หน้าหลัก » ข่าวหน้า 1 - อาชญากรรม

ผจญภัยโหนสลิง พื้นที่ 5 อำเภอ ผิดกฏหมาย 12 แห่ง

Author by 16/10/15No Comments »

    thainews250      รมว.ท่องเที่ยวฯ ขึ้นเชียงใหม่ติดตามเหตุนักท่องเที่ยวจีนตายระหว่างเล่นโหนสลิง zip line พร้อมสั่งตรวจสอบและสำรวจความถูกต้องมาตรฐาน หวั่นมีเหตุซ้ำพร้อมเตรียมออกมาตรการความปลอดภัยเป็นมาตรฐานในสิ้นเดือนนี้ กงสุลใหญ่จีนร่วมถกบอกห่วงใยขอให้ดูแลเยียวยาและเพิ่มมาตรการปลอดภัยให้ดีขึ้นเผย 2 ปีจีนตายกว่า 20 คน แต่ขอบคุณทุกฝ่ายช่วยดูแลเชื่อไม่กระทบท่องเที่ยวลด ทสจ.ขณะที่นายอำเภอแม่ริม สั่งแจ้งดำเนินคดีเพิ่ม หลังตรวจพบ ใช้พื้นที่ป่าสงวน โดยไม่ได้รับอนุญาต แฉมีอีก 12 แห่งไม่มีการขออนุญาติประกอบการ

          เมื่อ วันที่ 15 ต.ค.58 ที่ห้องประชุมชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการประชุม ติดตามปัญหาและกำหนดมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เชิงผจญภัย หรือ ซิปไลน์ (Zip Line) กรณีมีเหตุนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ทำกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบผจญภัย zip line แล้วเสียชีวิตล่าสุดที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งการประชุมดังกล่าวมีนายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมรวมทั้ง    นายเฉา เสี่ยวเหลียง กงสุล ใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งได้ระบุว่า เช้าวันที่ 15 ต.ค. สามี บิดาและ มารดา ของผู้เสียชีวิต ได้มาติดต่อที่สถานกงสุล ซึ่งก็ได้ออกเอกสารสำคัญต่าง ๆ ให้เรียบร้อยแล้ว พร้อมเรียกร้องขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องของไทย ดำเนินการชดใช้เยียวยาแก่ญาติผู้เสียชีวิต และให้รัฐบาลไทยเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาในประเทศ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยกงสุลใหญ่จีนย้ำขอให้รัฐบาลไทยดูแลเรื่องการให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีนรวมทั้งนักท่อง เที่ยวทุกคนมากขึ้น แม้ทำดีอยู่แล้ว เนื่องจากผ่านมาในพืันที่ 12 จังหวัดภาคเหนือตอนบนปี 2557 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิต 9 รายและปีนี้รวมรายล่าสุดก็มี 12 คน ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นทางจีนก็เป็นห่วง มีการนำเสนอข่าวในสื่อมวลชนของจีนและชาวจีนก็แสดงความกังวลต่อการเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบกับความเชื่อมั่น ทางด้านการท่องเที่ยวอย่างแน่นอน

ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาย้ำว่ารัฐบาลและนายกรัฐมนตรีให้ความเป็นห่วงกับเรื่องนี้มากโดยจะต้องเพิ่มความเข้มข้นในมาตรการดูแลกิจกรรมเหล่านี้ พร้อมเตรียมออกมาตรการความปลอดภัยในกิจกรรมผจญภัยลักษณะนี้ให้แล้วเสร็จเป็นมาตรฐานสากลภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ก่อนที่คณะของรัฐมนตรีฯ จะลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่จริงที่เกิดเหตุที่ อ.แม่ริม พร้อมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อดูสภาพข้อเท็จจริง

