หน้าหลัก » ข่าวสังคม

มช.พัฒนาแหล่งเก็บน้ำแห่งใหม่ อ่างตาดชมพุรองรับวิกฤตแล้ง

Author by 19/01/16No Comments »

thainews180               ศ.คลินิค นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เปิดเผยว่า แผนการจัดการด้านนิเวศและการคมนาคมมุ่งมั่นพัฒนาด้านกายภาพและพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ได้คำนึงถึงบริบทของพื้นที่ การใช้ประโยชน์พื้นที่ และผู้ที่ต้องการใช้พื้นที่ ซึ่งปัจจุบันประชากรของ มช.มีเพิ่มมากขึ้น ทั้งนักศึกษา บุคลากร และนักท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ด้านการจัดการ และการบำรุงรักษาระบบสาธารณูปการ และจากการทำผังแม่บทในปี พ.ศ. 2555 ส่งผลให้มหาวิทยาลัยมีนโยบายการพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืน เขียว และสะอาด (Green and Clean Sustainability University) มีกลยุทธ์สำคัญคือ การพัฒนาพื้นที่  ซึ่งในการปรับปรุงพื้นที่ นั้น มีการพัฒนาอ่างเก็บน้ำบริเวณตาดชมพูให้เป็นแหล่งสำรองน้ำเพิ่มเติมจากอ่างแก้ว

อ่างแก้ว เป็นแหล่งเก็บกักน้ำธรรมชาติสำคัญ ที่มีความจุ 300,000 ลูกบาศก์เมตร ของ มช.มาตั้งแต่การก่อตั้ง ภายใต้นโยบายพึ่งพาตนเอง โดยการผลิตน้ำประปา 6,000 ลูกบาศก์เมตร แก่หน่วยงานผู้ใช้น้ำภายในมหาวิทยาลัย ปัจจุบันปริมาณการใช้น้ำประปาเพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรของมหาวิทยาลัย จึงมีการบริหารจัดการการใช้น้ำ ให้เกิดความคุ้มค่ามาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการติดตามการใช้น้ำของทุกส่วนงาน ออกประกาศ ขอความร่วมมือและสั่งการให้ส่วนงานบริหารจัดการใช้น้ำอย่างประหยัด ซ่อมแซมระบบท่อประปาจ่ายน้ำ สำรองแหล่งน้ำประปาและแหล่งน้ำดิบขนาดเล็ก ปิดระบบน้ำประปาบางเวลาในฤดูแล้ง รวมถึงเตรียมระบบท่อน้ำต่อเข้าระบบประปาของการประปาส่วนภูมิภาคและแหล่งน้ำสำรองของภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม การที่มหาวิทยาลัย ต้องปฏิบัติตามนโยบายของภาครัฐ การเลื่อนกำหนดการเปิดภาคการศึกษาให้พ้องกันกับประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน ทำให้การปฏิบัติภารกิจการเรียนการสอน ที่ต้องมีการใช้น้ำจากส่วนงาน และหอพักนักศึกษาเพิ่มมากขึ้นในฤดูแล้ง  ซึ่งเป็นช่วงที่ขาดฝน อันเป็นแหล่งน้ำต้นทุนของระบบน้ำดิบที่ใช้  ซึ่งหากไม่มีฝนติดต่อกันเกิน 50 วัน จะทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินที่มหาวิทยาลัยขาดน้ำประปาขึ้นได้ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงต้องพัฒนาแหล่งน้ำดิบธรรมชาติเพิ่มเติม โดยการพัฒนาอ่างตาดชมพูที่อยู่เหนืออ่างแก้วโดยออกแบบให้จุน้ำได้อีก 100,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อใช้ผลิตประปาในมช.ต่อไป.