หน้าหลัก » ข่าวสิ่งแวดล้อม - พลังงาน

ส่องโลกพลังงาน

Author by 4/10/12No Comments »

สนพ. จับมือ มช. เดินหน้าผลิตก๊าซชีวภาพ

พร้อมเร่งต่อยอดก๊าซ CBG กู้วิกฤตพลังงานไทย

สนพ. เดินหน้าผลักดันก๊าซชีวภาพ พร้อมเร่งต่อยอดก๊าซ CBG ใช้ทดแทนเชื้อเพลิงภาคขนส่ง กู้วิกฤตพลังงานไทย สวพ.นครพิงค์ มช. เผยผลสำเร็จพัฒนาก๊าซชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ 3 ระยะ ได้ก๊าซชีวภาพ 88 ล้าน ลบ.ม./ปีปัจจุบันดำเนินการระยะ 4 คาดจะได้ก๊าซชีวภาพ 97 ล้าน ลบ.ม./ปี เทียบเท่าก๊าซ LPG44.6 ล้าน กก./ปี

นายสิทธิโชติ วันทวิน ผู้อำนวยการสำนักนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าสนพ.ได้มีการส่งเสริมการวิจัยและจัดหาพลังงานทดแทนหลากหลายรูปแบบ อาทิ ก๊าซชีวภาพ พลังงานลม  น้ำ แสงอาทิตย์ และชีวมวล ฯลฯ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก 10 ปี (พ.ศ. 2555-2564) หรือ แผน AEDPซึ่งกำหนดให้มีสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นจาก 7,413 ktoeในปี 2555 เป็น 25,000 ktoeในปี 2564 หรือคิดเป็น 25% ของการใช้พลังงานรวม

โดยในส่วนก๊าซชีวภาพนั้น สนพ. ได้มีการสนับสนุนให้มีการนำของเสีย อาทิ วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม มูลสัตว์ และเศษอาหารมาผลิตเป็นพลังงานทดแทนไฟฟ้าและหรือใช้ทดแทนเชื้อเพลิงชนิดอื่น เช่น น้ำมันเตา ก๊าซ LPG เป็นต้น  โดยตามแผน AEDP ได้กำหนดให้มีการผลิตก๊าซชีวภาพทั้งสิ้น 1,270 ktoeทั้งนี้ สนพ.ยังได้มีการส่งเสริมให้มีการศึกษา วิจัยการนำก๊าซชีวภาพมาต่อยอด เพื่อนำไปพัฒนาและผลิตเป็นก๊าซไบโอมีเทนอัด (Compressed Bio-methane Gas : CBG) นำมาใช้ทดแทน NGV ในภาคขนส่ง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอีกทั้งยังช่วยให้คนไทยได้ใช้พลังงานทดแทนที่สะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ด้าน รศ.ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สวพ.) เปิดเผยว่า สวพ. ได้ดำเนินการวิจัย พัฒนาและส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2538 ภายใต้การสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยที่ผ่านมา ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมก๊าซชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงสัตว์รวมแล้ว 3 ระยะ มีฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่เข้าร่วมโครงการฯ รวม 269 แห่งทั่วประเทศ สามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้ 88 ล้าน ลบ.ม./ปีเทียบเท่าก๊าซ LPG ปีละ40.50 ล้าน กก. คิดเป็นมูลค่า 734 ล้านบาท/ปี หรือเทียบเท่าพลังงานไฟฟ้าได้ปีละ 123 ล้านหน่วยคิดเป็นมูลค่า 418 ล้านบาท/ปี ลดการปล่อยก๊าซมีเทนสู่ชั้นบรรยากาศได้ไม่น้อยกว่า 871,000 ตันคาร์บอนเทียบเท่า/ปี

ปัจจุบัน สวพ.กำลังดำเนินโครงการต่อเนื่องในระยะที่ 4 (2551 – 2555) โดยได้ดำเนินการจัดการของเสียและผลิตพลังงาน ครอบคลุมในกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ครบวงจร ได้แก่ โครงการส่งเสริมก๊าซชีวภาพ ในโรงฆ่าสุกรหรือวัว ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขนาดเล็ก โรงชำแหละแปรรูปไก่ และฟาร์มเลี้ยงไก่ระยะที่ 1 ซึ่งคาดว่าหากดำเนินโครงการฯ ดังกล่าวแล้วเสร็จ จะสามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้ไม่น้อยกว่าปีละ 97 ล้าน ลบ.ม. เทียบเท่าก๊าซ LPG 44.6 ล้าน กก./ปี หรือเทียบเท่าพลังงานไฟฟ้า 136 ล้านหน่วย/ปีรวมระยะเวลาในการดำเนินงานโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2538-2557 คาดว่า จะสามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้ประมาณ 185 ลบ.ม./ปี เทียบเท่าก๊าซ LPG 1,543  ล้านบาท/ปี  ทดแทนพลังงานไฟฟ้าคิดเป็นเงินประมาณ 880 ล้านบาท/ปี

“ขณะนี้ สวพ. ได้รับมอบหมายจาก สนพ. ในการศึกษาและวิจัยนำก๊าซชีวภาพที่ได้จากฟาร์มปศุสัตว์มาผลิตเป็นก๊าซ CBG ซึ่งผลจากการศึกษาพบว่า ก๊าซ CBG ที่ได้จากการนำก๊าซชีวภาพมาพัฒนานั้น ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ มีคุณสมบัติเทียบเท่า NGV สำหรับยานยนต์ตามประกาศของกรมธุรกิจพลังงานโดยปัจจุบันได้สร้างศูนย์ต้นแบบผลิตก๊าซไบโอมีเทนอัดสำหรับยานยนต์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาดูงาน ณ บจก.เชียงใหม่เฟรชมิลค์ฟาร์ม จ.ลำพูนซึ่งมีกำลังการผลิต 20 ลบ.ม./ชม. เทียบเท่าการผลิตก๊าซ NGV/CNG จำนวน 16 ถัง/วัน (15 กก./ถัง) นอกจากนั้น   สวพ. ยังได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพืชพลังงานเพื่อนำมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพพบว่า หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ที่อายุเก็บเกี่ยว 45 วัน  อัตราการผลิตก๊าซมีเทนสูงกว่าหญ้าชนิดอื่นๆ เหมาะสมต่อการนำมาผลิตก๊าซชีวภาพเพื่อเป็นพลังงานทดแทนมากกว่าหญ้าชนิดอื่นๆ และในอนาคต สวพ.จะได้ทำการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาพลังงานก๊าซชีวภาพไปสู่พลังงานทดแทนในรูปแบบอื่นๆต่อไป เพื่อให้ทันต่อความต้องการการใช้พลังงานในรูปแบบใหม่ๆ และเกิดประโยชน์สูงสุด”รศ.ประเสริฐกล่าว.