ซึ่งนางกอบกาญจน์ กล่าวหลังประชุมว่า จะนำข้อมูลที่ได้จากทุกฝ่ายรายงานต่อนายกรัฐมนตรีและเตรียมนำไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานต่างๆต่อไป ส่วนสิ่งที่กงสุลใหญ่จีนให้ความเป็นห่วงและแนะนำรัฐบาลไทยจะดำเนินการอย่างเต็มที่รวมถึงเรื่องความปลอดภัย ที่จะต้องยกระดับเป็นมาตรฐานสากล โดยยอมรับว่ากิจกรรมการท่องเที่ยวแบบผจญภัยได้รับความนิยมสูงและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจึงมีความจำเป็นจะต้องใช้วิกฤตินี้ให้เป็นโอกาส ในการดูแลให้เข้มข้นกว่าเดิม จะต้องพูดคุยถึงมาตรฐานซึ่งถือว่ามีความสำคัญ การบังคับใช้จะต้องมีความชัดเจนกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นกับการท่องเที่ยวและความนิยมที่กำลังมีขึ้นอย่างรวดเร็วหากไม่ดูแลหรือมัวแต่จะเอาเม็ดเงินในระยะสั้นๆ ไม่มองถึงคุณภาพในระยะยาว จะกลายเป็นปัญหาที่มีผลกระทบรุนแรง ผู้ประกอบการต้องไม่คิดแต่เรื่องการตัดราคากันเองให้มองถึงคุณภาพว่า จะต้องทำอย่างไร ซึ่งตรงนี้จะได้มีการหารือกับกระทรวงต่างๆ คาดว่ามากกว่า 7 – 8 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้แม้ว่าทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทยและเกี่ยวข้องกำลังทำอยู่ แต่ก็ต้องให้ครอบคลุมมากขึ้น ยิ่งปลายปีนี้มีการเปิดประชาคมอาเซียนเราก็ต้องขยับมาตรฐานการบริการและความปลอดภัยให้มีคุณภาพเป็นนานาชาติสากลด้วย

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบของสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ที่รายงานต่อที่ประชุมด้วยแล้วว่า ทุกแห่งที่ระบุไม่ได้ขออนุญาตถูกต้อง ทั้งนี้ พบว่า สถานประกอบการซิปไลน์ 13 แห่ง ที่ตั้งขึ้นตามบัญชีที่อยู่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้ใบอนุญาตประกอบการไว้เป็นแค่สำนักงานไม่เกี่ยวกับจุดทำกิจกรรม ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติและป่าสงวนแห่งชาติ ทั้งสิ้น โดยไม่ได้มีการขออนุญาตเข้าใช้ประโยชน์ ในพื้นที่ป่าดังกล่าว โดยมีทั้งป่าสงวนแห่งชาติ ป่าขุนแม่กวง ป่าแม่ออน อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพปุย ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม ห้วยตึงเฒ่า ป่าแม่แตง และป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ขาน-แม่วาง ซึ่งในเขตโซน C ชั้น 1 A 1 B ชั้น 2 ชั้น 3 จะไม่อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าได้ตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนโซน E สามารถขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ได้ ซึ่งก็มีเพียง 2 แห่งที่เข้าข่าย แต่ก็ยังไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฏหมาย ขณะนี้มีการยื่นฟ้องผู้ประกอบการซิปไลน์ 1 แห่งในเขตพื้นที่ ต.แม่วิน อ.แม่วางที่มีผู้ร้อง ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ คือป่าแม่ขาน-แม่วาง ส่วนพื้นที่ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม รายที่ประสบเหตุนักท่องเที่ยวเสียชีวิต จะมีการรวบรวมหลักฐานยื่นฟ้องเช่นเดียวกัน และจะดำเนินการในพื้นที่อื่นๆ ต่อไปด้วย ส่วนสถานประกอบการกิจกรรมโรยตัวและโหนสลิง ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ไม่ได้อยู่ในข่ายของป่าสงวนแห่งชาติ อยู่เขตอุทยานแห่งขาติ ตรงนี้ก็ต้องดูว่ามีการขออนุญาตหรือตรวจสอบอย่างไร ตอนนี้ถือว่าติดเรื่องนโยบายหากจะส่งเสริมเรื่องท่องเที่ยว ในเขตป่าต้องมีข้อกำหนดที่ชัดเจน ในส่วนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการประชุมและขอให้นายอำเภอทุกพื้นที่ตรวจสอบกิจกรรมทุกอย่างที่จะเข้าไปทำในพื้นที่ป่าในเขตรับผิดชอบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 16 ต.ค.58 นายภาษเดช หงส์ลดารมภ์ นายอำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ นายวิโรจน์ ดวงสุวรรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของอำเภอ เข้าร่วมตรวจสอบสถานประกอบการท่องเที่ยวโหนสลิง”กระรอกบิน”กับสำนักจัดการป่าไม้ที่1 (เชียงใหม่) หน่วยป้องกันรักษาป่าเชียงใหม่ที่12(ห้วยทราย)เจ้าหน้าที่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดและ สภ.แม่ริม ด้วยเครื่อง GPS จำนวน 23 จุดเพื่อตรวจสอบพิกัดพื้นที่ป่าที่เอกชนรายนี้เข้าประกอบกิจการท่องเที่ยวผจญภัยโหนสลิงหรือ zip line และมีเหตุนักท่องเที่ยวสาวชาวจีนเสียชีวิต โดยมีนายสันติ ปิติคาม อายุ 55ปี บ้านเลขที่27/8ซ.4ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ ผู้ดูแลกิจการได้นำตรวจสอบพื้นที่ประกอบกิจการ

