หน้าหลัก » ข่าวสิ่งแวดล้อม - พลังงาน

เกษตรพะเยารวมพลังยุติการเผา ลดโลกร้อน

Author by 7/01/16No Comments »

thainews180ช่วงเดือนมกราคม-เมษายนของทุกปี พบว่ามีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการเผาฟางข้าวซึ่งมีการปล่อยมลพิษ คือ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์(CO) สูงกว่าปริมาณที่ปล่อยจากโรงไฟฟ้าและอุตสาหกรรมถึง 14 เท่าตัว เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นสภาพการเผาที่ไม่สมบูรณ์ประกอบกับเป็นการเผาวัสดุที่มีความชื้นสูง นอกจากจะสร้างมลภาวะทางอากาศแล้ว การเผายังทำลายความอุดมสมบูรณ์ของดินทำให้ดินเสื่อมคุณภาพมากยิ่งขึ้นด้วย ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งรณรงค์เพื่อลดปัญหาการเผาพื้นที่เกษตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการปรับตัวและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศต่อภาคเกษตร

นายอุดมศักดิ์  คำมูล เกษตรจังหวัดพะเยา กล่าวว่า ปัญหาการเผาเศษวัสดุการเกษตร      เช่นฟางข้าวหรือตอซัง มักเกิดขึ้นในพื้นที่เขตชลประทาน ที่มีการปลูกข้าวนาปรัง ในปีที่ผ่านมา จากการตรวจสอบการเกิดจุดความร้อน หรือ Hot Spot จากแผนที่ดาวเทียม Gistdaพบว่า ปัญหามักเกิดในพื้นที่ป่า ที่เกษตรกรบุกรุกเป็นส่วนใหญ่ หรือจากการเผาป่าเพื่อล่าสัตว์และเพื่อให้เกิดเห็ดป่า หรือผักหวาน ปีที่ผ่านมาหลายฝ่ายได้รวมพลังในการยุติการเผา ทั้งการประชาสัมพันธ์ ให้ทราบถึงผลเสียของการเผา การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด มีการจับกุมผู้บุกรุก หรือผู้ก่อให้เกิดการเผา

อย่างไรก็ตาม สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยาได้กำหนดกลยุทธ์เพื่อหยุดการเผาในพื้นที่เกษตร โดยมุ่งสร้างความรู้ให้เกษตรกรเห็นประโยชน์ของตอซังฟางข้าว และอินทรียวัตถุซึ่งเป็นตัว “ฟอกดิน”  รวมทั้งฟื้นฟูดินให้มีโครงสร้างที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช คือ มีดิน น้ำ อากาศ และอินทรียวัตถุในสัดส่วน 45 : 25 : 25 : 5 อีกทั้งยังมุ่งสร้างความร่วมมือกับชุมชนและท้องถิ่นขับเคลื่อนขยายผลเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผา พร้อมสร้างแผนงานชุมชนเพื่อสนับสนุนมาตรการหยุดการเผาในไร่นา เช่น การวางแผนการปิด-เปิดน้ำเพื่อการเกษตร การผลิตและใช้สารอินทรีย์เพื่อเร่งการย่อยสลายเศษวัสดุทางการเกษตร เป็นต้น นอกจากนั้นยังมุ่งสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็นสมาร์ทฟาร์เมอร์ (Smart Farmer) เน้นให้ทำการเกษตรโดยใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรกลที่มีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงและได้ใช้เครื่องจักรกลเกษตรสมัยใหม่ด้วยตนเอง

คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยยุติการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมได้ อันจะนำไปสู่การคืนความอุดมสมบูรณ์และสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศน์การเกษตรของไทย และส่งต่อมรดกดินที่มีคุณค่าให้กับลูกหลานเกษตรกรในรุ่นถัดๆ ไปได้

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามที่ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา โทร 0-5488-7050-1  ได้ทุกวันเวลาราชการ.