หน้าหลัก » ข่าวสิ่งแวดล้อม - พลังงาน

ทรัพยากรฯจังหวัดเชียงใหม่ห่วงปีนี้ หมอกควันจะวิกฤติหากยังเผารุนแรง

Author by 5/03/15No Comments »

PNOHT580203001022001      นายจงคล้าย วรพงศธร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2558 ถึงสถานการณ์ไฟป่า และหมอกควันในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์มาถึงต้นมีนาคมนี้ว่า มีแนวโน้มจะเกิดปัญหาหมอกควันรุนแรงยิ่งขึ้น หากบริเวณภาคเหนือในหลายจังหวัดยังมีกิจกรรมการเผา ทั้งการเผาป่า และเผาวัชพืชการเกษตร เพื่อเตรียมการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง โดยจังหวัดข้างเคียงพบจุด Hotspot มากสุด เช่น ลำปาง และแพร่ แล้วเคลื่อนเข้ามายังเชียงใหม่ ขณะที่ในพื้นที่เชียงใหม่ก็มีจุด Hotspot เกิดขึ้นหลายอำเภอ ส่วนหนึ่งทราบพิกัดแล้วสั่งการไปยังอำเภอให้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสกัดกั้นทันทีโดยใช้ภาพถ่ายทางดาวเทียมหาพิกัด ก่อนหน้านี้ได้มีโครงการชิงเผาก่อนแล้ว ทำให้ไฟป่าเกิดขึ้นลดลง เช่น อ.จอมทอง อย่างไรก็ตามสถานการณ์จากนี้ไป หากยังมีการเผาป่า และวัชพืชต่อเนื่อง ก็น่าเป็นห่วงจะเกิดวิกฤตหมอกควันรุนแรง รวมทั้งผลจากปรากฏการณ์เอญนิโญ่ด้วย

สำหรับในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ นายชาตรี เชื้อมโนชาญ รองนายกเทศมนตรีเปิดเผยว่า ได้ขอความร่วมมือไปยัง 83 ชุมชนทุกแขวงให้ประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย เตือนไม่ให้มีการเผาวัชพืชหรือก่อไฟที่ไม่จำเป็น เพราะทางจังหวัดเข้มงวดกวดขัน และหากมีการแจ้งเหตุลักลอบเผาขยะหรือวัชพืช เจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุมทันที ผู้แจ้งยังได้รับสินบนนำจับรายละ 5,000 บาทอีกด้วย นอกจากนั้น นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ได้ลงพื้นที่แจ้งให้ทุกชุมชนร่วมมือกันป้องกันปัญหานี้อย่างเข้มข้น รวมทั้งจัดส่งรถบรรทุกน้ำ ออกฉีดพ่นต้นไม้ และถนนสายต่าง ๆ เพื่อจะลดปริมาณฝุ่นละอองลงด้วย

จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศในตัวเมืองเชียงใหม่ วันที่ 3 มีนาคม 2558 พบว่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศหรือ PM10 ยังคงสูงและอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยการตรวจวัดของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณโรงเรียนยุพราช พบปริมาณฝุ่นละอองอยู่ที่ 177 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ วัดได้ 147 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แม้จะลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย แต่คุณภาพอากาศไม่ดีอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน และนักท่องเที่ยวได้.