หน้าหลัก » ข่าวศิลปวัฒนธรรม

รักษ์ล้านนา……อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่

Author by 5/06/14No Comments »

0

           รักษ์ล้านนา กลุ่มคนหนุ่มสาวที่มีความรักและศรัทธาในสิ่งที่คล้ายๆกัน นั่นคือ ความรักท้องถิ่น ประเพณี วัฒนธรรมและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นทำงานตั้งแต่ปี 2539 ด้วยสมาชิกเพียง 5 คน จนปัจจุบันขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงกว่าร้อยคน บ้างก็มาจากกลุ่มดนตรีพื้นบ้าน กลุ่มใบลาน กลุ่มเยาวชนสันป่าตอง เยาวชนที่เข้ามาเรียนรู้ในโฮงเฮียนสืบสานล้านนา นักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วภาคเหนือ

กิจกรรมของกลุ่มรักษ์ล้านนามีหลายหลาย เช่น เป็นวิทยากรอบรมให้ความรู้ทางด้านศิลปะวัฒนธรรมล้านนา การแสดงดนตรีพื้นบ้าน  เดินป่าศึกษาวิถีชีวิตวัฒนธรรมดอยหลวงเชียงใหม่ ดอยสุเทพ และ ทัวร์เมืองเก่า ที่ได้แกนกลางของกลุ่มอย่าง ประสงค์  แสงงาม หรือเรียกกันติดปากว่า ‘ครูเบิร์ท’ ผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวที่นำเสน่ห์ความเป็นล้านนาเข้ามาประยุกต์ได้อย่างสนุกมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเดินเที่ยว นั่งรถราง หรือขี่จักรยาน

ในทริปวัฒนธรรมของครูเบิร์ดก็มักจะสอดแทรกคุณค่าความสำคัญของต้นไม้ใหญ่ในเมืองเชียงใหม่ไว้ด้วยเสมอ จากความผูกพัน คุ้นเคย และเห็นคุณค่าของ “นิเวศประวัติศาสตร์” ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคน ระบบนิเวศน์ ต้นไม้ใหญ่ และประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่

“คนพื้นเมืองมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องพรรณพืชต้นไม้มาตั้งแต่โบราณแล้ว แม้กระทั่งการคำนวณปฏิทินล้านนาหรือว่าพับสา ว่า ต้นไม้อะไรมีความสำคัญต่อชีวิตของคน เช่น อย่างปีนี้ มีการระบุไว้ว่า พระยา ดอกไม้ คือ ดอกกาสะลอง เมื่อมีงานพิธีมงคลจะต้องมีการนำดอกกาสะลองมาทัดหูบ้าง หรือว่าเอาดอกกาสะลองมาใส่ไว้ที่ประตูหน้าบ้าน เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล หรือว่าขวัญข้าวอยู่ต้นสะเรียม ปีนี้ก็จะไม่ตัดต้นสะเรียมเลย ถ้าตัดไปก็จะเกิดความไม่สิริมงคลกับตัวบุคคลและครอบครัว

“อีกส่วนหนึ่งเป็นต้นไม้ที่สำคัญกับเมือง เช่น ต้นไม้ใหญ่ประจำหมู่บ้าน ในอดีต ก็จะเป็นต้นไม้ฮูง(ลุง) ปลูกที่ไหนก็จะเป็นแลนด์มาร์คของหมู่บ้าน เช่น บ้านเฟยฮูง (เฟย หมายถึง กิ่งก้าน ฮูง หมายถึงต้นลุง) ถ้ามีพิธีสืบชะตาบ้าน ชาวบ้านก็จะมารวมตัวกันที่นี้ หรือต้นไม้ยาง(ยางนา) ในเขตเมืองเก่า ที่นิยมปลูกเป็นต้นไม้หมายทิศทาง หมายเมือง แถวประตูเมืองเมืองเชียงใหม่ ประตูสวนดอก ประตูสวนปรุง วัดเจดีย์หลวง เพื่อเป็นแลนด์มาร์ค สมัยโบราณเมื่อมีการเดินทางไกลๆ เมื่อใกล้จะถึงเมื่อก็จะรู้ได้ เพราะมีต้นไม้ใหญ่ อยู่ที่ประตูเมือง เป็นความสำคัญในระดับเมือง ในระดับชุมชนก็มีอยู่หลายต้น อย่างเช่นต้นโพธิ์ ในตำราหรือในกฎหมาย เรื่องลักษณะขึด(ข้อห้ามทำแล้วจะเกิดอัปมงคล) ของล้านนา ว่ามีอยู่ 5 ประการ 1 คือการถมสมุทรหรือถมแม่น้ำ  ขุดกระแส หมายถึงว่า การเปลี่ยนทิศทางแม่น้ำ แห่มรูทวาร หมายถึง การขยาย/ลดขนาดประตูเมือง และฮานไม้สะหลี คือการไปตัดต้นไม้ใหญ่(ไม่จำเป็นต้องเป็นต้นโพธิ์) ของเมือง/หมู่บ้านจะกลายเป็นขึดใหญ่ /ขึดหลวงของเมือง ม้างตีอก ปกขะดง หมายถึง ม้างตีอก คือเครื่องมือที่ชำรุดแล้วไม่ควรใช้ต่อ (เพราะจะเกิดอุบัติเหตุ) ปกขะดง คือ การเอาตุง ธงมาแขวงต้นไม้ ไม้ฟ้าผ่าห้ามนำมาทำบ้าน ทำวัง ไม้ที่มีเสียงร้องไห้ (เสียงที่เกิดจากการเสียดสี) มักจะมีเทวดา อารักษ์อยู่ จึงทำให้ถูกรักษาเอาไว้จนถึงปัจจุบัน”

