หน้าหลัก » ข่าวสังคม

ชม.ยอดตายครึ่งร้อย สถิติอุบัตเหตุต่อเดือน

Author by 11/10/16No Comments »

   3             บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดประชุมโครงการเวทีถนนปลอดภัยเชียงใหม่ ระดมแนวบริหารจัดการอุบัติเหตุทางถนนเพื่อทำแก้ไขปัญหาปีงบ 60 ระบุสถิติปัญหาเพิ่มทุกปีต้องเสี่ยง ดูแลเพิ่มไม่น้อยกว่า 20% จยย.เปิดเหตุกว่า 90% เชียงใหม่มีตายเดือนละ 40-50 รายสูงอย่างน่าวิตก คาดมาตรการเข้มทางกฎหมายที่ใกล้คลอดจะช่วยลดสถิติได้มาก

เมื่อวันที่ 11 ต.ค.  ที่โรงแรมดิเอ็มเพรส จ.เชียงใหม่ นายธนา นวลปลอด หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์ และการจัดการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการประชุมโครงการ เวทีถนนปลอดภัยจังหวัดเชียงใหม่ ในการระดมแนวทางดำเนินการบริหารจัดการอุบัติเหตุทางถนนเพื่อทำแผน/โครงการแก้ไขปัญหาประจำปีงบประมาณ 2560 โดยมีภาคีเครือข่ายจากหน่วยงานต่างๆกว่า 10 หน่วยงานทั้งสำนักงานป้องกันและ บรรเทาสาธารภัยจังหวัด , ตำรวจภูธรจังหวัด , สาธารณสุขจังหวัด , ขนส่งจังหวัด , แขวงการทางจังหวัด , ทางหลวงชนบทจังหวัด , ประชาสัมพันธ์จังหวัด , มูลนิธิ/สพฉ.ในพื้นที่จังหวัด , องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ เทศบาล/องค์การบริหารส่วนตำบล , บริษัทกลางฯ ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ

นายบรรลือ พักนา ผู้จัดการสาขาอาวุโส บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สาขาเชียงใหม่ กล่าวรายงานว่า การประชุมครังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ เป็นการจัดประชุมตามที่ทาง รัฐบาลประกาศให้การป้องกันอุบัติเหตุทางถนนเป็น “วาระแห่งชาติ” (มติ ครม. 29 มิ.ย.53) และมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน มีเป้าหมายตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน เป็นกรอบวางทิศทางและกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยทาง ถนนของประเทศไทย เรียกว่า “มาตรการ 3 ม. 2 ข. 1 ร.” และกำหนดยุทธศาสตร์การทำงานไว้ 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการบังคับใช้กฎหมาย , ด้านวิศวกรรม , ด้านการให้ความรู้การประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม , ด้านการบริการแพทย์ฉุกเฉิน และด้านการประเมินผล   เป็นการสรุปสถานการณ์ที่ผ่านมานำไปสู่การกำหนดแผนทำงานระยะต่อไป    ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ในสถานการณ์ปัจจุบันการรณรงค์ลดอุบัติเหตุนับว่าเป็นแผนแม่บทของชาติ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้ปี 2554 – 2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน มีเป้าหมายลดอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้ต่ำกว่า 10 คน ต่อประชากรแสนคนในปี 2563 ครม.ได้รับรองข้อเสนอของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนที่กำหนดให้ประเทศไทยมีแผนการดำเนินงาน “ทศวรรษการปฏิบัติการเพื่อความปลอดภัยทางถนน” ตามแนวทางขององค์การสหประชาชาติ มากำหนดเป็นมาตรการหลัก 8 ประการ ประกอบด้วย ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย , ลดพฤติกรรมเสี่ยงจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่ยานพาหนะ , ปรับพฤติกรรมของผู้ขับขี่ยานพาหนะให้ใช้ความเร็วตามที่กำหนด , แก้ไขปัญหาจุดเสี่ยง จุดอันตราย , ยกระดับมาตรฐานยานพาหนะให้ปลอดภัย , พัฒนาสมรรถนะของผู้ขับขี่ยานพาหนะ , พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน และ พัฒนาระบบการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนนของประเทศให้มีความเข้มแข็ง

