หน้าหลัก » ข่าวสังคม

เอไอเอส จัดกิจกรรม ยิ้มหวานวันเด็ก ครั้งที่ 17 มอบของขวัญกว่า 1 แสนชิ้นให้เด็กๆทั่วประเทศ

Author by 15/01/16No Comments »

เอไอเอส 1     เมื่อวันที่ 9 มกราคม  2559 โครงการสานรัก สนับสนุนสถาบันครอบครัว จัดกิจกรรม “เอไอเอสยิ้มหวานวันเด็ก” ครั้งที่ 17 ตอน “ครอบครัวมาก่อน” ให้เด็กๆทุกกลุ่ม ได้ร่วมสานรักกับครอบครัว พร้อมเสริมสร้างจินตนาการ ผ่านกิจกรรมและเกมส์ต่างๆมากมาย

นายดุลยเดช ชินวัตร ผู้ช่วยกรรม การผู้อำนวยการ ส่วนงานปฏิบัติการภูมิภาค -ภาคเหนือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “การสร้างเยาวชนให้เป็นคนดีในสังคม  เพื่อนำไปสู่ความแข็งแรงของประเทศนั้น มีจุดเริ่มต้นมาจากสถาบันครอบครัวที่แข็งแรงและมั่นคง ดังนั้นที่ผ่านมา โครงการสานรัก สนับสนุนสถาบันครอบครัวจากเอไอเอส จึงให้ความสำคัญและจัดกิจกรรมในหลากหลายรูปแบบ เพื่อเป็นสื่อกลางให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของครอบครัว รวมทั้งส่งเสริมความรัก ความผูกพันในครอบครัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ ซึ่งวันเด็กก็นับเป็นวันสำคัญวันหนึ่ง  ที่   เอไอเอสได้จัดกิจกรรมพิเศษให้เด็กๆทุกกลุ่ม ทุกภาคทั่วประเทศในชื่องาน “เอไอเอสยิ้มหวานวันเด็ก” โดยเน้นการส่งเสริมและสานรักความผูกพันในครอบครัว พร้อมเสริมสร้างจินตนาการผ่านกิจกรรมและเกมส์ต่างๆ พร้อมสอดแทรกการแสดงของเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน

โดยในปีนี้ เอไอเอส ภาคเหนือ ได้จัดกิจกรรม เอไอเอสยิ้มหวานวันเด็ก ในหลายพื้นที่ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ , จังหวัดพิษณุโลก ที่กองบิน 46, จังหวัดนครสวรรรค์ ที่The Walk Plaza, จังหวัดตาก อ.แม่สอดที่โรงเรียนดอนแก้ว , โรงเรียนสันถวไมตรีศึกษา และที่ค่ายตำรวจตระเวนชายแดนที่ 34   จังหวัดเชียงราย อ.แม่สลองที่โรงเรียนสันติคีรีจังหวัดเพชรบูรณ์ อ.หล่มสัก ที่ อบต.บ้านติ้ว และ อบต.บ้านกลาง นอกจากนี้ เรายังได้มอบของขวัญให้แก่เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายทั่วภาคเหนือ อาทิเช่น โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือ, โรงเรียนศรีสังวาลย์ จ. เชียงใหม่ , โรงเรียนสอนคนตาบอดสันติจินตนา จ.แพร่ และมูลนิธิดวงตา จ.ลำปางอีกด้วย

“เอไอเอส มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคมไทย ด้วยการสนับสนุนและส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้รับโอกาสทางสังคมอย่างเท่าเทียมกัน เพราะเราเชื่อว่าเยาวชนในวันนี้ จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของสังคม ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นรากฐานเพื่อพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคงสืบไปในอนาคต”  นาย ดุลยเดช กล่าวสรุป.