หน้าหลัก » ข่าวสิ่งแวดล้อม - พลังงาน

มช.ส่งเสริม “ไบโอแก๊ส” ชุมชนต่อเนื่อง ช่วยลดมลพิษทางอากาศได้อย่างดี

Author by 20/04/13No Comments »

จะมีใครรู้บ้างไหมว่า  ยังมีชุมชนแห่งหนึ่งใน อ.เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีแนวคิดในการหันมาสร้าง “ระบบก๊าซชีวภาพ” เพื่อช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศ  ที่เกิดจากกลิ่นของมูลสุกรจำนวนมาก  ที่ปล่อยก๊าซมีเทนและคาร์บอนไดออกไซด์  ซึ่งเป็นแก๊สเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ

จากความกังวลใจของ ผู้ใหญ่บ้าน สมศักดิ์ ปวงลังกา เจ้าของฟาร์มสุกร  วัย 54 ปี  ใน อ.เชียงดาว ได้นำมาซึ่งรอยยิ้มให้กับชุมชน บ้านแม่อ้อใน  ต.แม่นะ  จ.เชียงใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนพื้นเมืองและชนเผ่าต่างๆ เช่น ชนเผ่าลีซอ ลาหู่ และไตใหญ่ จำนวนมากกว่า 347 หลังคาเรือน

ผู้ใหญ่บ้านสมศักดิ์  เป็นเจ้าของฟาร์มเลี้ยงสุกรเกือบพันตัว ท่ามกลางรายได้งดงาม เขาก็ต้องอดทนต่อเสียงต่อว่าของชาวบ้าน ที่มูลของสุกรส่งกลิ่นรบกวน ร่วมด้วยกองทัพแมลงวันอีกนับหมื่น     ปัญหากลิ่นรบกวนจากฟาร์มสุกร ทำให้ชาวบ้าน 150 ครัวเรือน  เข้าร้องเรียนกับ อบต. ให้ย้ายฟาร์มหมูออกจากพื้นที่

หลังจากหาทางออกอยู่นาน  ในที่สุด ผู้ใหญ่บ้านสมศักดิ์  ก็ได้ทางออก  เมื่อได้เดินทางไปร่วมงานสัมมนากับ สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี 2550 และทราบว่า กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน  กระทรวงพลังงาน  ได้ให้เงินทุนสนับสนุนเงินลงทุนสร้างบ่อก๊าซชีวภาพเพื่อบำบัดน้ำเสีย และผลิตก๊าซชีวภาพเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน

นับเป็นโอกาสดี  ที่ทำให้ผู้ใหญ่บ้านสมศักดิ์ ตัดสินใจ สมัครเข้าร่วม “โครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงสัตว์” กับสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  และได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการสร้างระบบก๊าซชีวภาพจากโครงการฯ จำนวน  241,250 บาท และงบประมาณที่ตนเองต้องจ่ายเพิ่มอีกประมาณ 600,000 บาท  รวมเป็นเงิน  841,250 บาท  ในการสร้างระบบก๊าซชีวภาพขนาดกลาง  250 ลูกบาศก์เมตร  โดยระบบสามารถใช้งานได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2551  ที่ผ่านมา  ซึ่งทำให้ฟาร์มแห่งนี้สามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้ปริมาณ  70-100 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน  และได้นำมาใช้เป็นก๊าซหุงต้มให้ชาวบ้านได้ใช้กันอย่างถ้วนหน้า  รวมจำนวนมากกว่า  100 ครัวเรือน  นอกจากนั้น ยังได้นำไปให้ทางวัด และโรงเรียนในหมู่บ้านใช้ด้วย  ผลที่เกิดทำให้ชาวบ้านประหยัดค่าก๊าซหุงต้มได้มาก   จากเดิมที่แต่ละครัวเรือนเคยซื้อก๊าซหุงต้มใช้เฉลี่ย 160 บาทต่อเดือน  แต่หลังจากใช้ก๊าซชีวภาพจากทางฟาร์มทดแทนก๊าซหุงต้ม  ซึ่งเจ้าของฟาร์มเรียกเก็บค่าบริการ  เพื่อนำเงินเข้ากองทุนหมู่บ้านเพียงแค่เดือนละ 50 บาทต่อเดือน ก็ทำให้ชาวบ้านสามารถประหยัดเงินค่าก๊าซหุงต้มได้ครัวเรือนละ 110 บาทต่อเดือน  รวมแต่ละครัวเรือนประหยัดเงินเฉลี่ยได้มากถึง 1,320 บาทต่อปี   อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาการตัดไม้เพื่อนำมาเป็นไม้ฟืนหรือถ่านเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการหุงต้มด้วย

ผู้ใหญ่สมศักดิ์ กล่าวย้ำว่า  “ทุกวันนี้ภูมิใจ”  ที่ได้ช่วยให้ชุมชนได้มีแหล่งพลังงานทดแทนที่ยั่งยืนใช้ ที่สำคัญระบบก๊าซชีวภาพที่สร้างขึ้น  ยังช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดจากปัญหากลิ่นเหม็นได้เป็นอย่างดี  ส่งผลดีที่ดีต่อสภาพแวดล้อม  ที่สำคัญยังช่วยลดปัญหาการเกิดภาวะโลกร้อนด้วย.