หน้าหลัก » ข่าวศิลปวัฒนธรรม

วัดพระนอนหนองผึ้งสารภีเปิด ท่องเที่ยวใหม่วิถีไทย 28 ส.ค.นี้

Author by 26/08/15No Comments »

พระนอนหนองผึ้ง         พระครูพุทธไสยาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดพระนอนหนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ร่วมกับนายสวรรค์ แคว้นไทสงค์ ที่ปรึกษาสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ 17 จังหวัด เปิดเผยว่า วัดพระนอนหนองผึ้งจะเปิดโครงการ/กิจกรรมแหล่งท่องเที่ยวใหม่แนววิถีไทย พร้อมกับงานฟังเทศนาธรรมสัญจรของอำเภอสารภี ในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2558 โดยวัดพระนอนหนองผึ้งพร้อมด้วยเทศบาลตำบลหนองผึ้ง นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน ได้บูรณาการร่วมกันกับ ททท. เชียงใหม่ สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ 17 จังหวัด สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ชมรมรถเช่าภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีมติร่วมกันที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทยตามแนวนโยบายของรัฐบาล ในเชิงศาสนา ศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ทั้งนี้ เพื่อสืบสานเชิงสร้างสรรค์บูรณาการร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยให้วัดพระนอนหนองผึ้งเป็นจุดศูนย์กลางในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เนื่องจากมีประวัติศาสตร์การก่อสร้างมาแต่โบราณกาล ปัจจุบันภายในวัดประกอบด้วยอาคารเสนาสนะ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี อาทิ เช่น เจดีย์ อุโบสถหลังเดิม อุโบสถใหม่ วิหารน้อย ซึ่งภายในมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเวชสันดรชาดก และพุทธประวัติวิหารพระพุทธไสยาสน์ กู่พระเจ้าทันใจ ศาลาบาตร ศาลาปฏิบัติธรรม และพิพิธภัณฑ์ชัยสีลพุทธภิรักษ์ ซึ่งก่อตั้งโดยพระครูชัยสีลวิมล อดีตเจ้าคณะอำเภอสารภี และอดีตเจ้าอาวาสวัดพระนอนหนองผึ้ง เมื่อปี พ.ศ.2503 โดยท่านประสงค์จะเก็บร่วมรวมโบราณวัตถุและศิลปวัตถุภายในท้องถิ่นอนุรักษ์ไว้ให้เยาวชนรุ่นหลังได้ร่วมกันภาคภูมิใจ โดยความร่วมมือจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ คณะวิจิตรศิลป์ มช. เปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2557 ตรงกับวันวิสาขบูชา และเป็นประเพณีสรงน้ำพระนอนและพระธาตุประจำปีทุกๆปี เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ยั่งยืน

โดยวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2558 เวลา 17.00 น. ผวจ.เชียงใหม่หรือผู้แทนจะร่วมกับเจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด นายอำเภอสารภี และผู้เกี่ยวข้องเปิดแถลงข่าวเป็นทางการเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่แนววิถีไทย หลังจากนั้นเวลา 19.00 น.วัดพระนอนหนองผึ้งจะเป็นเจ้าภาพในงานเทศนาธรรมะสัญจรของอำเภอสารภี โดยจะมีศรัทธาประชาชนในชุดนุ่งขาวห่มขาวเข้าร่วมงานประมาณ 5.000 คน.