หน้าหลัก » ข่าวหน้า 1 - อาชญากรรม

ถกถอดบทเรียนแก้หมอกควัน ภาครัฐกับเอกชน

Author by 18/06/15No Comments »

  พล.อ.ดาว์พงษ์-รัตนสุวรรณ copy        “พล..ดาว์พงษ์เป็นประธานถกถอดบทเรียน แก้หมอกควันภาคเหนือ สรุปเป็นมาตรการแก้ปีต่อไป พร้อมมีลงนาม mou  ร่วมมือป้องกัน และแก้ไขปัญหาหมอกควัน จากการเผาเศษวัสดุข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ระหว่างภาครัฐกับเอกชน ตั้งเป้าลดปัญหาหมอกควันให้ได้ภายในเวลา 5 ปี เผยเตรียมเสนอแผนให้ ครม.แก้เป็นระบบโดยเฉพาะเขาหัวโล้น ส่วนปัญหาบุกรุกป่า เผยเขตพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ดำเนินคดีถึงที่สุดแล้ว 6 พันไร่พร้อมรื้อถอน และอยู่ระหว่างดำเนินคดีอีก 5 พันไร่                                 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน 2558 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือปี 2558 โดยมีนายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ โดยกล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศใน 10 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน ตากและอุตรดิตถ์ในช่วงตั้งแต่ 1 ม.ค.-30 เม.ย.2558 พบว่าปริมาณฝุ่นละอองมีค่าเกินมาตรฐาน 42 วันลดลงจากปีก่อนร้อยละ 35 มากสุด 381 ไมโครกรัม/ลบ.ม.ที่เชียงรายสูงกว่าปีก่อน

อย่างไรก็ตามจากวิกฤติหมอกควันที่เกิดขึ้นในปี 2558 ทำให้รัฐบาลมีความห่วงใยและให้ความสำคัญกับปัญหาการเผาในที่โล่งและมลพิษหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือเป็นอย่างมาก จึงได้มีสั่งการให้จัดประชุมครั้งนี้เพื่อร่วมกันเตรียมการรับมือกับปัญหาไฟป่า การเผาและมลพิษหมอกควันในปีต่อไป โดยเน้นให้หน่วยงานต่างๆ   มีการบูรณาการร่วมมือกันและสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาไฟป่าและหมอกควันเป็นสำคัญ จึงให้เตรียมการรับมืออย่างจริงจัง ทั้งนี้ในแผนการทำงานจะมีอยู่ 3 ส่วนที่ต้องจัดการคือ ภูเขาหัวโล้นซึ่งในภาคเหนือมี 12 จังหวัดและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีก 1 จังหวัด โดยพบว่ามีพื้นที่ถึง 1.4 ล้านไร่ปลูกพืชไร่ ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงดึงบริษัทเอกชนให้มาร่วมมือกัน

ผลจากการประชุมครั้งนี้จะต้องนำไปสู่การจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการได้ทันที โดยที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะไม่รอแผนยุทธศาสตร์แต่จะเอาข้อมูลที่ได้จากการระดมความเห็นครั้งนี้ มาจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการและเริ่มทำงานตั้งแต่ 1 พ.ย.2558 นี้แล้วก็จะเอาแผนนี้กำหนดเป็นมาตรการบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า การเผาในที่โล่ง และมลพิษหมอกควัน เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป นอกจากนี้จะเร่งส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตรจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นไม้ยืนต้น และส่งเสริมให้จัดการเศษวัสดุทางการเกษตรโดยไม่เผาทำพร้อมกันทุกจังหวัด

