หน้าหลัก » ข่าวสิ่งแวดล้อม - พลังงาน

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลศึกษาน้ำพุร้อน หวังเป็นอีกหนึ่งแหล่งพลังงานทดแทน

Author by 1/07/14No Comments »

220px-น้ำพุร้อนฝาง          เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2557 ที่โรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท เชียงใหม่ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จัดการสัมมนาโครงการศึกษาและสำรวจแหล่งน้ำพุร้อนเพื่อส่งเสริมการผลิตพลังงานความร้อนใต้ภพและอุตสาหกรรมท้องถิ่น โดยมีนายสุพจน์ เจิมสวัสดิพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นปรานเปิดงาน โดยกล่าวว่า สืบเนื่องจากปัจจุบันความต้องการใช้พลังงานมีเพิ่มมากขึ้น แต่แหล่งพลังงานที่มีอยู่กลับลดลง อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงสถาพภูมิอากาศ  ปัญหามลพิษที่ก่อนให้เกิดสภาวะโลกร้อนเริ่มทวีคามรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้หลายประเทศมีการวิจัยเพื่อหาพลังงานทดแทนจากธรรมชาติ อย่าง พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานคลื่น พลังงานน้ำ และพลังงานความร้อนใต้พิภพ  ที่สามารถพัฒนามาใช้ทดแทนได้

ในประเทศไทยมีน้ำบาดาลร้อน หรือแหล่งน้ำพุร้อนกระจายอยู่  112 แห่งทั่วประเทศ จัดเป็นแหล่งพลังงานทดแทนที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพื่อส่งเสริมการผลิตพลังงานความร้อนใต้พิภพและอุตสาหกรรมท้องถิ่น จึงได้จัดการสัมมนาครั้งนี้ เพื่อศึกษาและสำรวจน้ำบาดาลในระดับลึกที่มีอุณหภูมิสูง รวมถึงแนวทางการพัฒนาแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพสู่อุตสาหกรรมท้องถิ่น จากการสำรวจแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพในจังหวัดเชียงใหม่ มีน้ำพุร้อนฝาง อ.ฝาง, น้ำพุร้อนโป่งเดือด-ป่าแป๋ อ.แม่แตง, น้ำพุร้อนเทพนม อ.แม่แจ่ม และน้ำพุร้อนสันกำแพง อ.แม่ออน ได้เข้าไปสำรวจในระดับลึกถึงแรงดัน และอุณหภูมิความร้อน  เพื่อคาดว่าจะนำไปจัดทำเป็นโรงอบความร้อน สนับสนุนอุตสากรรมท้องถิ่นในการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร โรงงานผลิตไฟฟ้า และเพื่อการท่องเที่ยว

สัมมนาครั้งนี้เป็นการระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานข้าราชการท้องถิ่น ภาคเอกชน และสื่อมวลชน  เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตการดำเนินงานโครงการให้ได้รับทราบ และเผยแพร่ข้อมูล ศึกยภาพของแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพของไทย และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นแก่ประชาชนในพื้นที่ เช่น การตัดถนนเข้าพื้นที่ หรือการขนย้ายเครื่องมือ พลังงานความร้อนใต้พิภพไม่ใช้เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย  เพราะเคยมีการทดลองผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนใต้พิภพแล้ว แต่การศึกษาต้องหยุดชะงักลง  ปัจจุบันองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านต่างๆ มีการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง  จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ประเทศไทยจะสามารถพัฒนาแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพ.