หน้าหลัก » ข่าวสุขภาพ-อนามัย

เลือดกำเดาไหล

Author by 7/05/15No Comments »

เลือดกำเดา-01          หน้าร้อนช่วงนี้อากาศร้อนจัดมาก  จึงเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคกำเดาไหล พบได้ในทุกเพศและทุกวัย

เรามารู้จักสาเหตุ และวิธีป้องกันแก้ไขกัน

“เลือดกำเดาไหล”   เป็นนิยามการเรียกเลือดออกจากรูจมูก, โพรงจมูก หรือหลังโพรงจมูก เกิดจากเส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกแตก  พบได้ทุกอายุทั้งเพศหญิงและชาย

สาเหตุสามารถแบ่งออกเป็น 2 สาเหตุใหญ่

          1. สาเหตุที่จมูกเอง  ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อย เช่นการบาดเจ็บการระคายเคืองเยื่อบุโพรงจมูก จากการแคะ สั่งน้ำมูกแรง การอักเสบของจมูกและไซนัส ความผิดปกติของผนังกั้นจมูก ภาวะเลือดออกหลังการผ่าตัดทางจมูกและไซนัส และเนื้องอกในหรือหลังโพรงจมูก เป็นต้น

2. สาเหตุจากระบบอื่นๆ ของร่างกาย ช่น ความดันโลหิตสูง ความผิดปกติของเลือด, ภาวะหลอดเลือด telangiectasia เลือดออกทางพันธุกรรม) การใช้ยากลุ่มลดการแข็งตัวของเลือด อาทิ wafarin, aspirin รวมถึงโรคที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดเช่น โรคตับวายไตวาย เป็นต้น

การรักษาเบื้องต้น ทำอย่างไรดี???

- ก้มหน้าลง เพื่อป้องกันการสำลักเลือดลงคอ

- บีบจมูก ให้แน่น และหายใจทางปาก เพื่อเป็นการกดห้ามเลือด บีบจมูกไว้อย่าน้อย 5 นาที หลังจาก นั้นปล่อยมือ เพื่อตรวจดูว่าเลือดหยุดไหลหรือไม่หากยังไม่หยุดให้บีบจมูกต่ออีก 10 นาที ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของเลือดกำเดาไหลที่มีสาเหตุจากเส้นเลือดฝอยส่วนหน้าแตกมักจะหยุดได้ด้วยวิธีนี้

- น้ำเย็นหรือน้ำแข็ง   ประคบบริเวณแก้มข้างจมูกและหน้าผาก

- หลังจากเลือดหยุดไหล ให้งดการแคะและถูจมูก งดการเบ่ง ไอ จามแรงๆ , งดออกกำลังหรือยกของ หนัก

อาการผิดปกติที่ควรไปพบแพทย์

- เลือดกำเดาไหลเป็นเวลานานกว่า 15 – 20 นาที

- มีภาวะเลือดกำเดาออกซ้ำ

- เลือดออกอย่างรวดเร็วหรือปริมาณมาก (เกินกว่ากาแฟถ้วย)

- เลือดออกที่เกิดจากอุบัติเหตุ ที่กระทบกระแทกบริเวณหน้าและจมูก

- รู้สึกอ่อนเพลียหรือจะเป็นลม

- เลือดไหลลงคอมากกว่าออกด้านหน้าจมูก แม้ว่าจะนั่งก้มหน้าเล็กน้อยแล้ว (ซึ่งอาจบ่งบอก สาเหตุของเลือดออกอยู่ทาง ด้านหลังโพรงจมูก ซึ่งเจอได้ไม่บ่อยนัก แต่มักมีความรุนแรง ซึ่งพบบ่อยกว่าในผู้สูงอายุและบุคคลที่มีความดันโลหิตสูง)

- เลือดกำเดาไหลมาพร้อมกับรอยช้ำที่ผิดปกติทั่วร่างกาย (อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติของการแข็งตัว ของเลือด)

จริงๆแล้วการแก้ไขและป้องกันที่สาเหตุเป็นการรักษาที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเลือดกำเดาไหลค่ะ การไม่กระตุ้น ไม่แคะจมูกแรง  รีบรักษาหากมีภาวะจมูกหรือไซนัสอักเสบ หากมีโรคประจำตัวข้างต้นพยายามควบคุมโรคให้อยู่ในภาวะที่ใกล้เคียงปกติ

ขอขอบคุณข้อมูลสาระสุขภาพดีๆจากพญ.วรยา ขัตติพัฒนาพงษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก และศัลยกรรมตกแต่ง เสริมสร้างใบหน้า โรงพยาบาลลานนา

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร.053 999777.