ส่วนความเชื่อความศรัทธาดังกล่าวจะสามารถนำมาอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในยุคปัจจุบันได้หรือไม่ ครูเบิร์ทเห็นว่า  ”ผมคิดว่าได้ครับ ความเชื่อมันยังไม่หายไปจากสังคม เพราะความเชื่อจะทำให้สบายใจถ้าปฏิบัติตาม เช่น ปีใหม่นำใบโชคมาติดหน้าบ้าน ก็จะทำให้มีโชค หรือว่าขึ้นบ้านใหม่ จะต้องมีต๋องเต๊า(ต๋องตึง) ที่มีขน ใบใหญ่ เชื่อว่าจะทำให้มีการอุดหนุนตุ้นเต๊า ดังนี้ต้นไม้ที่มีความสำคัญกับชีวิตจะรักษาไว้ ในเขตเมือง หรือบ้านตนเอง คนจะไม่กล้าไปตัด เช่น ต้นขนุน ต้นมะขาม แล้วยังมีระบบนิเวศการปลูกต้นไม้ในบ้าน ว่าทิศใดควรปลูกต้นอะไร ต้นมะขามปลูกแล้วคนจะเกรงขาม ต้นขนุนเสริมโชคลาภ ใช้ในงานมงคล รองเสาเรือน หนุนชำตาชีวิตให้สูงขึ้น อย่างต้นโชคขึ้นอยู่ที่ใดก็ไม่มีใครกล้าตัด เพราะกลัวโชคลาภในชีวิตหายไป”

“ในด้านนิเวศน์ต้นไม้ใหญ่มีความสำคัญและมีประโยชน์หลายอย่าง หนึ่ง ช่วยทำให้เกิดความร่มเย็นในบ้าน สอง ป้องกันลมพายุที่จะมาทำลายบ้านได้ คนเมืองมักจะปลูกต้นไม้ใหญ่รอบบ้านเพื่อกันลมใหญ่พัดหลังคาบ้าน และเป็นที่อยู่อาศัยของพวกนก กระรอก ต่างๆก็เป็นหนึ่งในระบบนิเวศ ที่ช่วยกินศัตรูพืชก่อกวนพืชผักของเราได้ ดูดซับอากาศพิษ กรองฝุ่นได้ดีมาก เหมือนบ้านผมที่เชียงดาวปลูกไว้เยอะๆ ก็ทำให้ฝุ่นไม่มี  มันไปเกาะที่ไปใบแทน

หากจะรณรงค์ในคนเชียงใหม่ช่วยกันอนุรักษ์ดูแลต้นไม้ใหญ่อย่างไรนั้น ครูเบิร์ทเสนอว่า “ประการแรก ผมอยากให้เขาเห็นความสำคัญของต้นไม้ใหญ่ ส่วนประการที่สองจะมีทางออกอย่างไรที่ทำให้คนบางคนที่เห็นว่ากิ่งมันจะหักจึงต้องตัดมันทิ้งจะมีวิธีการที่ทำให้มันแข็งแรงหรือไม่มีปัญหากับบ้านเรือนได้ไหม หรือถนนหนทางที่อยู่ในบริเวณนั้น

“จะทำอย่างไรให้เขามีความผูกพันกับต้นไม้ได้ อาจจะทำให้ต้นไม้ใหญ่ไม่ถูกทำลาย ความผูกพันอาจจะสร้างได้หลายแบบ เช่น ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ ต้นไม้นี้ปู่ทวดปลูกหรือว่าต้นไม้นี้ถูกนำมาจากกรุงเทพฯ หรือบ้านญาติพี่น้อง คือค้นหาเรื่องราวของต้นออกมาเพื่อให้ลูกหลานหรือคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาอาศัยอยู่ได้เห็นว่าต้นไม้นี้มีประวัติศาสตร์ และชีวิตของมันอยู่และเขาจะได้รู้สึกผูกพันกับต้นไม้ต้นนั้นได้ บางคนที่กำลังจะตัดต้นไม้อยู่ แล้วเราก็ไปถามเขาว่าต้นไม้นั้นอายุเท่าไหร่ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วให้เขาค้นหาคำตอบ นึกถึงปู่ย่าตาทวดทำให้หวนนึกถึงเราควรรักษาไว้แล้ว ก็นึกถึงบรรพบุรุษและเห็นคุณค่าแล้วถ้าหายไปหนึ่งต้น มันจะกระทบต่อระบบนิเวศเมืองก่อน

“แล้วถ้าต่างคนต่างตัดที่บ้านตนเอง อาจจะดูว่ามันโล่งดูสะอาด ไม่เป็นอันตราย แต่มันก็จะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมของเมืองเชียงใหม่.

 

เรื่อง  :  ฉัตราภรณ์  สุริยะวงค์  

ภาพ  :  ธเนศร์  แก้วดวงดี