หน้าหลัก » ข่าวสุขภาพ-อนามัย

มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ชวน ทุกภาคส่วนรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก

Author by 30/05/14No Comments »

มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่           ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ที่ปรึกษาสำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากองค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก โดยปีนี้ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ว่า “Raise taxes on tobacco” ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดคำขวัญเป็นภาษาไทยว่า “บุหรี่ : ภาษียิ่งเพิ่ม คนตายยิ่งลด” และเพื่อให้สอดรับกับประเด็นของการรณรงค์ดังกล่าว มูลนิธิฯ จึงกำหนดประเด็นรณรงค์ “สังคมปลอดบุหรี่ คุณมีส่วนร่วม” และจัดทำเอกสารวันงดสูบบุหรี่โลกชุด “สังคมปลอดบุหรี่ คุณมีส่วนร่วม” เผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนทราบถึงผลกระทบของการสูบบุหรี่ที่มีต่อผู้ที่สูบบุหรี่ และผู้ที่ได้รับควันบุหรี่ เพื่อให้ทุกคนในสังคมไทยมีส่วนร่วมรณรงค์ให้ประเทศไทยมีพื้นที่ปลอดบุหรี่เพิ่มขึ้น

เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ องค์การอนามัยโลก (WHO FCTC) ระบุว่า ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ มาตรการที่ต้องดำเนินการอย่างหนึ่งคือ นโยบายด้านการขึ้นภาษียาสูบ การเพิ่มราคาบุหรี่ ซึ่งเป็นวิธีที่จะลดการบริโภคยาสูบได้ดีที่สุด ซึ่งจากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ในประเทศที่มีรายได้สูงหรือประเทศที่พัฒนาแล้วหากเพิ่มภาษียาสูบขึ้น 10% จะลดการบริโภคยาสูบได้ถึง 4% ในขณะที่หากเพิ่มภาษียาสูบสูงขึ้นในประเทศที่มีรายได้ต่ำหรือปานกลาง จะทำให้สถิติการบริโภคยาสูบลดลงได้มากที่สุดถึง 8% ดังนั้น มาตรการการเพิ่มภาษียาสูบที่สูงขึ้น จึงเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการควบคุมการบริโภคยาสูบในกลุ่มคนที่มีรายได้ต่ำ อีกทั้งยังเป็นการป้องกันเด็กและเยาวชนที่คุดจะเริ่มต้นหรือเข้าถึงการสูบบุหรี่อีกด้วย

ทั้งนี้ การบริโภคยาสูบเป็นสาเหตุการณ์ตายอันดับต้น ๆ ที่สามารถป้องกันได้ การบริโภคยาสูบของประชากรโลกทำให้ผู้คนล้มตายประมาณ 6 ล้านคน/ปี และมากกว่า 600,000 คน ตายเพราะการได้รับควันบุหรี่มือสอง หากยังละเลยในเรื่องดังกล่าวในอนาคตไม่ถึง 20 ปีข้างหน้า หรือในปี ค.ศ. 2030 คาดการณ์ว่าจะมีคนตายจากการสูบบุหรี่ถึง 8 ล้านคนต่อไป ในจำนวนนี้ร้อยละ 80 จะเป็นประชากรที่อยู่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงรายได้ปานกลาง ดังนั้นจึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่.