หน้าหลัก » ข่าวสังคม

ประกวดแบบ “ข่วงหลวงเวียงแก้ว” คัดเหลือ 5 ทีมสถาปนิก มิ.ย.นี้รู้ผล

Author by 28/05/14No Comments »

thainews180          เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่ห้องประชุมหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ จัดเวทีให้สถาปนิก และกลุ่มนักศึกษาสถาปนิกผู้เข้าประกวดการออกแบบโครงสร้างการจัดสร้างข่วงหลวงเวียงแก้ว นำเสนอแนวคิดในการออกแบบผลงาน มีผู้เข้าร่วม 15 ทีม เสนอผลงานทีมละ 15 นาที พร้อมเปิดโอกาสให้มีการซักถามรายละเอียดต่างๆ ตามที่ จังหวัดเชียงใหม่แจ้งความประสงค์จะพัฒนาพื้นที่ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่เดิมให้เป็นพื้นที่ที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน พร้อมกับการนำผลการศึกษาทางประวัติศาสตร์โบราณคดีและข้อมูลที่ได้มาจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมาเป็นข้อมูลพื้นฐานก่อนดำเนินการสร้างข่วงหลวง เพื่อให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน แต่ในชั้นนี้เป็นการประกวดแบบที่เหมาะสมก่อน

รอง ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวหลังการร่วมประชุมคณะสงฆ์เรื่องการสร้างพุทธมณฑลที่วัดศรีโสดาฯ ถึงเรื่องดังกล่าวว่า ได้มอบให้กรรมการรับฟังผลงานที่เสนอ และตัดสินตามเกณฑ์โดยมีอาจารย์จุลทัศน์ กิติบุตร เป็นประธาน ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รูปแบบของข่วงหลวงเวียงแก้วที่ดีที่สุด โดยใช้งบประมาณยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด 6 แสนบาทดำเนินการ ส่วนโครงการสร้างจริง รัฐบาลให้งบประมาณเบื้องต้นมาแล้ว 150 ล้านบาท คาดว่าปลายปีนี้จะเห็นเป็นรูปเป็นร่าง

ขณะที่นางสุวารี วงค์กองแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาเมืองเทศบาลนครเชียงใหม่ กล่าวว่า การ ประกวดการออกแบบโครงสร้างการจัดสร้างข่วงหลวงเวียงแก้ว มีผู้สนใจเข้าร่วมประกวดแบบ 15 ผลงาน ซึ่งทั้งหมดได้จัดแสดงไว้ที่ห้องประชุมหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา ครั้งนี้มีการนำเสนอผลงานและมีการคัดเลือกให้เข้ารอบ 5 ผลงาน เพื่อให้เวลาพัฒนารายละเอียดและแก้ไขผลงานอีก 1 เดือน จากนั้น จะเปิดให้ประชาชนรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งประมาณวันที่ 20 มิถุนายน 2557 และจะประกาศผลผู้ชนะเลิศในวันที่ 8 กรกฎาคม 2557 เพื่อรับเงินรางวัล 300,000 บาท ซึ่งแบบที่ชนะเลิศจะนำไปใช้ในการก่อสร้างต่อไป ส่วนการขุดค้นหลักฐานทางประวัติศาสตร์บริเวณพื้นที่พัฒนา สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ หากขุดค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญจุดใดก็พร้อมจะปรับแบบก่อสร้าง โดยยึดความสำคัญของร่องรอย และหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นหลัก.