หน้าหลัก » ข่าวหน้า 1 - อาชญากรรม

ฆาตกรจนมุมแล้ว ฆ่าแล้วเผา “สาวเสิร์ฟดัดฟัน” ห้ิวจากพัทยามาเชียงใหม่

Author by 23/08/15No Comments »

 thainews250       ตำรวจภาค 5 สางคดีสาวเหยื่อฆ่าเผาโหดเชียงใหม่โยงถึงตัวฆาตกร!!หลังรวบหนุ่มเคยฆ่าเหยื่อที่ระยอง เผยเหยื่อสาวทำงานพัทยาเดินทางมากับฆาตกรหลักฐานในเฟซบุ๊คชี้ชัด  เพียงรอผลพิสูจน์ดีเอ็นเอ. เท่านั้น

สืบเนื่องจากกรณีฆ่าเผาสาวจัดฟันหมกศพในป่า-พบเหรียญบาทโปรย!! หนุ่มหาปลาอึ้งเห็นศพ-สงสัยถูกข่มขืนฆ่าโดยเหตุเกิด เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 7ส.ค.58 ที่ผ่านมาท้องที่ สภ.สารภีจ.เชียงใหม่ในป่าละเมาะหมู่ 5บ้านหนองแฝก ต.หนองแฝก อ.สารภีเชียงใหม่ ที่เกิดเหตุพบเป็นป่าละเมาะห่างจากถนนลูกรังเข้าไปจุดเกิดเหตุประมาณ 7เมตร ในป่าไมยราบ เจ้าหน้าที่พบศพถูกไฟไหม้จนดำ แต่ยังคงเห็นเป็นรูปร่างมนุษย์สภาพศพนอนหงาย มีหนอนไต่เกือบเต็มร่างศพ ที่ถูกไฟไหม้ไปเกือบ 70เปอร์เซ็นต์ ศพขึ้นอืดมีกลิ่นเหม็นพบยางรถยนต์ และกระป๋องพลาสติกใส่น้ำมันศพอายุประมาณ 20-25ปี

โดยทางเจ้าหน้าที่พบว่าเป็นหญิงสาว จัดฟันด้วยลวดสีเขียว สภาพศพไหม้เกรียมและขึ้นอืดโดยมีกล่องสี่เหลี่ยมคล้ายกระเป๋าหรือกล่องและราดน้ำมันเผาโดยมีรอยลากในเครือเถาวัลย์ยาวไปจนถึงศพ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สงสัยอาจจะเป็นหญิงสาวถูกลวงมาฆ่าแล้วเผาโดยคนใกล้ชิดซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบว่าหญิงดังกล่าวเป็นใครเพื่อประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายรายนี้ หากใครสงสัยมีญาติหายตัวไปก็ขอให้มาตรวจสอบดูภาพถ่ายที่โรงพักสภ.สารภีเชียงใหม่ได้ทุกวัน และมาดูหลักฐานจากศพบางอย่างเพื่อเป็นประโยชน์ของรูปคดีโดยคดีนี้ทาง พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภาค 5ได้มอบหมายให้พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค5ลงมาควบคุมคดีนี้อย่างใกล้ชิดและสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายรายนี้มาให้จงได้ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ข่าวคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา11.00 น วันที่ 21ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5พล.ต.ต.ปชาเปิดเผยว่า คดีนี้คืบหน้าไปมาก ทางตำรวจภาค 5ทราบชื่อผู้ตายในเบื้องต้นแล้ว รอขั้นตอนการพิสูจน์ดีเอ็นเอจาก รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ในวันนี้โดยมีบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นพ่อของผู้ตายที่สงสัยว่าเป็นลูกสาวของตนมาให้การกับตำรวจว่าลูกสาวของตนใส่เหล็กจัดฟันและแขนขวาหักใส่เหล็กดามอยู่ อายุประมาณ 20-25ปี อยู่นครนายกโดยทางตำรวจได้นำตัวบุคคลที่แจ้งว่าสงสัยจะเป็นพ่อของผู้ตายไปตรวจดีเอ็นเอแล้ว ซึ่งค่อนข้างชัดเจน

วันนี้ตนได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พัทยา จ.ชลบุรี โดยผกก.สภ.พัทยาได้แจ้งมายังตนว่าได้รับทราบว่าได้จับกุมตัวผู้ชายคนหนึ่งได้ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ และเคยก่อคดีฆ่าหญิงสาวที่พัทยาแล้วนำใส่กระเป๋าเดินทางไปเผาที่จ.ระยองและรับสารภาพในคดีฆ่าดังกล่าวแล้ว เบื้องต้น ทางตำรวจที่พัทยาไม่มีข้อมูลในส่วนของตำรวจภาค5 ทางตำรวจภาค5จึงได้ขอข้อมูลไปยังตำรวจพัทยาเพื่อส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค5ของเราไปทำการขยายผลและลักษณะการก่อเหตุการณ์ล่อลวงสาวของคนร้ายที่ฆ่าแล้วยัดกระเป๋าเผานั้นเหมือนกับคนร้ายที่มาก่อเหตุที่เชียงใหม่ ซึ่งเบื้องต้นค่อนข้างแน่นอน

สำหรับผู้ตายจากการตรวจสอบและสอบปากคำรวมทั้งตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดตามขนส่งอาเขต เชียงใหม่และกล้องตามปั๊มน้ำมันเส้นทางไปยังที่เกิดเหตุทำให้ตำรวจทราบว่าผู้ตายน่าจะชื่อนางสาวลลิตา โชคชัชวาลย์ อายุ 25ปี ภูมิลำเนาอยู่หมู่6ต.โพธิแทนอ.องค์รักษ์จ.นครนายก ผู้หญิงคนนี้ทำงานที่พัทยา เคยแต่งงานแล้วก็เลิกรากันก่อนไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟบริการในสถานบันเทิงที่พัทยา จากภาพกล้องวงจรปิดที่ตรวจสอบนั้นพบว่าหญิงสาวดังกล่าว คือ นางสาวลลิตาได้เดินทางมากับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งต่อมาเป็นผู้ต้องหาถูกตำรวจพัทยาจับกุมในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์และรับสารภาพเคยก่อคดีฆ่าแล้วเผาที่ระยองมาแล้วอีกคดีและถูกส่งตัวไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพัทยาขณะนี้

โดยจากการตรวจสอบพบว่า นางสาวลลิตา เดินทางมากับนายราชวัตร แก้วกลมรัตน์ อายุ 30 ปีโดยรถบัสมาถึงขนส่งเชียงใหม่เมื่อวันที่5ส.ค. และได้ขึ้นรถรับจ้างออกจากขนส่งไปพร้อมกับนายราชวัตรที่ถูกจับกุมที่พัทยาจากนั้นก็หายไปไม่ปรากฏตัวอีกเลย กระทั่งต่อมาทาง ตำรวจ สภ.สารภีเชียงใหม่ มาพบศพหญิงสาวถูกฆ่ายัดกระเป๋านำมาเผาแล้วนำมาทิ้งในป่าละเมาะที่เขตอำเภอสารภีเชียงใหม่ดังกล่าว

สำหรับพฤติกรรมของนายราชวัตร นั้น มีพฤติกรรมมักอ้างตัวว่าเป็นนักธุรกิจชาวสิงคโปร์และมักจะไปหลอกเหยื่อหญิงสาวตามบาร์เบียร์ตามแหล่งบันเทิงในพัทยา อ้างว่าอยากหาคู่ใจมาช่วยดูแลตนเองและทรัพย์สมบัติของตนเองโดยเคยล่อลวงสาวสถานบันเทิงจากพัทยาไปทำการสังหารอำพรางคดีที่ จ.ระยองส่วนนางสาวลลิตา นั้นน่าจะโดนนายราชวัตร หลอกลวงมา ที่เชียงใหม่แล้วทำการสังหารฆ่ายัดกระเป๋าเผาอำพรางคดี จากนั้นก็ได้หลบหนีกลับไปยังพัทยา จ.ชลบุรี กระทั่งมาถูกจับกุมข้อหาฉ้อโกงทรัพย์และมารับสารภาพว่าเคยก่อเหตุฆ่าเผาสาว ที่ จ.ระยองมาแล้ว ส่วนคดีของตำรวจภาค5 นั้นทางตำรวจภาค5ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค5เดินทางไปร่วมกับตำรวจ จ.ชลบุรี เพื่อทำการสอบปากคำขยายผลเพิ่มเติมในคดีของภาค5ต่อไปแล้ว

จากหลักฐานต่างๆ รวมทั้งกล้องวงจรปิด ในโครงการโปลิสอายส์ของตำรวจภาค 5นั้น ภาพปรากฏชัดเจนว่านางสาวลลิตา เดินทางมาเชียงใหม่กับนายราชวัตรและได้หายตัวไปประกอบกับคำให้การของพ่อของนางสาวลลิตาว่าลูกสาวของตนจัดฟันและแขนขวาหักใช้เหล็กดามอายุ 20-25ปี ซึ่งข้อมูลหลักฐานชัดเจนและการตรวจสอบทางเฟซบุ๊กของนางสาวลลิตา ก็พบว่ามีภาพคู่กับนายราชวัตรด้วยและเดินทางมาเชียงใหม่ด้วยกัน

โดยนางสาวลลิตาได้โพสต์ภาพตนเองกับนายราชวัตร ลงในเฟซบุ๊ก ทำให้ตำรวจมีข้อมูลชัดเจนยิ่งขึ้นและรอผลตรวจดีเอ็นเอ จากรพ.มหาราชนครเชียงใหม่ว่า   ใช่นางสาว ลลิตา หรือไม่หากใช่ คนร้าย คือ นายราชวัตร อย่างแน่นอน ตอนนี้คนร้ายนอกจากจะโดนข้อหาฉ้อโกงในท้องที่สภ.พัทยาแล้วยังถูกตำรวจ จาก จ.ระยองทำเรื่องอายัดตัวคดีฆ่ายัดกระเป๋าเผาเพิ่มอีกคดี.