หลังจากนั้น รมว.ทส.ก็เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน จากการเผาเศษวัสดุภาคเกษตรในพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยมีเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดกระทรวง ทส. นายประวิทย์ อริยะวัฒน์กุล นายกสมาคมพ่อค้าข้าวโพดและพืชพันธุ์ไทย นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ที่ปรึกษาอาวุโส กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และนายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพี ร่วมลง MOU โดยนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ได้กล่าวประกาศเจตนารมย์ว่า ภาคเอกชนถือเป็นหน้าที่ในการร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อม จึงเข้าร่วมลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อการผลิตสินค้าเกษตรทั่วประเทศและพื้นที่ 9 จังหวัดเหนือ ให้เกิดความยั่งยืน โดยหวังว่าวันนี้เริ่มต้น ลงมือทำพรุ่งนี้ และประสบผลสำเร็จในวันต่อไป เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างยั่งยืน รวมทั้งลดหมอกควันและไฟป่าในอนาคตอย่างแน่นอน โดยเฉพาะห่วงโซ่การผลิตที่ต้องช่วยกันและต้องลดผลกระทบที่อาจเกิดกับชาวบ้านที่ยากจน

ส่วนนายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพี กล่าวว่า ซีพีเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการแก้ปัญหา เพราะตระหนักถึงความสำคัญและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายของประธานกรรมการบริษัทฯ ที่ย้ำว่าให้ทำสิ่งที่ถูกต้องและรักษาสิ่งแวดล้อมให้ได้ โดยเดินคู่ไปกับภาครัฐเพื่อความยั่งยืนในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้ดิน น้ำ ป่า คงอยู่ โดยประกาศนโยบายหลักในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบในห่วงโซ่การผลิตอย่างเข้มงวดในธุรกิจข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นห่วงโซ่สำคัญในการผลิตอาหารสู่ผู้บริโภค

ทางด้าน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทส. กล่าวว่า รู้สึกยินดีมากที่มีการลงนามในวันนี้ และจากการหารือร่วมกับภาคเอกชนก็ทราบว่าเขาไม่ได้หวังผลกำไรอย่างเดียวและพร้อมแก้ไขปัญหาของชาติ ที่ผ่านมาหากจะถามว่า จะโทษใครที่ทำให้เกิดหมอกควัน การบุกรุกพื้นที่ปลูกข้าวโพด จนกลายเป็นภูเขาหัวโล้น ก็ต้องถามว่านโยบายรัฐบาลที่ผ่านมาชัดเจนและจริงจังแค่ไหนด้วย วันนี้เราไม่ได้มาขับไล่ชาวบ้านแต่ต้องหาทางออกให้ โดยภาคเอกชนมาช่วย เชื่อว่าไม่เกิน 5-10 ปี หากไม่มีที่มาที่ไปของผลผลิต ประชาคมโลกจะไม่รับซื้อสินค้าและจะกลายเป็นปัญหาไม่ต่างจากการทำประมง วันนี้เราจึงต้องหาทางแก้ไขเพื่อให้เป็นประวัติศาสตร์ที่ควรจดจำว่าเราสามารถร่วมมือแก้ปัญหาวิกฤตนี้ได้ ต่อไปจะต้องไม่มีการเผาตอซังข้าวโพดและไม่เพียงแค่ใช้วิธีไถกลบเท่านั้น ปีหน้าหมอกควันลดลงหรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวประเมินการทำงานร่วมกัน ส่วนการจะยกเลิกพื้นที่ปลูกไปเลยคงต้องใช้เวลาเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับชาวบ้านที่ยากจน

โดยการลงนามดังกล่าวมีกำหนดแผนการดำเนินงานดังนี้ ให้ภาคเอกชนและภาครัฐร่วมมือกันในการลด และควบคุมการเผาในพื้นที่การปลูกข้าวโพด และร่วมกันทำบัญชีการปลูก, การซื้อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการบริหารจัดการในพื้นที่ การเผาเศษวัสดุในพื้นที่ปลูก และสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดลดและงดการเผาตอซังข้าวโพด, สนับสนุนองค์ความรู้และหาแนวทางการทำเกษตรก่อนการเพาะปลูก โดยการใช้วิธีไถกลบตอซังข้าวโพดในพื้นที่ราบ และการกำจัดเศษวัสดุทางการเกษตรโดยลดการเผาในพื้นที่สูง และให้ความรู้ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ของตอซังข้าวโพด รวมถึงการทำวิจัยเพื่อเพิ่มประโยชน์ให้แก่เศษวัสดุข้าวโพดในพื้นที่สูง ซึ่งในในอนาคตมีแผนที่จะปรับเปลี่ยนพื้นที่การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็น พืชอย่างอื่นทดแทน ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูสภาพความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ภาคเหนือที่เป็นแหล่งต้น น้ำของประเทศให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม โดยจะนำเสนอมาตรการภาพรวมให้ ครม.พิจารณา ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาภูเขาหัวโล้นจำนวนมากด้วย