ทางด้าน นายธานินทร์ วงศ์รักไทย ผู้จัดการภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่) บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เปิดเผยว่า การจัดประชุมในวันนี้เป็นการสรุปผลการดำเนินงานจากทั้ง 10 องค์กร ที่ได้มีการดำเนินงานจากปีที่แล้ว และวางแผนการดำเนินการต่อในปี 2560 ให้สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดและรัฐบาลที่กำลังปรับปรุงเห็นความสำคัญต่อการสูญเสียนี้มาก ซึ่งทางบริษัทกลางฯ เป็นบริษัทที่มีการจัดจั้งตามกฎหมาย มีหน้าที่รับจ่ายแทนทุกบริษัทประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครอง ดังนั้นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นร้อยละ 90 หรือส่วนใหญ่เป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากรถจักรยานยนต์ทั้งหมด ซึ่งสิ่งที่มองคือเรื่องของการสวมใส่หมวกนิรภัยและมีโครงการร่วมกับทางจังหวัดในการที่จะรณรงค์และนำหมวกนิรภัยมาจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน และมีการดำเนินการกิจกรรมร่วมกับกลุ่มนักเรียน ส่วนในกลุ่มของวัยทำงานก็ได้มีมาตรการองค์กรความปลอดภัยทางถนนที่ประสานงานกับทางองค์กรอยู่ ทั้งนี้บริษัทกลางฯ นั้นรับประกันภัยเฉพาะรถจักรยานยนต์ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการปรับเพิ่มความคุ้มครองกรณีมีบุคคลเสียชีวิต หรือความสูญเสียจากการใช้รถใช้ถนนเป็น 300,000 บาท ดังนั้นอัตราส่วนระหว่างเบี้ยรับกับสิ่งที่ทางบริษัทจ่ายไปมันไม่เท่าเทียมกันอยู่แล้ว และสิ่งหนึ่งที่ทำได้คือ  เรื่องของการควบคุมความปลอดภัย รวมทั้งอยากประชาสัมพันธ์ให้ทางผู้ใช้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนท้องถนน ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีจำนวนมากที่ไม่ได้มีการจัดทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุมครองผู้ใช้รถ และผู้ประสบภัยเหล่านี้เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วจะไม่สามารถใช้สิทธิ์บัตรทองในการรักษาได้ และทางโรงพยาบาลจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายทันที แต่หากเป็นรถที่มีการจัดทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุมครองผู้ใช้รถ ทางบริษัทกลางฯ ได้มีการประสานงานกับโรงพยาบาลทั่วประเทศจะจ่ายแทนผู้ประสบภัย เช่น 30,000 บาท แรกทางผู้ประสบภัยไม่ต้องสำรองจ่ายและใช้ระบบในการเบิกจ่ายที่เรียกว่า”อิเล็กทรอนิกส์ เคลม” และอยากประชาสัมพันธ์ด้วยว่า ก่อนจะใช้รถใช้ถนนควรมีการตรวจสอบความปลอดภัยว่ารถตนเองนั้นได้มีการจัดทำประกันภัยไว้หรือไม่เพื่อลดอัตราความเสี่ยงและความสูญเสียให้น้อยลง

ขณะที่นายธนา นวลปลอด หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางดเข้ามาเป็นจำนวนมาก ตลอดจนเป็นศูนย์กลางใหญ่ของภาคเหนือตอนบน ทำให้การใช้รถใช้ถนนนั้นค่อนข้างหนาแน่นและมีจำนวนมาก ซึ่งจากการดำเนินการของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหัวหน้าศูนย์ฯ ก็ได้มีการสั่งการดำเนินงานทางยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่สำคัญทั้งในช่วงเทศกาล หรือในช่วงปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของมาตรการความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนใหญ่มาจากรถจักรยานยนต์เป็นหลักสูงถึงประมาณกว่าร้อยละ 90  และจากการสำรวจพบว่า ในแต่ละเดือน จังหวัดเชียงใหม่มีความสูญเสียจากอุบัติเหตุในการใช้รถใช้ถนน และรถจักรยานยนต์ค่อนข้างมาก คิดเป็นเฉลี่ยเสียชีวิตเดือนละ 40-50 ราย ซึ่งนับว่าเป็นอัตราค่อนข้างสูงมาก ทางจังหวัดจึงได้มีการเน้นย้ำนโยบาย และมาตรการเป็นหลักไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการใช้รถใช้ถนน ในส่วนของผู้ใช้ และเรื่องของเส้นทาง

