หน้าหลัก » ข่าวสิ่งแวดล้อม - พลังงาน

ชุมชนยิ้ม เซย์โน LPG มช. ชูวิจัยใช้ได้จริง ร่วมคืนความสุข ส่งก๊าซ CBG ให้ชุมชนแห่งแรก

Author by 15/08/14No Comments »

LOGO_ERDI-Nakornping(Eng)        สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันพลังงาน มช.) ร่วมสนองนโยบายคืนความสุขสู่ประชาชน จัดโครงการส่งมอบสถานีต้นแบบผลิตก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) ให้กับชุมชนบ้านโรงวัว .สันป่าตอง .เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2557 เวลา 09.30-12.00 .  เพื่อปูแนวทางพลังงานชุมชนเพื่อชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเน้นให้ชาวบ้านพึ่งพาตนเองในการร่วมกันดำเนินการบริหารจัดการพลังงานทดแทน นำร่องหมู่บ้านปลอด LPG แห่งแรกในประเทศไทย

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า เนื่องจากสถาบันฯได้คิดค้นวิจัยในการดำเนินการผลิตก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) ซึ่งเป็นก๊าซได้พัฒนานำก๊าซชีวภาพมาปรับปรุงคุณภาพ โดยการกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) และความชื้นออกจากก๊าซชีวภาพ เพื่อให้ได้ก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG)  ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าก๊าซ NGV (Natural Gas for Vehicles) สามารถนำไปใช้สำหรับยานยนต์ และนำไปบรรจุถังสำหรับใช้ในภาคครัวเรือน เพื่อทดแทนก๊าซหุงต้ม (LPG) ซึ่งกำลังประสบปัญหาด้านราคา และมีแนวโน้มจะขาดแคลนในอนาคต

โดยสถานีผลิตและจ่ายก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) ที่สถาบันฯจะส่งมอบให้กับชุมชนบ้านโรงวัว ตั้งอยู่ที่ บริษัท รวมพรมิตรฟาร์ม จำกัด หมู่บ้านโรงวัว อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่  เกิดจากความร่วมมือของสถาบันฯ กับ บริษัท รวมพรมิตรฟาร์ม จำกัด ผ่าน “โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตก๊าซชีวภาพจากพืชพลังงานเพื่อทดแทนก๊าซปิโตรเลียมเหลวในเชิงพาณิชย์” เพื่อศึกษาระบบผลิตก๊าซชีวภาพอัดสำหรับทดแทนก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยเล็งเห็นความสำคัญของการใช้พลังงานในชุมชน ที่ตั้งอยู่บริเวณรอบข้างบริษัทฯจึงได้ประสานงานกับผู้นำชุมชนบ้านโรงวัว ในการนำก๊าซ CBG ที่ได้ไปใช้ในภาคครัวเรือน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อก๊าซหุงต้ม (LPG) และนำไปสู่การใช้พลังงานอย่างพอเพียง สร้างความยั่งยืนในชุมชน ลดการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซ LPG จากต่างประเทศ

สำหรับสถานีผลิตและจ่ายก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) ที่ บริษัท รวมพรมิตรฟาร์ม จำกัด เป็นการนำก๊าซชีวภาพซึ่งเกิดจากมูลไก่ของฟาร์ม มาผ่านกระบวนการของเทคโนโลยี Water Scrubbing หรือแบบวิธีดูดซึมด้วยน้ำที่ความดัน 4 barg สามารถผลิต CBG ได้ถึง 420 กิโลกรัม/วัน หรือ 153,300 กิโลกรัม/ปี โดยมีราคาต้นทุน 12 บาทต่อกิโลกรัม สามารถมาทดแทนก๊าซหุงต้มได้ถึง 133,000 กิโลกรัม/ปี คิดเป็นมูลค่าถึง 3,308,000 บาท/ปี (คิดที่ราคา LPG 24.82 บาทต่อกิโลกรัม) และจากการทดสอบก๊าซ CBG พบว่ามีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับก๊าซ LPG สามารถใช้ทดแทนกันได้   ซึ่งปัจจุบันได้นำก๊าซชีวภาพไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าใช้ภายในฟาร์มได้ประมาณ 25,200 กิโลวัตต์/เดือน  คิดเป็นมูลค่า 100,800 บาท  และแจกจ่ายให้ชุมชนบ้านโรงวัวใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนก๊าซหุงต้ม (LPG) จำนวน 82 ครัวเรือน

จากผลการดำเนินการดังกล่าว ชาวบ้านจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์จากก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) จึงร่วมกันดำเนินการสานต่อโครงการฯ ดังกล่าวต่อจากสถาบันฯ โดยได้จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินการบริหารจัดการสถานีผลิตและจ่ายก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) โดยเรียนรู้ขั้นตอนและวิธีการจัดการบริหารทั้งกระบวนการ มีการกำหนดกฏระเบียบสำหรับผู้ใช้ก๊าซ มีทีมบริหารจัดการดูแลระบบ มีการจัดตั้งกองทุนบริหารก๊าซ CBG อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนับเป็นการก้าวสู่การเป็นชุมชนที่มีการจัดการ บริหารพลังงานทดแทนด้วยตนเองอย่างยั่งยืน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในสภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่มั่นคงในขณะนี้ ทำให้ชาวบ้านมีพลังงานทดแทนที่สะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมใช้ นำร่องเป็นหมู่บ้านปลอด LPG แห่งแรกของประเทศไทย นับเป็นการร่วมคืนความสุขสู่ประชาชนอย่างยั่งยืน รศ.ประเสริฐ กล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่ นางมัลลิกา ธรรมวงศ์ ชาวบ้านบ้านโรงวัว หมู่ 1 ต.น้ำบ่อหลวง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า  คุณภาพการใช้ก๊าซ CBG ไม่ต่างจากก๊าซ LPG แม้แต่น้อย เปลี่ยวไฟ ความแรงของก๊าซก็เท่าๆ กัน  ที่สำคัญช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า เพราะราคาถูกกว่าก๊าซ LPG ครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว  โดยค่าใช้จ่ายก๊าซ CBG ต่อ 1 ถังอยู่ที่ 120 บาท ส่วนก๊าซแอลพีจีอยู่ที่ถังละ 340 บาท ขณะนี้ หมู่บ้านได้ตั้งคณะกรรมการมาบริหารจัดการการใช้ก๊าซ CBG ทดแทนก๊าซ LPG ในหมู่บ้านโรงวัวประมาณ 25 คน ทำการจัดเก็บค่าก๊าซ  มีการเงิน บัญชีรับ-จ่าย  อาจมีค่าบำรุง ค่าเติมก๊าซ ค่าขนส่ง ซึ่งเงินที่เหลือเราก็จะนำเข้ากองทุนของหมู่บ้าน วันนี้พวกเราภูมิใจมาก ที่หมู่บ้านจะได้มีก๊าซที่เป็นพลังงานทดแทนใช้หมุนเวียนในหมู่บ้าน  ที่สำคัญเราจะจัดให้มีการถ่ายทอดความรู้ เพื่อเผยแพร่สู่ชุมชนอื่นๆ ต่อไปด้วย.