่งและจะมาแย่งกิน ทำให้อาหารสิ้นเปลือง หรือหากมีเสียงดังตอนเข้านอน ผีอาคันตุกะ คือ สัมภเวสี จะรู้ตำแหน่งที่นอน อาจมาทำร้ายได้ ประการที่สองไม่ว่าผีร้ายหรือคนร้าย เมื่อทราบตำแหน่งขณะกินข้าวหรือเข้านอน จะถือโอกาสทำร้าย เพราะคำว่า “ข้าว” หรือ “เข้า” เป็นคำพ้องเสืยงกับคำว่า เข้า ซึ่งหมายถึงอาการเคลื่อนเข้าไปข้างใน ผีหรือคนสามารถกระทำร้ายได้โดยสะดวก คือ ผีเข้าสิงก็สะดวก คนยิงก็เข้า แทงหรือฟันก็เข้า ไม่ว่าจะมีเครื่องรางหรืออาคมขลังเป็นเข้าทั้งนั้น แม้กระทั่งคุณไสยที่มีคนมุ่งร้ายปล่อยมาก็สามารถเข้าสู่ร่างกายโดยไม่มีสิ่งใดขวางกั้นได้

อย่านอนเอาตีนไปทางหัว”  คือ อย่านอนในลักษณะเอาเท้าชี้ขึ้นทิศหัวนอน เอาหัวลงปลายที่นอน เพราะสิ่งที่เคารพนับถือตลอดจนเทวดาที่คุ้มครองอยู่ตรงหัวนอน ลักษณาการนอนเช่นนี้ แสดงว่าไม่เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัว ไม่เคารพแม้กระทั่งตัวเอง ดังนั้น หากผู้ใดมีพฤติกรรมการนอนเช่นนี้ ย่อมไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองรักษา

อย่านอนเบ่นหัวไปทางเหนือแลวันตก”  ชาวล้านนาเชื่อว่าทิศเหนือเป็นทิศแห่งความตายที่เรียกว่า “ทิศผีตาย”  เป็นทิศสีดำมีท้าวกุเวรหรือท้าวเวสสุวัณณ์เจ้าแห่งผีสถิตอยู่ สังเกตได้ว่า กองฟอน (ล้านนาเรียก “เตาเอ่า”) ทุกป่าช้าจะหันด้านหัวศพไปทางทิศเหนือ ส่วนทิศตะวันตก เป็นทิศแห่งการตกต่ำ ทิศแห่งการอำลาและสูญสิ้น จึงมีข้อห้ามว่า อย่านอนหันหัวไปทิศเหนือและทิศตะวันตก

ยิงนอนซ้าย  ชายนอนขวา”  เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาแต่โบราณว่าผู้หญิงต้องนอนด้านซ้าย ผู้ชายต้องนอนด้านขวา

 

บริเวณที่ควรนอน

ในเคหสถานควรนอนใน “ห้องหอ เฮือนฅำ”  คือ ห้องนอนหรือบริเวณ “เติ๋น” ซึ่งเป็นบริเวณที่โล่งระดับเดียวกับห้องนอน และหากเป็นนอกเคหสถาน ควรนอนในที่จัดไว้สำหรับเป็นที่นอน เป็นต้น

(อ่านต่อวันจันทร์หน้า)

สนั่น ธรรมธิ

สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่