หน้าหลัก » ข่าวสังคม

สำนักพิมพ์ มช.เปิดตัวหนังสือ “นครเชียงตุง”รายได้ให้สายใจไทย

Author by 29/07/15No Comments »

qlplqwa7 copy    ในการเปิดตัวหนังสือ “นครเชียงตุง” ผลงานการประพันธ์ของอาจารย์ไพศาล จั่วทอง อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี ศ.เกียรติคุณ น.พ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และ นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธาน ร่วมกับท่านผู้หญิงอิศรา บุรณศิริ ผู้จัดการมูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีท่านผู้หญิงพึงใจ สินธวานนท์ นายพิษณุ สุวรรณชล เอกอัครราชทูตไทยประจำร่างกุ้ง และคณาจารย์อีกหลายคนร่วมพิธีแถลงข่าวที่หอศิลปวัฒนธรรม มช.เมื่อเร็ว ๆ นี้   ซึ่งตีพิมพ์และจัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในราคาเล่มละ 350 บาทนั้น ศ.เกียรติคุณ น.พ.เกษม วัฒนชัย กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีที่มีหนังสือดี ๆ และที่สำคัญคือ รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่าย จะไม่หักค่าใช้จ่าย (ราคาเล่มละ 350 บาท) โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะนำสมทบทุนมูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

หนังสือ “นครเชียงตุง” เป็นบันทึกเรื่องราวที่มีคุณค่าผ่านถ้อยคำที่เรียงร้อยจากผลงานของอาจารย์ไพศาล จั่วทอง แม้จะเป็นอาจารย์ด้านวิศวกรรมศาสตร์ แต่เป็นผู้มีผลงานเขียน และสืบค้นเรื่องประเพณีวัฒนธรรม โดยเฉพาะมีความรู้ความเข้าใจเรื่องราวเมืองเชียงตุงดีมาก โดยการได้เข้าสัมภาษณ์เจ้านางสุคันธา ราชธิดาเจ้าฟ้าหลวง นครเชียงตุง เมื่อปี 2538 ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 85 ปี อาจารย์ไพศาลได้เก็บข้อมูล พร้อมภาพถ่ายสมัยที่เชียงตุงยังมีผู้ปกครองเป็นเจ้าพ่อหลวง และอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ จากนั้นนำมาถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของผู้เล่า บันทึกเป็นหนังสือเล่มนี้ตลอดเวลา 20 ปี นับเป็นหนังสือบันทึกประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่ายิ่ง

คำนิยมในหนังสือดังกล่าว พล.อ.อ.กำธน สินธวานนท์ รองประธานมูลนิธิสายใจไทยฯ เขียนตอนหนึ่งว่า “งานเขียน นครเชียงตุง ของอาจารย์ไพศาล เป็นการเรียบเรียงเรื่องราวพร้อมภาพถ่ายในสมัยที่เชียงตุงยังมีผู้ปกครองเป็นเจ้าพ่อหลวง และอยู่ใต้การปกครองของอังกฤษ ประมาณร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยถ่ายทอดจากคำบอกเล่าอันเป็นประสบการณ์จริง ทำให้ผู้อ่านได้เรียนรู้ลักษณะการปกครอง ขนบธรรมเนียม วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างเผ่าไทต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง และมีส่วนเชื่อมโยงกับดินแดนไทยเราในสมัยนั้นด้วย ผมจึงชื่นชมว่า งานเขียนนี้ จะช่วยให้เราได้รู้จักดินแดนเพื่อนบ้านเราได้ดียิ่งขึ้น และจะเป็นฐานให้มีการขยายการศึกษาให้กว้างขวางต่อไป”