หน้าหลัก » ข่าวสิ่งแวดล้อม - พลังงาน

ใกล้วิกฤติภัยแล้ง ลดวันชมตำหนักภูพิงค์

Author by 31/01/16No Comments »

   thainews180    พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์  ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง  ขาดแคลนน้ำใช้ใกล้สู่วิกฤติ  น้ำในอ่างเหลือไม่มากนัก  จำเป็นต้องลดวันให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมเหลือสัปดาห์ละ 3 วัน  จนกว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะดีขึ้น

จากการเปิดเผยของ  นายธีระยุทธ อินต๊ะเสน  รักษาการ ผอ.พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่  ว่า  เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นหลายจังหวัดทั่วประเทศขณะนี้  มีแนวโน้มว่าจะทวีความรุนแรงมากขึ้นและยาวนาน  พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์  ซึ่งเป็นพระราชฐานที่ประทับต่างจังหวัดของ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นาถได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งเช่นกัน

ในการประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่  ได้ข้อสรุปว่า  ถ้าสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้  พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์  จะมีปริมาณน้ำสำหรับใช้ในการอุปโภค บริโภค และ บำรุงรักษาราชอุทยาน  ตลอดจนให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่เข้าเยี่ยมชมได้อีกเพียง 1 เดือนเท่านั้นต้องหามาตรการป้องกันและแก้ไข  เพื่อให้พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์มีน้ำเหลือพอใช้ได้ตลอดฤดูแล้งนี้  ไม่ให้เกิดปัญหาวิกฤตมากขึ้น

สำนักพระราชวังจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง  โดยได้เปลี่ยนแปลงวันเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมพระตำหนักภูพิงค์  จากที่เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน  เปลี่ยนเป็นจะเปิดให้เข้าชมได้เฉพาะวันศุกร์ วันเสาร์ และ วันอาทิตย์ เท่านั้น  เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.นี้เป็นต้นไป  จนกว่าสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นจะคลี่คลายกลับสู่สถานการณ์เป็นปกติ  แต่ก่อนวันที่ 15 ก.พ.นี้ยังเปิดให้เข้าชมพระตำหนักภูพิงค์ได้ทุกวัน

ทางด้าน นายอำนาจ เดชะ  ผอ.พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์  เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า  ปกติได้จัดสร้างอ่างเก็บน้ำความจุประมาณ 20,000 คิวไว้ในบริเวณพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์  เพื่อรองรับน้ำจากน้ำฝนที่ตกไหลเข้าอ่าง  และจากการสร้างฝายแม้วชักน้ำจากลำห้วยธรรมชาติบนดอยสุเทพไหลเข้าสู่อ่างตลอดฤดูฝน  เก็บไว้ใช้ตลอดปี

แต่เนื่องจากในปี 2558 มีฝนตกน้อยอ่างเก็บน้ำฝนไว้ได้ไม่มาก  ประกอบกับน้ำในลำห้วยลดปริมาณลง  ไม่สามารถนำน้ำเข้ามาเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำของพระตำหนักได้ตามความจุของอ่างที่มิอยู่  ทุกปีน้ำในอ่างจะมีความสูง 4.80 เมตร  แต่ปัจจุบันมีน้ำเก็บไว้ในอ่างความสูงเพียง 2.90 เมตรเท่านั้น  ค่อนข้างจะวิกฤตมาก  หากไม่มีการประหยัดการใช้น้ำ  จะขาดแคลนมากยิ่งขึ้น

นายอำนาจเผยอีกว่า  ไม้ดอกไม้ประดับบนพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์มีจำนวนมาก  เฉพาะกุหลาบสายพันธุ์ต่างๆ มีประมาณ 400 – 500 สายพันธุ์  ล้วนเป็นกุหลาบหายากและมีความสำคัญยิ่ง  จะต้องดูแลรักษาให้ดี  หากขาดน้ำเกิดการแห้งเหี่ยวสูญเสียไปจะหาทดแทนได้ไม่ง่ายนัก  สำหรับประเภทไม้ล้มลุก  อย่างอื่นไม่น่าเป็นห่วง  เมื่อตายไปแล้วยังสามารถหามาทำการปลูกทดแทนได้

สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ  ที่เข้าไปเที่ยวชมพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์  ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2558 เป็นต้นมา  มีเฉลี่ยวันละประมาณ 2,000 คน  ส่วนมากเมื่อเข้าไปเที่ยวชมพระตำหนักภูพิงคราช นิเวศน์  ก็จะมีการใช้น้ำกันแทบทุกคน  ในช่วงเกิดวิกฤตจึงมีความจำเป็นต้องใช้น้ำอย่างประหยัด  เพื่อจะได้ไม่เกิดผลกระทบมากนัก  ให้สามารถผ่านพ้นเข้าสู่ฤดูฝนประมาณปลายเดือน พ.ค.นี้ได้.