หน้าหลัก » ข่าวศิลปวัฒนธรรม

วัดพระเ้จ้าตนหลวงหรือวัดศรีโคมคำ จ.พะเยา

Author by 9/05/14No Comments »

พระเจ้าตนหลวง copy      “วัดพระเจ้าตนหลวง” หรือ วัดศรีโคมคำ  ตั้งอยู่ริมกว๊านพะเยา เลขที่ 692 ถนนพหลโยธิน .เวียง .เมือง .พะเยา  เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองพะเยา เป็นที่ประดิษฐานของ พระเจ้าตนหลวง ชาวบ้านจึงนิยมเรียกว่าวัดพระเจ้าตนหลวง”  เป็นพระประธานเก่าแก่ในพระวิหารหลวง สร้างขึ้นในปีพ.. 2034 ตรงกับรัชสมัยของพญายอดเชียงราย กษัตริย์ล้านนาแห่งราชวงศ์มังราย   และสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ พระมหากษัตริย์ของกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าตนหลวงเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัย ศิลปะสกุลช่างเชียงแสน เป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในดินแดนล้านนามีขนาดหน้าตักกว้าง 14  เมตร และสูง 16  เมตร

ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จจากประเทศอินเดียมาที่ดอยจอมทอง นายช่างทองได้ถวายอาหารบิณฑบาตแด่พระพุทธองค์แต่มิได้ถวายน้ำฉัน พระพุทธองค์จึงให้พระอานนท์ถือบาตรไปตักน้ำในสระหนองเอี้ยงข้างเชิงดอย ขณะนั้นมีพญานาคตนหนึ่งอาศัยอยู่ ในสระหนองนั้นเมื่อเห็นพระอานนท์ถือบาตรจะมาตักน้ำ ก็ไม่ให้ตัก จึงไปกราบบังคมทูลพระพุทธเจ้าทราบ แล้วเสด็จไปประทับยืนข้างสระหนองเอี้ยง พญานาคเมื่อเห็นพระองค์เสด็จมาประทับก็ทำทีจะพ่นควันแผ่พันพาน แต่พอเห็นรูปกายของพระพุทธเจ้าเต็มไปด้วยรัศมีเปล่งปลั่ง จึงถามพระองค์ว่า ท่านเป็นใคร มาจากไหน พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า “เราคือตถาคตสัมมาสัมพุทธเจ้า”มาจากศากยชนบทเพื่อประกาศสั่งสอนเวนัยสัตว์และประดิษฐานพระพุทธศาสนา เรามาที่นี่เพื่อต้องการน้ำดื่ม ท่านไม่ให้น้ำแก่เรา

พระองค์ตรัสต่อไปว่า “เมื่ออดีตกาล พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ เช่น พระเจ้า กะกุสันธะ ก็เสด็จมาดื่มน้ำในหนองสระที่นี่” จากนั้นพระพุทธองค์จึงได้แสดงอภินิหารเนรมิตพระวรกายของพระองค์ให้ใหญ่เท่ากับพระพุทธเจ้ากะกุสันธะพระองค์นั้น ครั้นพญานาคเห็นจึงเกิดเลื่อมใสศรัทธาเป็นอันมากพร้อมกับได้ถวายน้ำแด่พระองค์ พระพุทธองค์ตรัสกับพญานาคต่อไปว่า เมื่อเราตถาคตปรินิพพานไปแล้ว ศาสนาของเราย่างเข้าจะถึงครึ่งค่อน 5000 พระวรรษา ท่านจงมาสร้างรากฐานพระพุทธศาสนาลงในสระหนองที่นี่และสร้างพระพุทธรูปให้ใหญ่เท่าพระเจ้ากะกุสันธะสัมมาสัมพุทธะ สูง 32 ศอก พญานาครับเอาพระดำรัสนั้นแล้วก็กลับสู่นาคพิภพ

ครั้นต่อมาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานนานได้ 2030 ในเวลากลางคืนวันหนึ่ง พญานาคมารำพึงถึงพุทธดำรัสที่ตรัสไว้จึงนำเอาทองคำจำนวนสี่แสนห้าร้อยจากนาคพิภพมาไว้ ณ สระหนองดังกล่าวแล้วเนรมิตเพศเป็นบุรุษนุ่งขาวห่มขาวขึ้นไปสู่บ้านเรืองของสองตายาย ซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้สระหนองเอี้ยง มีอาชีพเลี้ยงเป็ดและห่าน พญานาคแจ้งความประสงค์ที่ตนรับพระดำรัสไว้ให้สองตายายฟัง สองตายายรับมอบหมายจากพญานาคแล้วก็นำเอาทองคำมาลงทุนถมสระหนองเอี้ยงถมอยู่นานถึง 2 ปี 7 เดือน จึงเต็มบริบูรณ์ จากนั้นลงมือปั้นอิฐได้มากพอสมควรจนรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า จึงได้ว่าจ้างคนอื่นปั้นต่ออีกรวมได้อิฐจำนวนสี่แสนก้อน เมื่อพอแล้วก็ตระเตรียมวัตถุสิ่งอื่น พร้อมแล้วจึงปรารภก่อพระพุทธรูปต่อไป

ขณะนั้นเป็นสมัยพระยายอดเชียงรายครองเมืองเชียงใหม่ พระยาเมืองยี่ครองเมืองพะเยา จุลศักราชได้ 853 พุทธศักราช 2034 วันพุทธขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 (แปดเหนือ) ยามกองงาย (ยามเช้า) ได้ฤกษ์ตั้งเสาอินทขิล สองตายายแรกก่อพระพุทธรูปเจ้าตนหลวงกำลังก่อสร้างยังไม่ทันจะเสร็จได้เพียง 4  ปีเท่านั้น  พระยายอดและพระยาเมืองยี่ ถึงแก่พิราลัย พระเมืองแก้ว ขึ้นครองเมืองพะเยา  สองตายายก่อสร้างพระพุทธรูปจนถึง จุลศักราช 886 พุทธศักราช 2067 ตรงกับวันพุธขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 (เหนือ)ปีวอกซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา สิริรวมเวลาก่อสร้างได้ 33 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์ ชาวล้านนาได้จัดให้มีงานฉลองสมโภชขึ้น โดยมีพระธรรมปาลเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ต่อมา”วันวิสาขบูชา” ได้จัดให้เป็น “งานเทศกาลแปดเป็ง” ของชาวล้านนาหรือ “งานไหว้สาพระเจ้าต๋นหลวง” มาจนถึงปัจจุบัน

“วันวิสาขบูชา” นอกจากทางวัดศรีโคมคำจะมีงานนมัสการพระเจ้าตนหลวงในช่วงดังกล่าวแล้วที่ “วัดติโลกอาราม” ซึ่งเป็นวัดที่จมอยู่ในกว๊านพะเยา ยังมีพิธีเวียนเทียนกลางกว๊านพะเยาหนึ่งเดียวในโลก ถือเป็น 2 งานเทศกาลที่จังหวัดพะเยาจัดขึ้นพร้อมกัน นักบุญและนักท่องเที่ยวที่อิ่มบุญจากมาไหว้สาพระเจ้าตนหลวง ได้มาชมความงามกว๊านพะเยาแล้ว ยังสามารถร่วมพิธีเวียนเทียนกลางกว๊านพะเยา วัดติโลกอาราม ได้ในช่วงวันเดียวกัน เพื่อความเป็นสิริมงคลของท่านและครอบครัว.

ทีมข่าวไทยนิวส์พะเยา…..รายงาน