หน้าหลัก » ข่าวสังคม

งานเชิดชูพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ทรงมีคุณูปการยิ่งต่อดินแดนล้านนา

Author by 12/12/14No Comments »

10846513_1760455517512138_373209319606742902_n            เมื่อค่ำวันที่ 8 ธันวาคม 2557 ที่พระตำหนักดาราภิรมย์ อ.แม่ริม จเชียงใหม่ ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เป็นประธานเปิดนิทรรศการเรื่อง 80 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ณ อาคารรัศมีทัศนา เนื่องในวันพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ประจำปี 2557 พร้อมงานเลี้ยงรับรองแบบกาดหมั้วกาดเมือง และเช้าวันที่ 9 ธันวาคม จัดพิธีบวงสรวงถวายสักการะพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่ริม กองบัญชาการ ตชด. สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯภาคเหนือ สถาบันการศึกษา องค์กรต่างๆ จัดขึ้นเพื่อเชิดชูพระเกียรติพระราชชายาเจ้าดารารัศมีขัตติยนารีผู้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการอันเป็นคุณูปการต่อดินแดนล้านนา

สายวันเดียวกัน นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานวันพระราชชายาฯ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานและองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะเป็นจำนวนมาก ภายในงานมีกิจกรรมสืบสานประเพณีของดีเมืองแม่ริม การแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ถวายโดยกลุ่มศิลปินจากชมรม สถานศึกษาองค์กรต่าง ๆ กิจกรรมกาดหมั้ว การละเล่นพื้นบ้าน การแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา มีผู้เข้าร่วมชมงานจำนวนมากตลอดทั้งวัน รวมทั้งได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ด้วยความสนใจเป็นอย่างยิ่ง (พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ จุฬาฯ เปิดทำการทุกวันยกเว้นวันจันทร์ เวลา 09.00-17.00 น. สอบถามรายละเอียดที่ โทร/โทรสาร 053-299175)

พระราชชายารัศมี ทรงเป็นพระราชธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงเชียงใหม่ องค์ที่ 7 และทรงเป็นพระราชชายาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดปรานมากพระองค์หนึ่ง เพราะพระองค์เป็นผู้ทรงพระอัธยาศัยงดงาม และเป็นผู้เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพระบรมราชวงศ์จักรีกับดินแดนล้านนา แต่หลังจากที่สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต พระราชชายาเจ้าดารารัศมีก็ทรงย้ายกลับมาประทับที่นครเชียงใหม่ และทรงสร้างพระตำหนักดาราภิรมย์ขึ้น โดยทรงใช้พระตำหนักหลังนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทั้งในด้านการเกษตรและศิลปวัฒนธรรม เช่นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทรงฟื้นฟูศิลปหัตถกรรมล้านนาให้เป็นที่หน้าเชิดชูตาของชาวเหนือ และยังมีการสร้างสวนเพื่อทดลองนำกุหลาบที่ได้จากสมาคมกุหลาบแห่งอังกฤษมาปลูกไว้ ซึ่งสวนนี้มีชื่อว่า    ”สวนสบาย” และพันธุ์กุหลาบที่พระองค์ทรงโปรดมากที่สุดเป็นกุหลาบสีชมพู กลิ่นหอมเย็นจึงทรงตั้งชื่อกุหลาบชนิดนี้ว่า “จุฬาลงกรณ์” เพื่อถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่พระบรมราชสวามี