หน้าหลัก » ข่าวสังคม

พระพรหมบัณฑิตชี้งานฉลอง 30 ปี มจร.เชียงใหม่ต้องชูความโดดเด่น

Author by 30/12/14No Comments »

30 ปี มจร.     เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2557 ณ พระวิหารหลวง วัดสวนดอก พระอารามหลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) วิทยาเขตเชียงใหม่จัดงานฉลอง 30 ปีแห่งการสถาปนา มจร.วิทยาเขตเชียงใหม่เป็นวันสุดท้ายโดยเริ่มกิจกรรมมาตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม โดยภาคเช้า พระพรหมบัณฑิต ศ.ดร.. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และกรรมการมหาเถรสมาคม มาเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทอดผ้าป่ากองทุนพัฒนามหาวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ พร้อมกับมอบรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา และมหาวิทยาลัย ส่วนภาคบ่าย พระพรหมบัณฑิต ได้ปาฐกถาพิเศษ “30 ปี มหาจุฬาฯ จากล้านนาสู่       อาเซียน” พร้อมกับเป็นประธานปิดงาน ก่อนที่จะมีกิจกรรมคืนสู่เหย้าศิษย์เก่ามหาจุฬาฯที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์เชียงใหม่

อธิการบดี มจร. กล่าวถึงการเริ่มต้นของ มจร.วิทยาเขตเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2527 ว่ามีพระนิสิตเพียง 27 รูปเท่านั้น ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมากมาย โดยมีรองอธิการบดีฯประจำวิทยาเขตหลายรูปที่ผ่านมา จนถึงพระราชสิงหวรมุนีในขณะนี้ ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญหลายประการ ทั้งการจะย้ายสถานที่ตั้งมหาวิทยาลัยออกจากวัดสวนดอก การไปสร้างมหาวิทยาลัยใหม่บนที่ดิน 906 ไร่ที่ อ.ดอยสะเก็ด พื้นที่เดียวกับพุทธมณฑลจังหวัดเชียงใหม่ และการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ปาฐกถาตอนหนึ่ง พระพรหมบัณฑิต กล่าวว่าไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปีหน้านี้แล้ว มหาวิทยาลัยสงฆ์ก็ต้องปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง โดยต้องมีการวางแผน มีวิสัยทัศน์ ชูอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ที่โดดเด่น มีการวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อยของตนเอง และนำจุดเด่นมาเป็นจุดขาย ซึ่งจะต้องเข้าใจว่าอะไรคือโอกาส อะไรคืออุปสรรค อย่ายึดติดของเก่า อย่ามัวเมาของใหม่ วิทยาเขตเชียงใหม่มีพื้นที่ใหม่ตั้ง 900 กว่าไร่ มากกว่านครสวรรค์ 300 ไร่ พิษณุโลก 500 ไร่ เป็นปลาตัวเล็กมาอยู่ที่ใหญ่ๆ ต้องสร้างความยิ่งใหญ่ สมัยแรกเริ่ม มจร.วังน้อยมีเพียง 85 ไร่ปัจจุบันขยายได้เป็น 300 กว่าไร่ เหมือนกระทรวงต่างประเทศสมัยอยู่วังสราญรมย์แคบนิดเดียว แต่พอมาอยู่ถนนศรีอยุธยาเป็นตึกสูง จึงถือเป็นปฏิรูปเทสวาสะ และร่วมกันคิดว่าจะเติบโตอย่างไร โดยต้องมีมาสเตอร์แพลน มีวิสัยทัศน์ ทั้งนี้จะต้องรู้จักประหยัด และอยู่กับสิ่งแวดล้อมหรือป่าได้อย่างกลมกลืน จะเห็นว่าเดิมมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในวัดสวนดอกคับแคบลงแล้ว เมื่อมีพื้นที่ใหม่จำนวนมากจะเปลี่ยนความคับแคบให้เป็นโอกาสในการสร้างบ้านใหม่ให้ยิ่งใหญ่ได้อย่างไร โดยเฉพาะการชูความโดดเด่นออกมา แช่น การมีหลักสูตรพุทธศิลป์ หลักสูตรภาษาบาลี และหลักสูตรสำหรับชาวเขา เป็นต้น.