หน้าหลัก » ข่าวสตรี

น.ส.วัชรี ประสิงห์ รักษาการหัวหน้าภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 10

Author by 27/06/15No Comments »

วัชรี ประสิงห์      เวลานี้ โรคที่กำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วไป ไม่พ้น ไวรัส เมอร์ส ที่ใครก็กลัว แม้แต่การท่าอากาศยานใหญ่ๆ ยังเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง สแกนยิ่งกว่าอาวุธปืนประจำกาย แต่มีอีกอาชีพหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับโรคติดต่อ และคัดกรองโรคต่างๆ นั่นคือ นักเทคนิคการแพทย์ โดยเฉพาะที่เป็นสตรี ยิ่งมีความเสี่ยง เพราะร่างกาย  ตลอดจน ภูมิคุ้มกันอาจสู้ฝ่ายชายไม่ได้ วันนี้ มีโอกาสได้คุยกับสตรีรายหนึ่ง ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการคัดกรองโรคเลือด จนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง หัวแถวขององค์กร เธอคือ

..วัชรี  ประสิงห์   รักษาการหัวหน้าภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 10 จังหวัดเชียงใหม่โดยกำเนิด หลังเรียนจบระดับมัธยมที่โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพแล้ว มีความชื่นชอบในวิชาวิทยาศาสตร์ ชอบทำงานในห้องแลป จึงมุ่งเข็มที่จะเข้าเรียนในคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยา ลัยเชียงใหม่ และความขยันท่องตำราของเธอก็สัมฤทธิ์ผล สามารถเรียนในคณะฯ  ที่มุ่งหวังได้

หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว ก็หางานที่ตนเองถนัด คือทำงานในห้องแลป และเมื่อสภากาชาดไทยรับสมัครนักเทคนิคการแพทย์ ปฏิบัติงานในภาคบริการโลหิตตามภาคต่างๆ จึงไปสมัครและสอบผ่านกระบวนการคัดเลือก ได้บรรจุเข้าทำงานที่ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 9 จังหวัดพิษณุโลก

โชคชะตาให้ความเมตตา เมื่อทางสภากาชาดไทยเห็นว่า ภูมิลำเนาอยู่ที่เชียงใหม่ จึงส่งมาเป็นเจ้าหน้าที่แผนกคัดกรองที่ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 10 เชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2545

ในปี พ.ศ. 2558 หัวหน้าภาคฯ ได้ลาไปศึกษาต่อต่างประเทศ ทางสภากาชาดไทย จึงได้แต่งตั้งให้เธอเป็นรักษาการหัวหน้าภาคฯ

น.ส.วัชรี เป็นรักษาการฯ ที่น่ารักสำหรับพี่ๆในสำนักงานภาคทุกคน เพราะเธอเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน มือไม้อ่อน เสมอต้นเสมอปลาย ยกมือไหว้พี่ๆในที่ทำงานทุกเช้าที่เข้ามาทำงาน เธอต้องดูแลเจ้าหน้าที่ใต้บังคับบัญชาถึง 49 ชีวิต โดยยึดหลัก ทำความเข้าใจกัน หาเหตุผลที่ลงตัว หาความเป็นกลางให้ทุกฝ่าย

การทำงานใกล้ชิดกับโรคเลือด เธอไม่เคยรังเกียจหรือหวั่นกลัว เพราะได้รับการอบรมสั่งสอนให้รู้จักวิธีป้องกันตัว โดยอุปกรณ์ต่างๆ และบ่มฝังนิสัย ให้เป็นคนรักสะอาด    ล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังปฏิบัติงาน

ประสบการณ์ดีๆที่เธอได้รับจากการทำงานคือ ในปี 2555 เธอได้เรียนต่อในระดับปริญญาโท ที่คณะเทคนิคการแพทย์ มช. แล้วมีโอกาสได้ศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 3 เดือน

เห็นเธอยุ่งกับงานทั้งวันอย่างนี้ หลายคนไม่เคยทราบว่า เธอ มีความสามารถในการแข่งขันปิงปอง แม้ว่าจะไม่ถึงขั้นนักกีฬาระดับจังหวัด แต่ในระดับโรงเรียน ผ่านเธอยากก็แล้วกัน.

มานพ วรรณวงค์ สัมภาษณ์