หน้าหลัก » ข่าวสังคม

คณะรัฐมนตรีงานชลประทานโลกครั้งที่ 2 ชื่นชมพระอัจฉริยภาพในหลวง ร.9

Author by 9/11/16No Comments »

2          คณะรัฐมนตรีงานชลประทานโลกครั้งที่ 2 เยี่ยมชมและศึกษาดูงาน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต่างชื่นชมพระอัจฉริยภาพในหลวง .9 ขณะที่เวทีประชุมอยากให้ไทยเป็นแกนนำด้านชลประทานอาเซียน

เมื่อวันที่ 9 พ.ย.59   นายสุรัช ธนูศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่เปิดเผยว่า จากเวทีการประชุมชลประทานโลกครั้งที่ 2 ที่จังหวัดเชียงใหม่ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ทางคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงของนานาประเทศที่มาประชุมชลประทานโลกครั้งนี้ต่างแสดงความชื่นชมในพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมิน ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ของไทยเป็นอย่างมากระหว่างที่ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานในโครงการฯ แต่ละประเทศต่างประทับใจในต้นแบบองค์ความรู้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ด้านองค์ความรู้ในการบริหารจัดการน้ำ ทรัพยากรป่าไม้ ดินและการส่งเสริมอาชีพที่ส่งผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ซึ่งจากการลงพื้นที่ศึกษาดูงานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ ในจุดต่างๆ ทุกฝ่ายก็ประจักษ์ชัดถึงองค์ความรู้ที่อยู่ใกล้ชิดและจับต้องได้ไม่มีความซับซ้อน เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ทุกคนมาเรียนรู้ก็สามารถเอาไปปฏิบัติได้จริงตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ และศูนย์ฯดังกล่าวก็เปิดให้ประชาชนมาศึกษาเยี่ยมชมทุกวันเวลาราชการ และทุกปีก็จะจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯให้ประชาชนจากทั่วทุกภาคมาเยี่ยมชมศึกษาองค์ความรู้ต่างๆด้วย โดยหลายประเทศได้นำไปเป็นแนวทางการพัฒนาในประเทศต่อไป            สำหรับการประชุมครั้งนี้การประชุมร่วมกันของรัฐมนตรีจาก 8 ประเทศ คือภูฏาน กัมพูชา จีน เอธิโอเปีย อินโดนีเซีย ลาว เนปาล และไทย ที่ได้ร่วมหารือการปฏิรูปชนบทผ่านการบริหารจัดการน้ำ และการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า ประชากรมากกว่าร้อยละ 75 อาศัยอยู่ในชนบท และมีวิถีชีวิตอยู่กับการเกษตรเป็นหลัก มีรายได้น้อย หากมีระบบการชลประทานที่มีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้การเกษตรสามารถสร้างความยั่งยืนด้านอาหาร และขจัดความยากจนในชนบท โดยจะมีการยกระดับเครือข่ายและเชื่อมโยงการพัฒนาชนบทควบคู่กับการพัฒนาเมือง ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มทำการเกษตร ในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ขณะที่คณะกรรมการด้านการชลประทานและการระบายน้ำ หรือ ICID มีมติร่วมกันว่า จะมีการจัดตั้งคณะให้คำปรึกษาระดับสูงจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เรื่องความร่วมมือเพื่อการชลประทานเพื่อการเกษตร โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติที่ช่วยเหลือ   ในการพัฒนาการใช้น้ำเพื่อการเกษตร   โดยเฉพาะในพื้นที่ชลประทานที่มีความขัดแย้งเพิ่มขึ้น หรือความพึ่งพาได้ของแหล่งน้ำต้นทุนมีความอ่อนแอลง รวมถึงพร้อมสนับสนุนประเทศสมาชิกในการดำเนินการด้านกระบวนการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยอาศัยความร่วมมือที่มีอยู่ในปัจจุบันและจะเพิ่มขึ้นในอนาคต และสนับสนุนระบบขององค์การสหประชาชาติในการติดตามความคืบหน้าต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ขณะที่นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า ประเทศ สปป.ลาว ได้เสนอให้ประเทศไทย เป็น Leader ในเรื่องของการชลประทานแถบอาเซียนใน 10 ประเทศนี้ ซึ่งประเทศไทยก็ตอบรับว่ายินดี อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับว่าอีก 9 ประเทศที่เป็นสมาชิก จะมีความเห็นเป็นอย่างไร ประเทศไทยเราก็พร้อม ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าระบบการชลประทานของประเทศไทย ก็อยู่ในแนวหน้าของหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะในแถบอาเซียนนี้ เพราะว่าประเทศไทยติด 1 ใน 10 ที่มีพื้นที่ชลประทานมากของโลก ก็ถือว่ามีศักยภาพในการที่จะส่งเสริมสนับสนุนในภาคการผลิต ภาคการเกษตร สิ่งหนึ่งที่น่ายินดีคือทุกประเทศที่ร่วมประชุม ต่างชื่นชมในพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากการศึกษาโครงการตามพระราชดำริ ที่มุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรน้ำและพัฒนาการเกษตร ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ราษฎร อันเป็นแบบอย่างสำคัญ ที่ประเทศซึ่งประสบปัญหาคล้ายคลึงกัน จะนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อลดปัญหาความยากจนและความหิวโหยได้อย่างยั่งยืน