นอกจากนี้จากการประเมินและการรวบรวมสถิติรวมทั้งข้อมูลต่างๆ จะเห็นได้ว่า เรื่องของพฤติกรรมของผู้ขับขี่ถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ความเร็ว เรื่องของการไม่สวมใส่หมวกนิรภัย รวมไปถึงเรื่องของการขับขี่ยวดยานพาหนะในขณะที่มึนเมาสุรา เป็นต้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้จังหวัดเชียงใหม่มีสถิติการสูญเสียพุ่งสูง และจากการที่ทางจังหวัดได้ร่วมกับทางบริษัทกลางฯ จัดการหระชุมในวันนี้ก็จะเป็นการประเมินว่ามาตรการต่างๆ ที่ทางจังหวัดได้ออกไปหลายยุทธการด้วยกันนั้นจะสามารถสนองตอบในส่วนของจังหวัดได้มากน้อยแค่ไหน แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นที่น่ายินดีที่ทางคณะ กรรมการด้านความปลอดภัยทางถนนระดับชาติ โดยมีท่าน พลเอกประวิทย์ วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานที่ได้มีการเน้นย้ำมาตรการหลักๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของมาตรการเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายซึ่งเป็นมาตรการที่ให้ผลไวที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของใบขับขี่ และอัตราเพิ่มโทษต่างๆ ที่จะออกมาเป็นกฎหมายอย่างชัดเจนภายในไม่เกินปี 2560 ที่จะถึงนี้ และคาดว่าเมื่อกฎหมายต่างๆ เหล่านี้มีผลบังคับใช้แล้วจะทำให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุลดน้อยลง

ทั้งนี้ทางนายธนากล่าวอีกว่า สำหรับสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนของไทยเราทราบดีว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นตลอด เชียงใหม่เป็นเมืองใหญ่ปริมาณจราจรหนาแน่นโดยเฉพาะจักรยานยนต์และมีความเสี่ยงเกิดเหตุตลอด จึงไม่แปลกที่มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงจนน่าห่วง ส่วนทั่งประเทศปัจจุบันเฉลี่ยปีละประมาณ 14,000 ราย      สาเหตุหลักเกิดการจากไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร เป็นปัญหาที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันเพื่อหาแนวทางในการลดปัญหาดังกล่าวไม่เฉพาะในช่วงเทศกาลเท่านั้น เพราะการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนนต้องทำตลอดเวลา ส่วนมาตรการต่างๆ ที่ตำรวจได้เข้มงวดกวดขัน ต้องทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดภาวะหวาดระแวง เช่น การสวมใส่หมวกนิรภัยหรือคาดเข็มขัดนิรภัยของผู้ ขับขี่ส่วนใหญ่ ก็ทำเพราะกลัวการตรวจจับ ซึ่งก็เป็นวิธีที่ได้ผลดีมาก ลดการสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ชัดเจนที่สุด เราก็ต้องรณรงค์ย้ำกันต่อไปให้ใส่ ยิ่งตอนนี้รัฐบาลโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีดูแลเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงให้หามาตรการดูแลความเสียหายจนล่าสุดมีการปรับปรุงหลายอย่างให้เข้มงวดเช่น มาตรการทำใบขับขี่จองกรมการขนส่งทางบก การเพิ่มบังคับใช้กฎหมายกับการสวมหมวกนิรภัย คาดเข็มขัดทุกคนในรถ เด็กไม่มีใบอนุญาตขับผู้ปกครอง เจ้าของรถโดนด้วย การเข้มงวดมาตรการด้านกฏหมายเหล่านี้น่าจะช่วยลดอุบัติเหตุความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินได้มากปีงระมาณ 2560 นี้น่าจะมีผลบัวคับใช้พร้อมๆกันได้อย่างน้อยทันเทศกาลท่องเที่ยวนี้

ขณะเดียวกันที่ประชุมยังใช้ระบบฐานข้อมูลร่วมกันผ่านเว็ปไซต์ โดยที่ภาคเหนือตอนบนที่จังหวัดเชียงใหม่จะเป็นศูนย์ประสานสำคัญ เพื่อนำข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุของแต่ละจังหวัด จากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ www.thairsc.com มาวิเคราะห์ถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ โดยเชิญหน่วยงานภาคีทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างต่อเนื่อง.