หน้าหลัก » ข่าวสิ่งแวดล้อม - พลังงาน

แก๊สชีวภาพจากพืชเศรษฐกิจ แก๊สชีวภาพจากกากมันสำปะหลัง

Author by 26/03/12No Comments »

มันสำปะหลัง จัดได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของประเทศไทย มีการปลูกกันมากในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เพราะมีพื้นที่ และอุณหภูมิที่เหมาะสม จังหวัดที่เป็นแหล่งปลูกมันสำปะหลังที่สำคัญ ได้แก่ นครราชสีมา ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี ชัยภูมิ เนื้อที่เพาะปลูกของ 5 จังหวัดนี้เมื่อรวมกันแล้วประมาณ 55 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง

จากการที่มีการปลูกมันสำปะหลังเป็นจำนวนมาก ทำให้มีโรงงานแปรรูปมันสำปะหลังให้เป็นแป้งเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งในขั้นตอนของกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้แป้งนั้น จะก่อให้เกิดของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตเป็นจำนวนมาก เช่น น้ำเสีย และกากของเสีย (กากมันสำปะหลัง เศษเหง้า เปลือกและดินทราย)

ในส่วนของกากของเสียที่ได้จากกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลัง เช่น เปลือกและกากมันสำปะหลัง ถึงแม้ว่าจะสามารถนำไปขายทำเป็นปุ๋ย และอาหารสัตว์ แต่ราคาขายของเปลือก และกากมันสำปะหลังจะขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด ดังนั้นการนำของเสียจากมันสำปะหลังมาผลิตเป็นพลังงานทดแทนจึงเป็นแนวความคิดใหม่ที่จะลดปัญหาเรื่องมลพิษ และสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการที่มีความเกี่ยวข้องกับพืชเศรษฐกิจชนิดนี้

เทคโนโลยีการผลิตแก๊สชีวภาพ จากกากมันสำปะหลัง มีส่วนประกอบของระบบดังนี้

1. บ่อผสมกากมันสำปะหลัง เพื่อทำการกวนผสมกากมันสำปะหลังให้เข้ากับน้ำ
2. บ่อหมักกรด ทำหน้าที่ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสียโดยแบคทีเรียสร้างกรด (Acid forming bacteria) ซึ่งจะได้ผลผลิตเป็นกรดอะซิติก
3. บ่อผลิตแก๊สชีวภาพ ทำหน้าที่ผลิตแก๊สชีวภาพโดยแบคทีเรียสร้างมีเทน (Methanogenesis bacteria) จะทำหน้าที่เปลี่ยนกรดอะซิติกให้เป็นแก๊สมีเทน คาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำ
4. บ่อดึงตะกอน ทำหน้าที่ดึงกากตะกอนส่วนเกินออกจากระบบ ซึ่งตะกอนส่วนเกินนี้เมื่อทำการตากแห้งจะสามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยชีวภาพได้ เนื่องจากมีธาตุไนโตรเจนที่สูง หรือจะนำกากตะกอนส่วนเกินนี้ไปผสมเป็นอาหารสัตว์ก็ได้

ประโยชน์ที่ได้รับจากการผลิตแก๊สชีวภาพจากกากมันสำปะหลัง มีดังต่อไปนี้

1. กากมันสำปะหลัง 1 ตัน (น้ำหนักเปียก) สามารถผลิตแก๊สชีวภาพได้ประมาณ 50 ลบ.ม. ซึ่งแก๊ส ชีวภาพนี้ประกอบด้วย แก๊สมีเทนร้อยละ 60 – 65 โดยปริมาตร สามารถนำไปใช้ในการอบกากมันสำปะหลัง หรือผลิตกระแสไฟฟ้า

2. ตะกอนที่ถูกหมักย่อยโดยสมบูรณ์แล้ว สามารถนำไปตากให้แห้งแล้วขายเป็นปุ๋ยอินทรีย์
3. ในช่วงฤดูฝน สามารถลดปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นที่เกิดจากการกองกากมันสำปะหลังทิ้งไว้
4. ลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก

จะเห็นได้ว่า ข้อดีของการนำของเสียจากกากมันสำปะหลังมาผลิตเป็นแก๊สชีวภาพนั้นมีมากมาย และมีระบบการจัดการที่ไม่ยุ่งยาก ถ้าหากผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังซึ่งมีอยู่มากมายในประเทศไทย ได้นำเทคโนโลยีการผลิตแก๊สชีวภาพไปใช้ ปริมาณการเกิดมลพิษภายในประเทศไทยจะต้องลดลงอย่างแน่นอน ซึ่งก็เข้ากับสถานการณ์ของโลก ที่กำลังเผชิญหน้ากับภาวะโลกร้อน และการขาดแคลนพลังงาน ที่จะเกิดในอนาคตอันใกล้.