ต่อมา เวลา 13.00 น วันที่ 17 มิ.ย.58 พล.อ.ดาว์พงษ์     รัตนสุวรรณ   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   พร้อมคณะ ประกอบด้วยนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์  อธิบดีกรมป่าไม้    นายเกษมสันต์    เสนียวงศ์ ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ  สัตว์ป่าและพรรณพืชและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงฯ  เดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตรวจเยี่ยมและประชุมติดตามงานตามนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐบาล   ที่สำนักบริหารพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่16(เชียงใหม่) ถนนเจริญประเทศ จังหวัดเชียงใหม่  (ป่าไม้เขตเดิม)  โดย นายกมลไชย   คชชา   ผอ.  สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่16 กรมอุทยานแห่งชาติ พร้อมข้าราชการในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพรรณพืช ให้การต้อนรับ

เมื่อเดินทางมาถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และคณะทักทายข้าราชการที่มาต้อนรับ   จากนั้น  ได้เข้าสักการะพระพุทธรูปสำคัญ  ซึ่งตั้งอยู่บนอาคารหลังเดิมซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ตั้งแห่งแรกของกรมป่าไม้   หลังจากนั้นลงมาสักการะศาลพระภูมิในบริเวณเดียวกัน แล้วปลูกต้นไม้(พะยูง)    จากนั้นเดินทางข้ามไปยังสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่1(เชียงใหม่)ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า โดยนายสุเทพ ปวเรศวิทยาฬาร ผอ.สำนักขจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่1(เชียงใหม่)และนายสุพจน์  ทัศนานนท์ ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ให้การต้อนรับ จากนั้น รัฐมนตรีฯได้ปลุกต้นไม้ประจำสำสำนักงานแล้วเดินทางกลับมายังสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่16(เชียงใหม่) เพื่อเข้าประชุมพร้อมกับข้าราชการที่รับผิดชอบประมาณ 30 นาย

นายกมลไชย คชชา ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่16 กรมอุทยานแห่งชาติ กล่าวรายงานถึงภาระกิจ และขอบเขตการบริหารของสำนักแล้วบรรยายสรุปถึงผลการดำเนินการของสำนักอนุรักษ์ว่า   ในปัจจุบันมีพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกและได้ดำเนินคดีอาญาถึงที่สุดแล้วจำนวน   6,297.18ไร่   ซึ่งพร้อมที่จะเข้ารื้อถอนและทำลาย      มีพื้นที่ที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี อาญา และดำเนินคดีทางการปกครองจำนวน 5,129.25 ไร่  มีพื้นที่ต้องสงสัยว่าจะมีการบุกรุกและกำลังตรวจสอบ เจรจา แต่ยังไม่ดำเนินคดี  686,996.36  ไร่   ส่วนพื้นที่ป่าสมบูรณ์ไม่มีการบุกรุก 4,570 ,162.71 ไร่   ส่วนสถานการณ์สภาพป่าที่มีการบุกรุกเข้าไปทำสวนยางพารา นั้นจากรายงานของอุทยาน7แห่งขณะนี้ได้มีการตัดฟันแล้วคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 60 % จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ได้กล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน และได้แนะนำให้ข้อคิดเห็นต่างๆ เวลาประมาณ 14.30 น.เดินทางกลับ กทม.