หน้าหลัก » ข่าวหน้า 1 - อาชญากรรม

ป้ายสีแจกเงินล้าน ผวจ.ดันศูนย์ฮาลาล

Author by 17/06/15No Comments »

    สุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ copy ผวจ.เชียงใหม่ ชี้แจง กรณีแชร์ ว่อนไลน์ กล่าวหาสร้างศูนย์ผลิตอาหารฮาลาล ที่ .ดอยหล่อโยงขยายรัฐปัตตานี จวกข่าวมั่ว ป้ายสีทำให้เสียหาย ให้ กอ.รมน.จังหวัดหาตัวผู้โพสต์ข้อความที่สร้างความเสียหาย ก่อความเข้าใจผิดเป็นวงกว้างแล้ว พร้อมวอนอย่าดึงเอาศาสนาโยงฮาลาล อย่าไหลตามกระแสข่าวลือตัดโอกาสตนเอง ให้มีสติรับข้อมูล ถ้าไม่เอาก็ไม่สร้าง หาที่ทำใหม่ สัปดาห์หน้าลงพื้นที่แจงชาวบ้านเพื่อยุติปัญหา

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2558 ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของ จ.เชียงใหม่ ที่ห้องประชุมชั้น 4 ศาลากลางจังหวัด นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผวจ.เชียงใหม่ ได้ชี้แจงถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านโซเชียลเน็ต เวอร์ค ไลน์ โจมตีอย่างรุนแรง ว่า ผวจ.เชียงใหม่ เสนอเงิน  เพื่อให้มีการจัดตั้งศูนย์ผลิตอาหาร ฮาลาล ที่ อ.ดอยหล่อ ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ให้ร้ายป้ายสี ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เป็นความเสียหาย “มากล่าวหาว่า ผวจ.เชียงใหม่ เข้าไปข่มขู่ชาวบ้านและจะแจกเงินเป็นล้านบาท หากชาวบ้านยินยอมให้ก่อสร้าง ซ้ำยังอ้างว่าจะเป็นการขยายฐานรัฐปัตตานีที่เชียงใหม่  เป็นเรื่องไม่จริงเลย เพราะคงไม่มีเงินมากมายไปจ่ายให้ใคร อยากขอความเป็นธรรมและอย่าได้ส่งต่อไลน์ เพราะข้อความไม่ใช่เรื่องจริง แม้ว่าโครงการก่อสร้างสวนอุตสาหกรรมฮาลาล จะเป็นยุทธศาสตร์ของ จ.เชียงใหม่ และกลุ่มจังหวัดรวมทั้งของประเทศ แต่ทุกอย่างมีขั้นตอนในการดำเนินการ และอยู่ระหว่างการจัดทำผังเมืองเชียงใหม่ เพื่อประกาศเปลี่ยนสีพื้นที่ให้สามารถก่อสร้างได้ ระหว่างนี้ให้ประชาชนได้คัดค้านภายใน 90 วัน ตั้งแต่เดือนเม.ย.-มิ.ย. จะสิ้นสุดในวันที่ 29 มิ.ย.2558 แต่ในช่วงเดียวกันนี้ได้มีประชาชนลงรายชื่อคัดค้านเกินกว่า 50% ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนสีของผังเมืองพื้นที่นี้ได้ ทางจังหวัดกำลังประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ถอนเรื่องออกไปตามขั้นตอน และหาสถานที่ก่อสร้างแห่งใหม่ จะเป็นที่ไหนก็เป็นอีกเรื่อง แต่พื้นที่ดอยหล่อไม่ได้ดำเนินการแล้ว ไม่มีตรงนั้นแล้ว”

ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงกำหนดจึงต้องรอเวลา เพื่อนำข้อมูลแจ้งให้ชาวบ้านทราบ แต่กลับมีกระแสข่าวโจมตีไม่หยุด เรียกว่า มโนกันไปใหญ่โต สร้างความเข้าใจผิดเป็นวงกว้าง จึงอยากฝากถึงชาวบ้านในพื้นที่ว่า อย่าได้ไหลไปตามกระแส เพราะเท่ากับทำลายโอกาสของตนเอง เนื่องจากความเจริญที่จะตามมากับการก่อสร้างสวนอุตสาหกรรมฮาลาลไม่ต่างจากนิคมอุตสาหกรรม เป็นเรื่องที่ดี เหตุผลที่หอการค้าเชียงใหม่เสนอสร้างสวนอุตสาห- กรรมฮาลาล เพราะเชียงใหม่และภาคเหนือเป็นศูนย์กลาง หรือ ฮับ เป็น Foodvalley ทางด้านการผลิตอาหารสู่ครัวโลก และตลาดมุสลิมใหญ่มากกว่า 2 พันล้านคนจาก 60 ประเทศ ซึ่งน่าส่งเสริมให้เกิดขึ้น จึงน่าเสียดายที่เอาเรื่องฮาลาลมาปนกับศาสนา ทั้งที่สวนอุตสาหกรรมฮาลาลเป็นเพียงการรวบเอาโรงงานผลิตสินค้าฮาลาลมารวมกันไว้ เพื่อความสะดวกในการผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ ไม่ใช่ที่ตั้งมัสยิดตามที่เป็นข่าวเพราะการผลิตอาหารฮาลาล ไม่ว่าคนศาสนาใดจะพุทธ คริสต์ อิสลาม สามารถทำได้ตามขั้นตอนที่ไม่ขัดต่อข้อห้ามตามหลักศาสนา เชียงใหม่มีโรงงานหรือผู้ประกอบการที่ผลิตอาหารฮาลาล 157 แห่ง 99% เจ้าของกิจการก็เป็นชาวพุทธ ดังนั้นไม่เกี่ยวเรื่องศาสนาหรือความขัดแย้งใด ตามกระแสข่าวที่มีแน่นอน

“ขอทำความเข้าใจให้ตรงว่า ฮาลาล คือของกิน ของใช้ที่ตราสัญลักษณ์รับรอง เพื่อให้ผู้บริโภคชาวมุสลิมมั่นใจว่า ผลิตตามกระบวนการที่ไม่ขัดกับหลักศาสนาอิสลาม การทำสวนอุตสาหกรรม เพื่อจะได้ทำอย่างครบวงจร ทั้งกระบวนการผลิต ตรวจสอบง่าย ที่เดียว มีการออกตรารับรอง มีการตรวจสอบในที่เดียวกัน โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปตรวจสอบไกลที่ส่วนกลาง ไม่ได้เกี่ยวกับศาสนา ขออย่าดึงศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง ขอให้รับฟังข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ อย่าทำลายโอกาสของตัวเอง การมีศูนย์นิคมอุตสาหกรรมอยู่ ความเจริญจะตามมา ทางคณะกรรมการอิสลามประจำเชียงใหม่ สำนักจุฬาราชมนตรี หอการค้า จ.เชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีการผลักดันให้มีการจัดตั้ง’สวนอุตสาหกรรมฮาลาล’ ในที่ราชพัสดุ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ที่เดียวกับที่มีการขอทำโรงงานกำจัดขยะครบวงจร แต่หากคนในพื้นที่ไม่ต้องการ จะไม่มีการก่อสร้าง” ผวจ.เชียงใหม่แจงและว่า ในสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่ชี้แจงกับชาวบ้านในพื้นที่เรื่องนี้โดยให้ทางนายอำเภอได้ประสานแล้ว เมื่อไม่เอาก็ไม่ทำ และจะได้เข้าใจข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะสวนอุตสาหกรรมฮาลาลลงทุนไม่ต่ำกว่า 1-2 พันล้าน ไม่ใช่โรงลิเกที่คิดจะตั้งก็ตั้ง แต่มีการศึกษาและวิเคราะห์มาแล้วว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ว่างเปล่ากันดารไม่ได้ใช้ประโยชน์ และมีหลายหน่วยงานต้องการใช้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน ส่วนผู้ที่ปล่อยข้อมูลได้ให้ทาง กอ.รมน.จังหวัด ตรวจสอบหาตัวผู้ส่งข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและสร้างความเข้าใจผิดแล้ว หากพบตัวจะเชิญมาปรับทัศนคติ ทำความเข้าใจกันแน่นอน.