โดย นายอำเภอแม่ริม กล่าวอีกว่า ผลการแปรค่าพิกัด พบว่า พื้นที่ประกอบการอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม และเป็นการประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าเป็นการกระทำผิดตาม ม.54 ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ ปี 2484 และ ม.14 ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ปี 2507 จากนั้นได้แจ้งสิทธิแก่ผู้ถูกจับกุม คือ นายสันติ ปิติคาม ทราบ แล้วทำการควบคุมตัวส่ง พงส.สภ.แม่ริม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนจุดที่เหลือก็ให้ฝ่ายปกครองสำรวจร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป

ส่วนกิจการ zip line อีก 12 แห่งที่เหลือนั้น มีรายงานว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้สำรวจพิกัดเพื่อตรวจสอบกรณีการใช้พื้นที่ป่าแล้วเบื้องต้นพบว่า ยังไม่มีการขออนุญาตตามกฎหมายแม้แต่รายเดียว อีกทั้งเป็นผืนป่าลุ่มน้ำ zone c ที่กฎหมายไม่อนุญาตให้เข้าทำกิจกรรมใดๆด้วย ขณะที่มีอยู่ 2 รายเข้าทำกิจการ ในพื้นที่ zone e ที่สามารถขออนุญาตเข้าทำ กิจกรรมได้ แต่ก็ยังไม่ได้ขออนุญาตให้ถูกต้อง และอีกรายที่ป่าแม่วิน อ.แม่วาง มีการแจ้งความดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้คดีอยู่ระหว่างชั้นศาล จาก zip line ทั้งหมดที่มีแจ้งลงทะเบียนกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเอาไว้ 14 ราย ในพื้นที่ 5 อำเภอ ของเชียงใหม่ โดยการขออนุญาตที่แจ้งเป็นเพียงการแจ้งประเภทกิจการท่องเที่ยว มีการระบุพิกัดพื้นที่ทำกิจกรรมในพื้นที่ป่าต่างๆ ซึ่งพบว่าอยู่เขตป่าสงวนแห่งชาติ และอุทยานแห่งชาติทั้งหมด โดย 12 รายอยู่พื้นที่ zone c ลุ่มน้ำชั้น 1 ไม่สามารถอนุญาตให้ทำกิจกรรมใดๆ อีก 2 รายอยู่ในพื้นที่ zone e สามารถขออนุญาตทำกิจกรรมได้ แต่ทั้งหมดยังไม่มีการขออนุญาต ส่วนกรณีที่ อ.แม่วินที่แจ้งความดำเนินคดีนั้น มีผู้ร้องทุกข์ แต่ที่เหลือยังไม่มี ส่วน กระรอกบิน ที่ อ.แม่ริมที่มีเหตุเสียชีวิตของชาวจีนนั้นก็สามารถแจ้งดำเนินคดีได้ทันทีเพราะไม่ได้ขออนุญาต.