หน้าหลัก » ข่าวสุขภาพ-อนามัย

ไข้หวัดใหญ่! เชียงใหม่ตาย 11 ราย สถิติตัวเลขครึ่งปีแรกจากจำนวนผู้ป่วย 167 คน

Author by 15/07/14No Comments »

นพ.ไพศาล ธัญญาวินิชกุล        ห่วงสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ช่วงเดือนส..ถึงก.. จำนวนผู้ป่วยมีแนวโน้มสูงขึ้น ระบุรอบ 6 เดือนปีนี้พบป่วยแล้วกว่า 4.1 หมื่นราย สูงกว่าช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว 2-3 เท่าตัว เร่งให้ทุกจังหวัดติดตามฉีดวัคซีนให้กลุ่มเสี่ยงให้ครบทุกราย ภายในสิ้นเดือนก..นี้ สรุปยอดกลุ่มเสี่ยงที่ฉีดแล้วตั้งแต่ 1 .. – 8 .. 57 กว่า 1.6 ล้านราย เตือนประชาชนที่เดินทางโดยพาหนะสาธารณะทั้งรถ เรือ เครื่องบิน ให้ล้างมือบ่อยๆ เชียงใหม่ครึ่งปีแรกพบ 167 ราย ตายถึง 11 ราย

เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2557 นพ.ไพศาล ธัญญาวินิชกุล    นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงใหม่เปิดเผยว่า ได้รับข้อนโยบายจาก นพ.ณรงค์  สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้มอบนโยบายให้แต่ละจังหวัดและหน่วยงานเกี่ยวข้องได้เฝ้าระวังเรื่องของสุขภาพประชาชนช่วงฤดูฝนนี้ มีโรคระบาดและปัญหาสุขภาพหลายอย่างที่ประชาชนต้องระมัดระวังสุขภาพ ทั้งเรื่องของโรคฉี่หนู เห็ดพิษ ไข้เลือดออก ไข้หวัดไหญ่ เป็นต้น โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ จะเป็นช่วงเริ่มต้นการระบาดด้วย ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์เอ เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) หรือไข้หวัดใหญ่ 2009  สายพันธุ์เอช 3 เอ็น 2 (H3N2) และสายพันธุ์บี (B) ฟรี แก่ประชาชน 4 กลุ่มที่มีความเสี่ยงเมื่อป่วยแล้วจะมีภาวะแทรกซ้อนอันตรายสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ ได้แก่ ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี และผู้ป่วยโรคประจำตัวเรื้อรัง 7 โรค ได้แก่ เบาหวาน หลอดเลือดสมอง ไตวาย หอบหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจ และโรคมะเร็งที่อยู่ระหว่างได้รับเคมีบำบัดรวมทั้งหมด 3 ล้านคน และฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ 4 แสนคนรวม 3.4 ล้านคน ปีนี้เริ่มฉีดเร็วกว่าปีที่ผ่านมา เพื่อให้มีผลในการป้องกันการป่วยก่อนช่วงที่จะมีการระบาด ข้อมูลล่าสุดตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2557 – 8 ก.ค. 2557 ได้ฉีดให้กลุ่มเสี่ยงไปแล้วรวม 1,622,866 ราย

ส่วนประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง มีวิธีสร้างภูมิต้านทานโรคป้องกันไม่ให้เจ็บป่วย โดยให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละอย่างน้อย 3 วัน ครั้งละอย่างน้อย 30 นาที  ล้างมือฟอกสบู่บ่อยๆ และฝึกนิสัยไม่ใช้มือที่ยังไม่ได้ล้างทำความสะอาดแคะจมูก จับปาก ขยี้ตา เพิ่มการรับประทานผักผลไม้สดให้มากขึ้น หากป่วยเป็นไข้หวัด คือมีอาการไข้ ไอ จาม ปวดเมื่อยตามร่างกาย มีน้ำมูก ให้ใส่หน้ากากป้องกันการเชื้อแพร่สู่คนอื่นและควรหยุดงาน หยุดเรียนและพักรักษาตัวที่บ้านให้หายเป็นปกติแล้ว 1 วัน จึงกลับไปเรียนหรือทำงานตามเดิม หากอาการป่วยไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ขอให้ไปพบแพทย์ หากตรวจพบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ จะได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ ขณะนี้มีในโรงพยาบาลทุกแห่ง

ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับให้ สสจ.ทุกจังหวัด เร่งรณรงค์และติดตามประชาชนกลุ่มเสี่ยงและบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนอีกจำนวน 1,777,134 คน ให้ไปรับการฉีดวัคซีนให้ครบทุกคนตามที่กำหนด คือ ภายใน 31 ก.ค. 2557  โดยที่ จ.เชียงใหม่อยู่ระหว่างดำเนินการในทุกอำเภอขณะนี้ใกล้ครบตามโควตาที่ได้รับมาแล้ว รวมทั้งให้ความรู้ประชาชน เพื่อร่วมกันป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีประชาชนอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น โรงเรียน สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า ยานพาหนะสาธารณะต่าง ๆ ทั้งรถยนต์โดยสาร เรือ และเครื่องบิน ขอให้ล้างมือบ่อยๆ หากเป็นไข้หวัด ขอให้คาดหน้ากากป้องกันการแพร่กระจายเชื้อตลอดเวลา เนื่องจากในปีนี้จำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ มีแนวโน้มสูงกว่า 3 ปีที่ผ่านมา จากข้อมูลสำนักระบาดวิทยากรมควบคุมโรค รายงานตั้งแต่ 1 ม.ค. – 6 ก.ค. 2557 ทั่วประเทศพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่แล้ว 41,196 ราย เสียชีวิต 56 ราย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวอยู่ด้วย โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2556 รายงานผู้ป่วยในปีนี้สูงกว่าประมาณ  2-3 เท่าตัว และตลอดปี 2556 มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ 43,866 ราย ดังนั้นหากไม่ดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเข้มแข็งเพียงพอ คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ป่วยในเดือนส.ค.ถึงก.ย.จะมีรายงานผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สูงสุด เดือนละประมาณ 20,000 -26,000 ราย

สำหรับ จ.เชียงใหม่ในปี 2557 ช่วง 6 เดือนแรกกลุ่มงานควบคุมโรคได้เปิดเผยข้อมูลว่า มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่รวม 3,318 ราย มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีป่วยรวม 1,981 ราย โดยปีนี้เป็นไข้หวัดใหญ่ชนิด A H1N1 2009 จำนวน 167 ราย เสียชีวิต A H1N1 จำนวน 11 ราย ป่วยมากสุดช่วง ก.พ.มี 105 ราย และช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.สถานการณ์จะมีผู้ป่วยเพิ่ม โดยผู้ป่วยมากกว่า 60% จะเป็นกลุ่มอายุระหว่าง 1-14 ปี พื้นที่ที่มีผู้ป่วยมากสุดคือ อ.สันทราย 40 ราย อ.เมือง 24 ราย อ.ดอยสะเก็ด 22 ราย อ.สันกำแพง 18 ราย อ.หางดง 13 ราย อ.เชียงดาว 11 ราย แต่อัตราการตายมากสุดที่ อ.เชียงดาวมี 3 ราย รองลงมาเป็น อ.สารภีที่ป่วยแค่ 7 ราย เสียชีวิต 2 ราย ที่เหลือ อ.เมือง อ.ดอยสะเก็ด อ.แม่แตง อ.แม่ริม อ.สันทราย และ อ.แม่ออน มีเสียชีวิตแห่งละ 1 ราย เมื่อแยกรายอาชีพพบว่ามากสุดเป็นกลุ่มเด็กนักเรียนมีถึง 80 ราย รองลงมาเป็นกลุ่มแม่บ้านไม่ระบุอาชีพ 43 ราย และกลุ่มรับจ้าง กรรมกร 25 ราย.