หน้าหลัก » ข่าวสิ่งแวดล้อม - พลังงาน

ของเสียจากปาล์มน้ำมัน ปั่นไฟฟ้า ลดโลกร้อน

Author by 26/03/12No Comments »

ปาล์มน้ำมันถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของพี่น้องเกษตรกรชาวใต้อีกชนิดหนึ่ง รองลงมาจากต้นยางที่เรารู้จักกันดี ส่วนใหญ่ปาล์มน้ำมันจะถูกนำมาสกัดเป็นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์เพื่อใช้ในการปรุงอาหาร แต่จากสถานการณ์ราคาพลังงานพุ่งสูง น้ำมันปาล์มดิบจึงมีประโยชน์ด้านพลังงานเพิ่มอีกอย่างหนึ่ง คือถูกนำมาผลิตเป็นไบโอดีเซลหรือที่รู้จักในชื่อ B5 สำหรับใช้ในเครื่องยนต์ดีเซล

ในกระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มก่อให้เกิดของเสียจำนวนมาก ซึ่งเป็นที่มาของปัญหามลพิษทางน้ำและกลิ่น เนื่องจากของเสียดังกล่าวมีความสกปรกสูงและมีกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้านบริเวณโรงงาน ช่วงฤดูฝนหากฝนตกหนัก น้ำเสียจะเอ่อล้นออกจากบ่อเก็บของโรงงานไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติสร้างความเดือดร้อนต่อชาวบ้านเพิ่มขึ้น ดังนั้นแต่ละโรงงานจึงต้องหาวิธีจัดการน้ำเสียที่ไม่ส่งผลกระทบท่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

การนำน้ำเสียจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เพราะข้อดีของน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มคือมีค่าความสกปรกสูงและมีปริมาณมากในแต่ละวัน จึงมีความเหมาะสมในการนำมาผลิตพลังงานทดแทนในรูปแบบของก๊าซชีวภาพ โดยก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้จะถูกนำไปใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้ในโรงงานหรือเพื่อขายให้แก่การไฟฟ้าเพื่อเป็นรายได้ให้แก่โรงงานอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้กากตะกอนที่ได้จากระบบก๊าซชีวภาพนั้นยังสามารถนำมาตากแห้งเพื่อนำไปใช้เป็นปุ๋ยได้อีกด้วย ซึ่งการบำบัดน้ำเสียโดยระบบก๊าซชีวภาพลดค่าความสกปรกของน้ำลงกว่าร้อยละ 80 ลดปัญหาเรื่องกลิ่นรบกวนเพราะระบบก๊าซชีวภาพเป็นระบบปิด จึงไม่สามารถที่กลิ่นเหม็นจะเล็ดลอดออกไปสร้างปัญหาแก่ชุมชนได้ง่ายเหมือนแต่ก่อน ส่วนน้ำเสียที่ผ่านระบบระบบบำบัดจะมีคุณภาพดีพอที่จะนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ได้ต่อไป

บริษัท ตรังน้ำมันปาล์ม เป็นอีกหนึ่งโรงงานที่สกัดน้ำมันปาล์มมีกำลังการผลิต 45 ตันต่อชั่วโมงของการบีบผลปาล์มดิบ (FFB) มีน้ำเสียจากกระบวนการผลิตประมาณวันละ 500 ลบ.ม. ก่อนก่อสร้างระบบก๊าซชีวภาพโรงงานมีปัญหาเรื่องน้ำเสียส่งผลต่อชุมชนทำให้ประสบปัญหาถูกร้องเรียนอยู่บ่อยครั้ง แต่หลังจากก่อสร้างระบบก๊าซชีวภาพ น้ำเสียวันละ 12,000 ลบ.ม.จากการผลิตน้ำมันปาล์มได้ถูกนำไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าขนาด 2 MWh เพื่อขายให้แก่การไฟฟ้าสร้างรายได้ให้แก่โรงงานอีกทางหนึ่ง ได้ปุ๋ยชีวภาพจากกากที่เหลือจากระบบก๊าซชีวภาพอีกสัปดาห์ละ 5 – 8 ตัน ปัญหาเรื่องน้ำเสียที่เคยมีได้ถูกบรรเทาจนไม่ก่อปัญหาให้แก่โรงงานอีก นอกจากนี้ระบบก๊าซชีวภาพที่ได้ก่อสร้างนั้นยังมีส่วนช่วยลดปัญหาโลกร้อนและส่งผลให้โรงงานมีรายได้ส่วนหนึ่งจากโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย โดยประมาณการว่าในแต่ละปีโรงงานแห่งนี้สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้ไม่น้อยกว่า 30,000 ตัน

ที่สำคัญที่สุดเมื่อโรงงานสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้โดยต่างเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน การประกอบธุรกิจของโรงงานก็สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น โดยมีระบบก๊าซชีวภาพเป็นตัวกลางในการช่วยประสานและแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาทั้งทางสังคมและสิ่งแวดล้อม.