หน้าหลัก » ข่าวสิ่งแวดล้อม - พลังงาน

การอนุรักษ์พลังงานแบบมีส่วนร่วมในธุรกิจขนาดเล็ก

Author by 21/05/14No Comments »

พวกเราร่วมมือประหยัดพลังงาน     ในยุคข้าวยากหมากแพง การดำรงชีวิตของคนไทยที่ยังต้องพึ่งพิงพลังงานหลักของโลก ซึ่งก็คือพลังงานน้ำมันทำให้การใช้จ่ายด้านต่างๆ ในชีวิตประจำวันเพิ่มสูงตามไปด้วยเพราะน้ำมันเป็นพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อตัวเราโดยทางตรงเช่น การเดินทางในชีวิตประจำวัน และทางอ้อมเช่น ระบบการขนส่งที่มีผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยกับประชากรส่วนใหญ่ของประเทศที่ดำรง ชีวิตอยู่ในระบบทุนนิยม ดังนั้น การประหยัดและอนุรักษ์พลังงานหลักให้คงอยู่กับโลกไปให้นานที่สุดจึงเป็น เรื่องที่คนทุกคนควรร่วมมือกันกระทำ

ในประเทศไทยนั้นมีผู้ประกอบการ SMEs หรือผู้ที่ทำที่ทำธุรกิจแบบขนาดกลางและขนาดย่อมอยู่มากมาย ซึ่งก็ถือว่าเป็นกำลังหลักสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าได้เพราะธุรกิจแบบ SMEs มีความคล่องตัวในการปรับสภาพให้เข้ากับสถานการณ์ทั่วไปของประเทศ อีกทั้งยังเป็นวิสาหกิจที่ใช้เงินทุนในจำนวนที่ต่ำกว่าวิสาหกิจขนาดใหญ่  ธุรกิจแบบ SMEs มีผู้ประกอบการอยู่มากมาย ทั้งในส่วนที่เป็นนายจ้างและลูกจ้าง ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่การใช้พลังงานรูปแบบต่างๆ ในธุรกิจรูปแบบนี้จะต้องมีปริมาณที่มากมายมหาศาลอย่างแน่นอนหากคิดค่ามวลรวมจากธุรกิจรูปแบบนี้ทั่วประเทศ ดังนั้นแนวความคิดที่จะลดการใช้พลังงานในธุรกิจแบบ SMEs จึงเป็นเรื่องที่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องควรหันมาใส่ใจดูแลเริ่มจากผู้ประกอบการทั้งนายจ้างและลูกจ้างที่จะต้องตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ในสถานประกอบการในขั้นพื้นฐานด้วยตนเองก่อน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักร หรือเครื่องยนต์ว่ามีลักษณะการใช้พลังงานในรูปแบบใด และมีจำนวนมากน้อยเพียงใด

จากนั้น จึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไฟฟ้า และเครื่องจักร ตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีการใช้พลังงาน ทั้งในส่วนของการผลิต และกระบวนการผลิต เพื่อหาแนวทางในการลดการใช้พลังงาน เช่น ตรวจหาความชำรุด หรือเสียหาย เสื่อมประสิทธิภาพของอุปกรณ์ ซึ่งจะนำมาสู่การสิ้นเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ และจะทำให้ค่าใช้จ่ายภายในสถานประกอบการเพิ่มขึ้น  เครื่องปรับอากาศ และหลอดไฟ ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้กันมากในสถานประกอบการ ควรหมั่นดูแลรักษาและใช้พลังงานอย่างเหมาะสม เครื่องปรับอากาศก็ควรมีการล้างทุกปี และปรับอุณหภูมิให้เหมาะกับสภาพอากาศและเวลา ส่วนหลอดไฟควรทำการเปลี่ยนให้เป็นหลอดแบบประหยัดไฟ เพื่อลดค่าไฟในแต่ละเดือนและยังสามารถใช้งานได้นานโดยไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ

ส่วนอุปกรณ์ที่ชำรุดไม่มากนัก ก็ควรนำมาซ่อมแซมเพื่อกลับมาใช้ใหม่ ส่วนที่เป็นเครื่องจักรที่ใช้พลังงานน้ำมัน ก็ควรเปลี่ยนเป็นพลังงานในรูปแบบของไฟฟ้าหรือเป็นแก๊ส เช่น เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลก็เปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ที่ใช้ไฟฟ้าแทน ซึ่งจะทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

จะเห็นได้ว่า สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ถูกมองข้ามไป ก็ทำให้เกิดความสิ้นเปลืองอย่างมากมาย ดังนั้น หากเหล่าผู้ประกอบการ SMEs หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหันมาใส่ใจดูแลแหล่งพลังงานภายในสถานประกอบการเพื่อให้ก่อให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้พลังงาน ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในด้านของการอนุรักษ์พลังงาน และค่าใช้จ่ายที่ไม่สิ้นเปลืองที่เกิดจากการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและพอเพียง

หากท่านสนใจศึกษาข้อมูลความรู้การประหยัดพลังงาน และพลังงานทดแทนชนิดต่างๆ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.erdi.cmu.ac.th