หน้าหลัก » ข่าวสิ่งแวดล้อม - พลังงาน

ไบโอแก๊สจากฟาร์มไก่สำเร็จเกินเป้า !!

ส่องโลก1นายสิทธิโชติ วันทวิน ผู้อำนวยการสำนักนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน กระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวแถลงผลความสำเร็จการดำเนินงาน “โครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงไก่ ระยะที่ 1″ โดยมี รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวรายงาน และผู้ร่วมงานจากกระทรวงพลังงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้ประกอบการฟาร์มไก่ทั่วประเทศ ร่วมเป็นเกียรติในงาน  ในวันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน 2557 เวลา 8.30 น.-12.00 น. ณ ห้อง MR218 ชั้น 2 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพมหานคร

ภายหลังการแถลงผลการดำเนินงาน ได้มีพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ  ในฐานะ “ผู้ประกอบกิจการเลี้ยงปศุสัตว์ที่ตระหนักถึงความสำคัญในการผลิตพลังงานทดแทนจากก๊าซชีวภาพและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม” และการเสวนาในหัวข้อ “ทำไม ฟาร์มเลี้ยงไก่ จึงต้องทำระบบ BIOGAS” โดยวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และความสำเร็จในการทำระบบก๊าซชีวภาพ  อาทิ คุณประยุทธ ศรีวิโรจน์ จากบริษัท เอสเอฟ ขอนแก่น จำกัด คุณโกญจนาท ศรมยุรา จากบริษัท เคซีเอฟ พลังงานสีเขียว จำกัด คุณวัฒนา ยะประโคน จากโคราชไข่ไก่ฟาร์ม โดยมี ผศ.ดร.พฤกษ์ อักกะรังสี เป็นพิธีกรในการเสวนา  พร้อมกันนี้ได้มีพิธีลงนามความร่วมมือด้านวิชาการและการพัฒนามาตรฐานวิศวกรรมระบบก๊าซชีวภาพ (MOU) ระหว่าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับ บริษัท Alensys Engineering GmbH ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีก๊าซขีวภาพจากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีด้วย

นายสิทธิโชติ วันทวิน ผู้อำนวยการสำนักนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน กระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า  กระทรวงพลังงาน ร่วมกับ ม.เชียงใหม่  โชว์ผลสำเร็จการดำเนินงานโครงการส่งเสริมผลิตก๊าซชีวภาพจากฟาร์มเลี้ยงไก่ระยะที่ 1 โดยจากการสำรวจศักยภาพของฟาร์มเลี้ยงไก่ทั่วประเทศพบว่า มีจำนวนไก่เนื้อและไก่ไข่ที่เลี้ยงอยู่ในฟาร์มถึงประมาณ  300 ล้านตัว ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตก๊าซชีวภาพได้ไม่น้อยกว่า  880 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี หากนำก๊าซชีวภาพจำนวนดังกล่าวไปผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า จะสามารถผลิตพลังงานทดแทนในรูปกระแสไฟฟ้าได้ถึง  1,995 ล้านหน่วยต่อปี  เทียบเท่าโรงงานผลิตไฟฟ้า ขนาด 580 เมกกะวัตต์  ดังนั้น กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน  สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จึงได้สนับสนุน สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สถาบันพลังงาน มช.) ดำเนินงานโครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงไก่ ระยะที่ 1 ขึ้นระหว่างปี 2553- 2557  โดยมีผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงไก่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น จำนวน 15 แห่งคิดเป็นปริมาตรระบบรวม 78,750 ลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็น ผู้ประกอบการขนาดใหญ่  จำนวน 5 แห่ง คิดเป็นจำนวนไก่ 4,594,328 ตัว ผู้ประกอบการขนาดกลาง  จำนวน 4 แห่ง คิดเป็นจำนวนไก่ 1,180,000 ตัว และผู้ประกอบการขนาดเล็ก จำนวน 6 แห่ง คิดเป็นจำนวนไก่ 268,000 ตัว สามารถบำบัดของเสียจากกิจกรรมการเลี้ยงไก่จำนวน 6,042,328 ตัว จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5,000,000 ตัว เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1,042,328 ตัว และผลิตก๊าซชีวภาพได้ไม่น้อยกว่า 9.97 ล้าน ลบ.ม./ปี เทียบเท่าความสามารถในการผลิตพลังงานทดแทนได้ไม่น้อยกว่า 1.2 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ/ปี และยังช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ไม่น้อยกว่า67,600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า/ปี

ด้านรศ.ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ผลดำเนินงานที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่างดีมีผู้ประกอบการฟาร์มไก่ให้ความสนใจในการสมัครเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการลงทุน สำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กยังให้ความสนใจค่อนข้างน้อยเนื่องจากมีข้อจำกัดในการลงทุน แต่จากการประเมินการตอบรับและความสนใจของผู้ประกอบการจำนวนมาก ยังให้ความสนใจและต้องการสมัครเข้าร่วมโครงการฯ  เนื่องจากระบบก๊าซชีวภาพสามารถตอบโจทย์การทำธุรกิจควบคู่ไปกับการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างเห็นผลจริง และให้ประโยชน์ในการช่วยลดมลพิษทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วย  ดังนั้นในปีงบประมาณ 2557-2559 กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน  สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จึงได้ให้การสนับสนุนส่งเสริมสถาบันพลังงาน มช. ต่อเนื่องในการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงไก่ ระยะที่ 2  เพื่อเป็นการเพิ่มแรงจูงใจในการผลิตพลังงานทดแทนจากมูลไก่ด้วยการสนับสนุนด้านวิศวกรรมและการลงทุนบางส่วนแก่ผู้ประกอบการ โดยมีเป้าหมายเป็นจำนวนไก่ไม่น้อยกว่า 5 ล้านตัว  แบ่งเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบที่เข้าร่วมโครงการฯ ขนาดเล็ก ไม่เกิน 240,000ตัว/แห่ง ประมาณ 2.5 ล้านตัว ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ขนาดกลาง 240,001-360,000 ตัว/แห่งประมาณ 1.5 ล้านตัว และ ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ขนาดใหญ่ มากกว่า 360,000 ตัว/แห่ง ประมาณ 1 ล้านตัว ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กให้สามารถเข้าร่วมโครงการฯได้ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้มีการประยุกต์และพัฒนาการใช้เทคโนโลยีก๊าซชีวภาพในรูปแบบต่างๆ  ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาการใช้พลังงานทดแทนในภาคปศุสัตว์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและหลากหลายรูปแบบ เช่น การผลิต CBG เป็นต้น รวมถึงการช่วยสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมการผลิตใช้พลังงานทดแทนภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการลดภาวะโลกร้อน และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน.